สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทย เทรนด์ธุรกิจ เป็นยังไง

สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทยเป็นยังไง ธุรกิจอะไรกำลังเป็นเทรนด์

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ไทยได้รับความสนใจมากขึ้นจากกองทุนชั้นนำถึง 96 แห่ง อีกทั้งมีโอกาสเติบโตจากเม็ดเงินการลงทุนที่ไหลเข้าสู่ ASEAN
  • ไทยกำลังมุ่งสู่ธุรกิจดำเนินการอย่างยั่งยืนภายใต้ ESG โดยมีกลุ่มธุรกิจ EV Car, Tourism, Medical, Health and Wellness และ Soft Power ที่เป็นโอกาสและกำลังหลักของไทย
  • ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่บริหารจัดการและฟื้นตัวจากวิกฤตอย่างโควิด-19 ได้ดี และมีโอกาสฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่กำลังกลับมา

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

งาน Thailand Focus 2023 ภายใต้ธีม The New Horizon ได้รับการตอบรับความเชื่อมั่นที่มากขึ้น มีกองทุนต่างชาติเข้าร่วมงานมากขึ้นจาก 76 แห่งในปีที่แล้วเป็น 96 แห่งในปีนี้ 

ประจวบเหมาะกับความชัดเจนของปัจจัยทางการเมืองที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ลงทุนต่างชาติและในประเทศกังวล ประเทศไทยโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีสำเร็จและกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนยังคงคาดหวังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทิศทางของนโยบายที่กำลังเกิดขึ้น ว่าจะช่วยผลักดันและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนไปอย่างไร ในสภาพความท้าทายทั้งเศรษฐกิจโลก และอัตราเงินเฟ้อที่กำลังเป็นที่กังวล

อย่างไรก็ตามงาน Thailand Focus ในครั้งนี้ ถือว่ามีประเด็นเศรษฐกิจมากมายที่ผู้ลงทุนสามารถเก็บไปพิจารณาในการตัดสินใจลงทุน ตั้งแต่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมไปถึงทิศทางอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต

สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทยเป็นยังไง ธุรกิจอะไรกำลังเป็นเทรนด์

ภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน

ประเทศไทยของเรามีความได้เปรียบหลายด้าน อย่างการมีภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงที่แข็งแกร่งอีกทั้งยังมีความหลากหลายและมีเสถียรภาพที่ดี ซึ่งเห็นได้จากผลกระทบช่วงโควิด-19 นั้น ไทยเองก็สามารถจัดการปัญหาและได้รับผลกระทบน้อยมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งยังฟื้นตัวได้รวดเร็วแม้ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ

เมื่อเทียบแล้วต่างประเทศในช่วงโควิด-19 การส่งออกลดลง 18-20% ในขณะที่ไทย ลดลงเพียง 5% ในด้านของ GDP รวมเองนั้น ของโลกในช่วงปี 2021 เทียบกับปี 2022 นั้นลดลงจาก 5.8% เหลือ 4.1% ในขณะที่ไทย เพิ่มขึ้นจาก 1.1% เป็น 3.2% เป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เราเห็นว่า ไทยสามารถควบคุม ปรับตัวกับวิกฤตที่ไม่ทันตั้งตัวได้ดีและรวดเร็ว

ด้านเทรนด์ธุรกิจโลกเองที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของธุรกิจ ไทยก็ถือว่าเป็นประเทศแรก ๆ ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ปัจจุบันมีบริษัทไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากลสำหรับการดำเนินการด้านยั่งยืน โดยมี 42 บริษัทไทยติดดัชนี FTSE4Good และ MSCI, 26 บริษัทติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ อีก 12 บริษัทที่อยู่ใน S&P Global จัดอันดับดีเยี่ยมในระดับ Gold Class อีกด้วย 

อีกทั้งการจัดอันดับ Sustainable Development Goal ไทยเองก็ได้อันดับ 1 ของ ASEAN อันดับที่ 3 ของ ASIA และ อันดับ 43 ของโลก เรียกได้ว่า “ไทยเองก้าวตามเทรนด์การลงทุน ESG ของโลก ได้อย่างรวดเร็ว” พร้อมรับเม็ดการลงทุนที่กำลังเติบโตในกลุ่มธุรกิจนี้มากขึ้น

สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทยเป็นยังไง ธุรกิจอะไรกำลังเป็นเทรนด์

ในปี 2022 ที่ผ่านมาเอง ก็มีบริษัท IPO กว่า 42 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น

  • หุ้นใน SET 22 หลักทรัพย์
  • Property Fund/ REIT 2 หลักทรัพย์ 
  • ตลาด mai อีก 18 หลักทรัพย์

รวมเป็นมูลค่าเสนอขายตลาดแรกสูงถึง 127,835.82 ล้านบาท รวมมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO สูงถึง 506,545.49 ล้านบาท

สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทยเป็นยังไง ธุรกิจอะไรกำลังเป็นเทรนด์

มุมมองทางการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ด้านเงินเฟ้อ

มุมมองทางการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในด้านมุมของธนาคารแห่งประเทศไทยเองนั้น ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันในปีนี้ โดยมีตัวเลขนักท่องที่เติบโตขึ้นมาจาก 11.2 ล้านในปี 2022 เป็น 16.5 ล้านคนในครึ่งปี 2023 ที่ผ่านมา เท่ากับว่า ยังมีโอกาสเติบโตอีกเมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 ไทยมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 40 ล้านคน/ปี โดยในสิ้นปี 2023 คาดว่านักท่องเที่ยวจะสามารถโตได้ถึงเกือบ 30 ล้านคน 

อีกสัญญาณที่ดีของไทยคือ ตัวชี้วัดเงินเฟ้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในปี 2022 เป็นช่วงที่พีคที่สุด อัตราเงินเฟ้อสูงถึง 7.9% ในช่วง ส.ค. 2022 ปัจจุบันเงินเฟ้อต่ำมากเพียง 0.38% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ที่ 2.5% แต่แม้เงินเฟ้อปัจจุบันจะต่ำมากก็ยังไม่มีสัญญาณของเงินฝืดหรือปัญหาจากการที่เงินเฟ้อต่ำ 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องกังวล คือ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ที่อาจกระทบราคาอาหารและการเกษตรให้เพิ่มขึ้น ซึ่งไทยมีสัดส่วนด้านนี้ค่อนข้างสูง จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องระวังและอาจกระทบเงินเฟ้อไทย

  • ด้านอัตราดอกเบี้ย

ในด้านของดอกเบี้ยก็ปรับขึ้นจากปีที่แล้วที่ 0.5% เพิ่มขึ้นเป็น 2.25% ในการประชุมล่าสุดเดือน ส.ค. 2023 จากเงินเฟ้อที่สูงในปีที่แล้ว และจะพยายามประคองดอกเบี้ยให้อยู่ระดับปกติ เพื่อให้เศรษฐกิจสมดุลและสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยอิงมุมมองระยะยาวเป็นหลัก เพราะไทยนั้นมีอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในโลก การเพิ่มดอกเบี้ยในปัจจุบันจึงยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นในช่วงนี้

  • ด้านหนี้ครัวเรือน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงของไทยที่สุด คือ หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงมาก และในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาถึงจะลดลงบ้างก็ลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย คอยเฝ้าระวังอยู่ เพราะเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา

ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็ออกนโยบายเพื่อมาลดหนี้ครัวเรือน และคาดหวังจะให้หนี้ครัวเรือนต่ำกว่า 80% โดยมาตรการที่เร่งบังคับใช้ คือ Responsible Lending หรือ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมตลอดวงจรการเป็นหนี้ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง การเป็นหนี้ มีการช่วยเหลือเสนอทางออก ให้ความรู้กับลูกหนี้ รวมถึงการดูแลหนี้เรื้อรัง (Persistent debt)  หรือลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  

นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบโครงการ Sandbox Risk-Based Pricing (RBP) เป็นกลไกที่จะช่วยให้ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูงสามารถเข้าระบบได้ ในขณะที่ผู้กู้ที่มีประวัติดีก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงกว่าดอกเบี้ยปกติ ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมด้านสินเชื่อที่ดี อีกทั้งการกำหนดภาระหนี้ต่อรายได้ Debt Service Ratio (DSR) ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแลความเสี่ยงเชิงระบบอย่าง Macroprudential Policy อีกด้วย ทำให้ดูแลการก่อหนี้ใหม่ ลดการก่อหนี้เกินตัว

สรุป Thailand Focus 2023 เศรษฐกิจไทยเป็นยังไง ธุรกิจอะไรกำลังเป็นเทรนด์

Thailand Focus 2023: ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย

ถึงแม้ไทยนั้นจะฟื้นตัวได้ดี เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางประเทศกำลังพัฒนา มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด แต่ไทยเองก็ยังมีความท้าทางทางด้านการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจน แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังรอคอยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังออกมา 

โดยความคาดหวัง นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่มาจากเอกชน จะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นหลัก อีกทั้งนโยบายของพรรคเพื่อไทยเอง ที่เน้นการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติเองจะมาช่วยส่งเสริมและดำเนินนโยบายต่อเนื่องจากการสนับสนุนในอดีต

ในด้านความเชื่อถือของตลาดทุนไทยเอง จากที่มีการโกงหุ้นกว่า 3 หมื่นล้านในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสงสัยในด้านความเชื่อมั่นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจุดนี้เองทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ได้ดำเนินการจัดการและอยู่ขั้นตอนการดำเนินคดี การที่ตลาดทุนไทยสามารถจัดการปัญหา แก้ไข ป้องกันปัญหาในอนาคตได้อย่างรวดเร็วจะช่วยดึงความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

อีกความท้าทายหนึ่งที่สำคัญคือ โอกาสทางธุรกิจและเทรนด์ตลาดโลกใหม่นั้นกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในยุค Digital Revolution สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมศักยภาพและขีดความสามารถของไทย ที่จะรองรับและฉวยโอกาสที่เกิดขึ้นมาได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายฐานกำลังการผลิตออกจากจีน การกระจายตัวของธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ซึ่ง ASEAN ก็เป็นเป้าหมายหลักในยุคนี้

กำลังสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ การดึง Specialist และธุรกิจ Startup เข้ามาในไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยับขยาย พัฒนา และส่งต่อขีดความสามารถให้กับคนไทย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีเพราะไทยเองก็เป็นศูนย์การของประเทศพัฒนา เหมาะเป็น Hub ของกลุ่มธุรกิจใหม่ อีกทั้งไทยเองยังมีแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมที่ดึงดูดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ความท้าทายและโอกาสของประเทศไทย

การท่องเที่ยวไทยที่กำลังกลับมา

การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตลอดมา แม้จะมีนักท่องเที่ยวหายไปในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาแต่ในสภาวะปัจจุบันหลังโควิด-19 นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเมืองไทยมากขึ้นโดยฉพาะในปีนี้ก็คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยือนกว่า 30ล้านคน และคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาถึง 153 ล้านคนในปี 2024 

อย่างไรก็ตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยต้องเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในเชิงของความยั่งยืนมากขึ้น เพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว แทนที่จะเน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมเพื่อให้รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และให้ครอบคลุมให้เข้าถึงเมืองรองอื่น ๆ 

โดยหนึ่งในเทรนด์ของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism ที่กำลังเป็นเทรนด์ทั่วโลก และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 4 รองจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย หากพัฒนาการท่องเที่ยวให้มากกว่าการพักผ่อน แต่เป็นการท่องเที่ยวที่ได้สุขภาพดีจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง

Thailand Focus 2023: เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

ธุรกิจที่น่าจับตามองในปัจจุบันของไทยนั้น ได้แก่

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

  • EV Car  

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV Car ที่กำลังจะเป็นเทรนด์หลักที่ไทยเองก็มีจุดแข็งในด้านการผลิตรถยนต์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วอีกทั้งบริษัทใหญ่ๆในไทยก็เริ่มเตรียมโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่เกี่ยวกับ EV Car เพื่อมารองรับตัวเลขการเติบโตของ EV Car 

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

  • Soft Power 

ธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Soft power ก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ช่วยผลักให้เศรษฐกิจโตที่น่าสนใจ

เพราะตอนนี้ไทยเองก็เป็นที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา ละคร ซีรีส์ รวมถึงตัวศิลปินเอง ที่เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น และมีการเติบโตในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่รวมถึงตลาดใหญ่จากจีน สามารถสร้างเม็ดเงินจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

  • Tourism

ธุรกิจที่ไทยเองแข็งแกร่งอยู่แล้วและกำลังฟื้นฟู ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว ที่ตอบรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นผลักดันให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวคุณภาพนั้นมาเที่ยวไทยมากกว่า 1 ครั้งต่อปี และมีกำลังในการใช้จ่ายที่สูง

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

  • Health and Wellness

ธุรกิจ Health and Wellness นอกจากไทยจะมีโรงพยาบาลที่มีคุณภาพดึงดูดต่างชาติแล้ว Health and Wellness ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเป็น Megatrends ทุกคนใส่ใจสุขภาพและประชากรสูงอายุมากขึ้น อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เป็น Medical and Wellness Tourism อีกด้วย

ซึ่งไทยเองเป็นหนึ่งในประเทศต้น ๆ ของ Medical and Wellness Tourism เป็นอันดับ 4 ของ Asia Pacific ในปี 2017 นอกจากจะเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพแล้วยังมีโอกาสเติบโตทั้งจำนวนและเม็ดเงินในกลุ่มนี้อีกมาก

เทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตามอง

 

  • Sustainability

จะเห็นได้ว่าไทยเองยังมีโอกาสในเติบโตอีกมาก และความคลี่คลายของสถานการณ์ทางการเมืองก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ต่างชาติก็ให้ความสนใจมากขึ้น บวกกับไทยเองก็มีความพร้อมที่จะจับกระแส ESG ก็จะช่วยดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกที่สนับสนุนการลงทุนแบบ ESG อีกด้วย

ประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจ สำหรับใครที่สนใจติดตามงาน Thailand Focus 2023 สามารถรับชมย้อนหลังพร้อมรายละเอียดประกอบแบบเต็ม ๆ ได้ที่ SET Website : https://www.set.or.th/thailandfocus/2023/summary.html  และช่องทาง SET Facebook & Youtube ของ SET Thailand

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
บทความนี้เป็นบทความ Advertorial