หลายคนอ่านข่าวผ่านตา คงจะพอได้เห็นคำว่า ธุรกิจสีเทา, ธุรกิจมืด, เศรษฐกิจเงา กันมาบ้าง ในข่าวตามสื่อต่าง ๆ คำเหล่านี้ มักจะถูกใช้เรียกแทนเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบ ซึ่งไม่ถูกควบคุมตรวจสอบโดยทางการ และโดยมาก เศรษฐกิจนอกระบบ มักจะถูกมองในทางลบเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะข่าวที่เกี่ยวข้องกับคำเหล่านี้ มักจะเกี่ยวพันกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย
วันนี้พี่ทุยเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นว่า ธุรกิจอะไรบ้างนะที่เข้าข่ายถูกเรียกว่าเศรษฐกิจนอกระบบ แล้วตัวเราล่ะ เกี่ยวข้องอยู่กับธุรกิจประเภทนี้อยู่รึเปล่า และธุรกิจนี้ส่งผลอะไรต่อประเทศบ้าง
ก่อนอื่น พี่ทุยขอสรุปนิยามที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
เศรษฐกิจนอกระบบ คือ อะไร
เศรษฐกิจนอกระบบมีชื่อในภาษาสากลว่า Informal Economy มีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น Shadow Economy หรือ เศรษฐกิจเงา เป็นคำที่ใช้เรียกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มาจากธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจส่วนตัว ที่ไม่ได้มีการเสียภาษีให้กับรัฐ ไม่ได้ถูกควบคุมตรวจสอบโดยภาครัฐ ดังนั้นจึงจะไม่เก็บตัวเลขใด ๆ เพื่อนำไปคำนวณอยู่ในตัวเลขเศรษฐกิจที่ทางการประกาศออกมาเป็นประจำ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นต้น
ข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme : UNDP) ระบุว่า กิจการที่เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ น่าจะมีประมาณ 8 ใน 10 ของกิจการทั่วโลก ขณะที่ แรงงานมากกว่า 60% ทั่วโลกทำงานในเศรษฐกิจนอกระบบ หรือประมาณ 2,000 ล้านคน
ส่วนข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ worldeconomics.com ที่ได้ทำการสำรวจรายไตรมาสเกี่ยวกับเศรษฐกิจนอกระบบ (Quaterly Informal Economy Survey : QIES) พบว่า ข้อมูลล่าสุด ไทย น่าจะมีกิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบประมาณ 46.2% ของระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หรือประมาณ 848,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถ้าดูจากตารางเทียบกับประเทศอื่นในโลกแล้ว ก็ประมาณ อันดับที่ 15
Top 15 เศรษฐกิจนอกระบบ ที่มีสัดส่วนต่อ GDP สูงที่สุดในโลก
ข้อมูลจาก worldeconomics พบว่า 15 ประเทศที่เศรษฐกิจนอกระบบมีสัดส่วนต่อ GDP สูงที่สุดในโลก ได้แก่
- อัฟกานิสถาน 72.0%
- ซิมบับเว 64.1%
- ไนจีเรีย 57.7%
- เฮติ 55.1%
- โบลิเวีย 54.8%
- นิคารากัว 52.5%
- ปานามา 51.6%
- กาบอง 51.6%
- เมียนมา 49.0%
- เบนิน 48.8%
- กัวเตมาลา 48.6%
- สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 48.3%
- แทนซาเนีย 46.7%
- ปารากวัย 46.5%
- ไทย 46.2%
ถ้าเทียบแบบกันเอง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ก็ต้องบอกว่า เราเป็นสองรองก็แค่เมียนมา แต่ว่ามากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ
เศรษฐกิจนอกระบบในอาเซียน เรียงตามลำดับมากที่สุดไปน้อยที่สุด
โดยข้อมูลจาก worldeconomics พบว่า 10 ประเทศในอาเซียนที่มีเศรษฐกิจนอกระบบต่อ GDP สูงที่สุด ได้แก่
- เมียนมา 49.0%
- ไทย 46.2%
- กัมพูชา 40.9%
- ฟิลิปปินส์ 34.1%
- บรูไน 30.1%
- ลาว 27.2%
- มาเลเซีย 25.3%
- อินโดนีเซีย 22.7%
- เวียดนาม 20.5%
- สิงคโปร์ 10.4%
สัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ
ในด้านเศรษฐกิจนอกระบบในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ข้อมูลจาก worldeconomics พบว่า
- อินเดีย 43.1%
- จีน 12.7%
- ญี่ปุ่น 9.6%
- สหรัฐฯ 7.3%
ถ้าดูจากตรงนี้ ก็จะเห็นว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีสัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ประเทศในแถบแอฟริกาครองอันดับต้น ๆ ในตารางของเศรษฐกิจนอกระบบ
ส่วนไทยเรา แม้จะไม่ติดอันดับ Top 10 ในตารางโลก แต่ถ้าดูเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนด้วยกันแล้ว ก็ถือว่าสัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบในประเทศเราอยู่ในระดับสูงพอสมควร
ตัวอย่างกิจกรรมเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบ
ถ้าดูข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เคยให้ไว้ ระบุ ลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจนอกระบบไว้ 8 ข้อ คือ
- ผู้ประกอบการจ้างแรงงานน้อยกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในครอบครัว
- กิจกรรมมีความหลากหลาย เช่น ค้าปลีก ขนส่ง การซ่อมแซมต่าง ๆ การก่อสร้าง บริการส่วนบุคคล และอุตสาหกรรม
- เกิดขึ้นและหายไปได้ง่ายกว่าเศรษฐกิจในระบบ
- มีเงินทุนต่ำ
- ต้องการใช้แรงงานที่ไม่ได้มีทักษะระดับสูง
- ผู้ทำงานเรียนรู้ทักษะจากการทำงาน
- นายจ้างและลูกจ้างมีข้อตกลงกันเอง แบบไม่เป็นทางการ ลูกจ้างอาจจะได้สิทธิหรือสวัสดิการเพียงเล็กน้อย
- ธุรกรรมเศรษฐกิจนอกระบบจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจอื่นที่อยู่ในระบบ
เศรษฐกิจนอกระบบ มีอะไรบ้าง ?
เศรษฐกิจนอกระบบ ถูกแบ่งย่อย ๆ อีกเป็น 2 ประเภท คือ
- ธุรกิจแอบแฝง คือ มีการผลิตสินค้าและบริการ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ยอมแจ้งประเมินรายได้ เช่น หาบเร่ แผงลอย รับซื้อขายของเก่า บริการซ่อมรองเท้า ผู้รับจ้างทำงานบ้าน
- ธุรกิจผิดกฎหมาย คือ ค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม ค้าน้ำมันเถื่อน นำเข้าสัตว์ป่า โสเภณี นายหน้าจัดหาผู้หญิงและแรงงานเมียนมาในไทย ค้าหญิงไทยในต่างประเทศ และพนันผิดกฎหมาย เช่น หวยใต้ดิน พนันบอล เป็นต้น
แรงงานไทยอยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบเยอะแค่ไหน
เมื่อมาดูว่า แรงงานไทยอยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบเยอะแค่ไหน พี่ทุยต้องบอกว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีการจัดทำแบบสำรวจแรงงานนอกระบบ ประจำปี 2565 เอาไว้ โดยคำนิยามของแรงงานนอกระบบ ในที่นี่ คือผู้ที่มีงานทำที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทำงาน สรุปได้ดังนี้
- จำนวนแรงงานนอกระบบในไทย ปี 2565 มีจำนวน 19.4 ล้านคน (จากผู้ทำงาน 39.6 ล้านคน) หรือ 49%
- สัดส่วนแรงงานนอกระบบในแต่ละภูมิภาค
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 75.7%
- ภาคเหนือ 68.2%
- ภาคใต้ 52%
- ภาคกลาง 35.3%
- กรุงเทพฯ 24.7%
- สัดส่วนแรงงานนอกระบบอยู่ในกิจกรรมเศรษฐกิจอะไรบ้าง
- ภาคเกษตรกรรม 55.4%
- ภาคบริการและการค้า 34.6%
- ภาคการผลิต 10%
ปัญหาที่แรงงานนอกระบบเผชิญ
จากข้อมูล สำนักงานสถิติและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ปัญหาที่แรงงานนอกระบบเจอ คือ
- ปัญหาจากการทำงาน ได้แก่ ค่าตอบแทน งานขาดความต่อเนื่อง และงานหนัก
- ปัญหาจากสภาพแวดล้อม ได้แก่ อิริยาบถในการทำงาน ฝุ่นละออก ควัน กลิ่น และแสงสว่างไม่เพียงพอ
- ปัญหาจากความไม่ปลอดภัย ได้แก่ สารเคมี เครื่องจักร เครื่องมือที่เป็นอันตราย และอันตรายต่อระบบหู/ระบบตา
หมายเหตุ : แรงงานบางคนอาจเจอปัญหามากกว่า 1 ด้านก็ได้
เศรษฐกิจนอกระบบมีผลอย่างไรต่อชีวิตเรา
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า เราจะรู้เรื่องเศรษฐกิจนอกระบบไปทำไม พี่ทุยก็ต้องบอกว่า จริง ๆ แล้วในการใช้ชีวิตประจำวันของเราก็ล้วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนอกระบบทั้งนั้น เพราะร้านหาบเร่แผงลอย รวมถึงร้านอาหารริมฟุตบาทที่เราไปใช้บริการจำนวนมาก ก็คือ เศรษฐกิจนอกระบบ หากผู้ประกอบกิจการร้านค้าเหล่านั้น ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ให้กรมสรรพากรเห็น
หรือแม้กระทั่ง คนขายหวยใต้ดิน ที่ประกอบกิจกรรมผิดกฎหมายเต็ม ๆ แต่กลับมีเหล่าคอหวยทั้งหลายอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่นทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เพื่อลุ้นรางวัลหรือกลุ่มค้ายาเสพติด ที่ผิดกฎหมาย บ่อนทำลายสังคม และแม้เราจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้ ไม่อยู่ในสถานะการเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขาย แต่ธุรกิจเหล่านี้ก็อาจจะนำพาความเสียหายมาสู่ชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ จากการที่ผู้ติดยาเสพติด ออกไปสร้างปัญหาให้สังคมตามมา
ทั้งนี้ ISEAS – Yusof Ishak Institute ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยชั้นนำในสิงคโปร์ ที่มีการศึกษาเรื่องแนวโน้มทางสังคม การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีเศรษฐกิจนอกระบบไว้ ดังนี้
ปัญหาที่เกิดจากการมีเศรษฐกิจนอกระบบ
- การจัดเก็บภาษีของภาครัฐอ่อนแอ เพราะไม่สามารถเก็บจากคนที่ไม่รายงานรายได้จากเศรษฐกิจนอกระบบได้ ทำให้รัฐไม่สามารถหารายได้ได้มากพอไปใช้ดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ เช่น สวัสดิการดูแลผู้สูงอายุ
- ผู้บริโภคไม่ได้รับการคุ้มครองที่เป็นธรรม จากการซื้อสินค้าและบริการ
- เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างธุรกิจประเภทเดียวกันที่รายงานรายได้และเสียภาษีถูกต้อง กับธุรกิจที่ไม่รายงานรายได้ ไม่เสียภาษี
- นำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน จ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อไม่ให้ถูกรายงานด้านภาษี หรือถูกดำเนินการตามกฎหมาย
- ผู้ที่ทำงานในธุรกิจเหล่านี้ ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนถูกกฎหมาย และอาจไม่ได้รับสวัสดิการทางสังคมและสุขภาพเหมือนเศรษฐกิจในระบบ
- ภาครัฐไม่สามารถจัดเก็บข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง เช่น ตัวเลขการจ้างงาน และ GDP ที่อาจไม่ได้สะท้อนถึงกลุ่มนี้ด้วย
- กรณีธุรกิจผิดกฎหมาย อาจสร้างปัญหาการฟอกเงินตามมา เพื่อทำให้เงินที่ไม่ถูกกฎหมายกลายเป็นเงินถูกกฎหมาย
- ธุรกิจผิดกฎหมายบางอย่าง อาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคม เพิ่มโอกาสในการเกิดอาชญากรรม เช่น การค้ายาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย
แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ
- นำระบบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อเก็บข้อมูล ติดตามตัวเลขการทำธุรกรรม และใช้ไบโอเมตริกซ์ ยืนยันตัวตน เพื่อปรับปรุงระบบการตรวจสอบจัดเก็บภาษีให้ดีขึ้น
- ต้องเข้าไปกำกับดูแลการทำธุรกรรมบนคริปโทเคอเรนซี เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในตลาดมืด
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลเศรษฐกิจนอกระบบเท่านั้น เอาจริง ๆ แล้ว อาจจะมีมูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบในแต่ละประเทศมากกว่านี้ มีจำนวนแรงงานที่อยู่นอกระบบมากกว่าที่เห็นจากการสำรวจ เพราะขึ้นชื่อว่า อยู่นอกระบบ ก็คงไม่สามารถทำการสำรวจได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งโดยรวมแล้ว ภาครัฐควรจะส่งเสริมให้เศรษฐกิจนอกระบบที่ถูกกฎหมาย กลายมาเป็นเศรษฐกิจที่อยู่ในระบบ มีการจัดเก็บตัวเลข ประเมินรายได้และเสียภาษีถูกต้อง เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการจัดเก็บรายได้ของประเทศ เป็นธรรมกับผู้ที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย
อ่านเพิ่ม
