เศรษฐกิจโลก ปี 2564

ทำไม IMF คาด “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 12 ปี !

2 min read  

ฉบับย่อ

  • IMF ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2563 ว่าจะติดลบ -3.5% และปี 2564 ว่าจะขยายตัวที่ 5.5%
  • จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวของโลกที่รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) จากการควบคุมการแพร่ระบาดได้สำเร็จเป็นประเทศแรกของโลก ทำให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของหลายประเทศและการทยอยฉีดวัคซีนไปทั่วโลก ช่วยฟื้นฟูและสร้างความหวังให้เศรษฐกิจโลกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
  • การกลายพันธ์ุของเชื้อไวรัสและการส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้าเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset กองทุนรวม
Krungsri Asset กองทุนรวม

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีจุดสิ้นสุดนั้น ล่าสุดทาง IMF ได้ออกมาปรับตัวเลขคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 2563 ว่าจะติดลบ -3.5% นับว่าหนักที่สุดในรอบกว่า 70 ปี หรือตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แต่ถือว่าเป็นการปรับดีขึ้นจากที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ติดลบ -4.4%

IMF ปรับคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564 กลับมาขยายตัวที่ 5.5%

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันที่เริ่มมีการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนไปในหลายประเทศแล้ว ทาง IMF ก็เลยปรับคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” ปี 2564 ว่าจะกลับมาขยายตัวได้ที่ 5.5% ซึ่งเป็นการปรับดีขึ้นจากที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5.2%

โดยก่อนหน้านี้ช่วงต้นเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ทาง World Bank ก็ได้ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจโลกไว้ก่อนแล้วว่าเศรษฐกิจโลกปี 2563 จะติดลบ -4.3% (ปรับดีขึ้นจากที่เคยคาดไว้ว่าจะติดลบ -5.2%) และปี 2564 จะกลับมาขยายตัวที่ 4.0% (แต่ปรับลดลงจากที่เคยคาดไว้ที่จะขยายตัว 4.2%)

จีนเป็นประเทศขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่พ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สังเกตว่าการออกมาปรับตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2564 ของทั้ง IMF และ World Bank มีมุมมองที่แตกต่างกันจากที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ (IMF มองดีขึ้น แต่ World Bank มองแย่ลงจากครั้งก่อน) แต่สิ่งที่หน่วยงานทั้ง 2 มองเหมือนกันคือ จีนจะเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เพียงแห่งเดียวของโลกที่รอดพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) จากปีแห่งมหาวิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดทั้งปี 2563

ทาง IMF คาดว่าปี 2563 เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 2.3% ขณะที่ World Bank คาดไว้ที่ 2.0% เทียบกับบรรดาประเทศยักษใหญ่อื่นของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักจนเศรษฐกิจปี 2563 ติดลบกันถ้วนหน้า ขณะเดียวกันทาง IMF ก็ได้คาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2564 ว่าจะขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่ 8.1% ส่วนทาง World Bank ก็มองว่าจะขยายตัวสูงถึง 7.9%

ทำไมจีนถึงฟื้นตัวได้เร็ว ?

การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนส่วนหนึ่งก็เพราะว่าการควบคุมการแพร่ระบาดได้สำเร็จเป็นประเทศแรกของโลก ทำให้กลับมาเปิดประเทศได้เร็วกว่าประเทศอื่น และเศรษฐกิจก็เลยฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่นด้วย ประกอบกับการค้าการส่งออกของจีนก็ทยอยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่สงครามการค้าในช่วงหลังคลี่คลายลงไปจากการที่นายโจ ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ด้วยการที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้เร็วจากโควิด-19 ก่อนใครเพื่อน ก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น จนล่าสุดมีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติไหลเข้าประเทศ (FDI) ด้วยมูลค่ามากที่สุดในโลกราว 163,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 4% ซึ่ก็มีส่วนสำคัญทำให้โมเมนตัมทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2564 จะกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฉีดวัคซีนไปทั่วโลกจะช่วยฟื้นฟูสภาพ “เศรษฐกิจโลก”

จากการคาดการณ์ของ IMF ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2564 จะกลับมาขยายตัวที่ 5.5% นับว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งจากการประมาณการของ IMF พอบอกได้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ V-Shape นั่นคือ

เศรษฐกิจโลกได้รับความเสียหายอย่างหนักจากโควิด-19 แต่ก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้เร็ว

เหตุผลส่วนหนึ่งจากที่พี่ทุยบอกไปข้างต้นว่า จีนเศรษฐกิจเบอร์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในปัจจุบันที่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน และกำลังซื้อของประชาชนชาวจีนก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ก็พาให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวตามกันไปด้วย

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลทั่วโลกลดมาตรการ Lockdown ลง โดยเลือก Lockdown  เฉพาะพื้นที่เสี่ยง ก็มีส่วนช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนกลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติมากกว่าการระบาดครั้งแรกที่แทบทุกประเทศทั่วโลกต่างล็อคดาวน์ทั่วทั้งประเทศ

ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาของนายโจ ไบเดน ภายใต้ชื่อ American Rescue Plan ที่อัดฉีดเม็ดเงินด้วยวงเงินมหาศาลถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาขยายตัวและเศรษฐกิจโลกก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้ตามไปด้วย รวมทั้งการฉีดวัคซีนไปแล้วในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วราว 20 ล้านคน ขณะที่ประเทศในยุโรปก็ตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนราว 60-70% ของประชาชนทั้งหมดให้ได้ในกลางปีนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วยแต่เป็นแรงหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้

การกลายพันธ์ุของไวรัสและการกระจายวัคซีนที่ล่าช้าเป็นความเสี่ยงใหม่ของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมาย โดยเฉพาะการระบาดระลอกใหม่ที่เราเริ่มเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สังเกตว่าการระบาดระลอกใหม่รอบนี้แพร่กระจายเร็วและขยายวงกว้างมากกว่ารอบแรก อย่างในยุโรปเองที่ทางการเนเธอร์แลนด์ประกาศใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดในหลายพื้นที่ จนประชาชนต้องออกมาประท้วงจนกลายเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

ปัญหาเรื่องการกลายพันธ์ุของไวรัสและการส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้ากว่าตามกำหนดในยุโรปเป็นความเสี่ยงใหม่ที่ต้องจับตาอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบันเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์จากจุดเริ่มต้นในอังกฤษได้ข้ามฟากไปในสหรัฐอเมริกา บางประเทศในทวีปแอฟริกาและในเอเชียแล้ว ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงที่หลายประเทศอาจกลับมาล็อคดาวน์เข้มงวดอีกครั้งมีความเป็นไปได้สูงมากขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้าได้

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
"ลงทุนหุ้น" ภายใน 30 วัน
error: