ลงทุน vs "ใช้หนี้" ควรเลือกแบบไหนก่อน ?

ลงทุน vs “ใช้หนี้” ควรเลือกแบบไหนก่อน ?

2 min read  

ฉบับย่อ

  • คำถามโลกแตกเมื่อเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่งจะเอาไป “ลงทุน” ให้ได้ผลตอบแทนหรือว่าจะเอาไป “ใช้หนี้” เพื่อลดภาระของดอกเบี้ยมากกว่ากัน
  • เรื่องที่สำคัญที่สุดในการจะลงทุนที่ต้องดูก่อนเลยก็คือ “อัตราดอกเบี้ย” ถ้าเรานำเงินไปลงทุน “ผลตอบแทน” ที่ได้จะมากกว่า “ดอกเบี้ย” ที่เราเสียหรือไม่ แต่ก็ห้ามลืมเรื่องของ “ความเสี่ยง” จากการลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน

ปัญหาโลกแตกสำหรับคนที่เป็นหนี้อยู่ ก็คือ พอเรามีเงิน 1 ก้อนใหญ่ ๆ เราจะเอาไปใช้อะไรดี ระหว่าง เอาเงินไป “ใช้หนี้” ให้เรียบร้อย หรือ เอาเงินไปลงทุนก่อน แน่นอนว่าเวลาที่เราศึกษาเรื่องลงทุนมาสักพัก พอมีเงินก็ต้องอยากลงทุนเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แล้วยิ่งกระแสตอนนี้กำลังเชียร์ให้ลงทุนกันอย่างรุนแรงก็เลยไม่แปลกที่เราอยากจะลงทุนกับเค้าบ้าง

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าหนี้แบบไหนที่เราควรปิดก่อนหรือหนี้แบบไหนไม่ต้องรีบปิด ค่อย ๆ ผ่อนไปก่อน เราจะได้นำเงินไปลงทุนได้

เปรียบเทียบ “ผลตอบแทน” และ “ดอกเบี้ยจ่าย” แต่ห้ามลืมเรื่องของ “ความเสี่ยง”

เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เราต้องดูก่อนเลยก็คือ “อัตราดอกเบี้ย” ถ้าเรานำเงินไปลงทุน “ผลตอบแทน” ที่ได้จะมากกว่า “ดอกเบี้ย” ที่เราเสียหรือเปล่า ? ถ้าผลตอบแทนได้มากกว่าก็เลือกลงทุนไปได้เลย แต่ถ้าผลตอบแทนน้อยกว่า “ดอกเบี้ย” การไป “ใช้หนี้” ก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน

แต่ห้ามลืมเด็ดขาดว่ารายจ่ายเรื่อง “ดอกเบี้ย” เป็นรายจ่ายที่ไม่มีความเสี่ยง คือ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องจ่าย แต่การลงทุนมี “ความเสี่ยง” ว่าเราอาจจะขาดทุนจากการลงทุนหรือผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็เป็นไปได้ ต้องนำเรื่องนี้มาวิเคราะห์ด้วยทุกครั้ง

แล้วหนี้โดยเฉพาะพวกหนี้บัตรต่าง ๆ เป็นหนี้ที่เราไม่ควรหลงเหลือไว้แม้แต่บาทเดียวเลยด้วยซ้ำ (รวมถึงคนที่ชำระขั้นต่ำมาโดยตลอด) เพราะดอกเบี้ยบัตรพวกนี้ 20%++ พี่ทุยว่ามันสูงมาก ๆ เลยนะ ลองคิดดูว่าเราจะลงทุนยังไงให้ได้ 20% แบบชัวร์ ๆ และไม่มีความเสี่ยง พี่ทุยอยากจะบอกตรง ๆ เลยว่า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ทีนี้คำถามที่ฮอตฮิตติดชาร์ตและทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่แน่ ๆ ก็คือ

ถ้ามีหนี้บ้าน ระยะยาว 20-30 ปี จะทำยังไงดี ?

หนี้บ้าน ถือเป็นหนี้ที่มีระยะยาวมาก ระยะเวลาประมาณ 20-30 ปี ถ้าเอาแต่โปะบ้านไปเรื่อย ๆ แบบนี้เมื่อไหร่จะได้ลงทุนล่ะ ?

จริง ๆ คำถามนี้ก็ตอบยากเหมือนกันนะ เพราะอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันถ้าไม่นับโปรโมชั่นก็จะอยู่ที่ 4-6% ต่อปี ถ้าเราเอาเงินไปลงทุนให้ได้ 4-6% ต่อปี ก็ไม่ใช่เรื่องหมู ๆ ซะด้วยสิ เพราะผลตอบแทนพวกกองทุนตราสารหนี้ที่เสี่ยงต่ำตอนนี้ผลตอบแทนก็อยู่ประมาณ 2-3% ต่อปีเท่านั้นเอง การที่เราอยากได้ผลตอบแทนแบบ 5%+ ต่อปี จำเป็นต้องผสมการลงทุนที่มีความเสี่ยงขึ้นเข้าไป อย่างเช่น หุ้น เป็นต้น

ดังนั้นพี่ทุยแนะนำว่าให้โปะไปนั่นแหละดีแล้ว แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องโปะทั้งหมด ให้เหลือเงินส่วนหนึ่งไว้ให้เราไปลงทุนตามแผนของเรา เพราะการลงทุนบางอย่างก็ได้ผลประโยชน์อื่น ๆ แถมมาด้วย เช่น ผลประโยชน์ทางภาษี ผลประโยชน์เรื่องทุนประกันหรือแม้แต่สวัสดิการต่าง ๆ ในการบริหารความเสี่ยงก็เป็นส่วนสำคัญของแผนการเงินเหมือนกันนะ

ส่วนเรื่องหนี้รถยนต์ อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าไม่จำเป็นต้องโปะนะ เพราะว่าส่วนใหญ่ดอกเบี้ยเราถูกคิดไปตั้งแต่ตอนกู้แล้ว โปะไปไม่ช่วยอะไรเลย หรือถ้ามีข้อสงสัยอีกว่า หนี้แบบนี้ควรจะทำยังไงกับมัน สอบถามเข้ามากันได้เลยนะ พี่ทุยยินดีช่วยเหลือเสมอ

อ่านเพิ่มเติม

อยากดูคลิปของ Money Buffalo เพิ่มเติมเข้าไปดูกันบน Youtube ได้เลย คลิกที่นี่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: