กระทรวงการคลัง “สหรัฐฯ” ประกาศคว่ำบาตร BitRiver ผู้ให้บริการขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2565 ได้สั่นสะเทือนวงการเงินดิจิทัลเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นการคว่ำบาตรบริษัทเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
ส่วนสาเหตุที่คว่ำบาตร พี่ทุยก็เดาได้ไม่ยากว่าคงเกี่ยวเนื่องกับการที่รัสเซียรุกรานยูเครน
แล้วทำไมบริษัทที่ระบุที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ถึงได้โดนสหรัฐฯ คว่ำบาตร? และบริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทด้านใดกันแน่ วันนี้ พี่ทุยหาคำตอบมาให้แล้วด้านล่างนี้
BitRiver คือใคร ? ทำไม “สหรัฐฯ” ต้องแบน
ในเว็บไซต์ของ BitRiver ระบุว่าตัวเองเป็นบริษัทผู้ให้บริการขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีที่ใช้พลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ โดยมีศูนย์ข้อมูลหลักอยู่ที่เมือง Bratsk ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากกรุงมอสโกว 4,000 ก.ม.
จึงไม่แปลกที่ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะบอกว่า แม้ BitRiver จะมีที่อยู่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็มีปฏิบัติการในสำนักงาน 3 แห่งทั่วรัสเซีย โดย Bitriver เพิ่งจะย้ายถิ่นฐานไปตั้งสำนักงานในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา
BitRiver ใหญ่แค่ไหน?
ในการขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี จำเป็นต้องมีเครื่องประมวลผลหรือคอมพิวเตอร์ที่พร้อม เพราะการขุดเหมืองบิตคอยน์ก็เหมือนการเดาชุดตัวเลขเพื่อปลดล็อคบิตคอยน์ และจำเป็นต้องใช้กำลังคอมพิวเตอร์มหาศาลในการทำ
แต่ไม่ได้มีแค่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่เดาชุดตัวเลขหาบิตคอยน์ ยังมีอีกหลายล้านเครื่องทั่วโลก ดังนั้น เครื่องประมวลผลที่ประสิทธิภาพสูงและมีจำนวนมาก ย่อมทำให้มีโอกาสขุดบิตคอยน์ได้มากกว่าเช่นกัน
สำหรับศูนย์ Data Center ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการใช้ขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี ของ Bitriver มีกำลังไฟมากถึง 100 เมกะวัตต์ หรือสามารถให้พลังงานไฟฟ้ากับบ้านเรือนในสหรัฐฯ ได้เกือบ 2 หมื่นหลังคาเรือน โดยที่ Bitriver มีข้อได้เปรียบคือ “ต้นทุน” ที่ถูกกว่า เนื่องจากใช้ “พลังงาน” ที่ถูกกว่า เพราะรัสเซียเป็นผู้ผลิตพลังงานส่งออก
Bitriver ให้บริการลูกค้าเป็นผู้ขุดเจาะบริษัทรายย่อยทั้งจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยประธานฝ่าบริหาร Igor Runets คาดการณ์เอาไว้เมื่อปี 2021 ว่า บริษัทช่วยขุดบิตคอยน์ไปแล้วมากถึง 2% ของการขุดบิตคอยน์ทั้งหมดในโลก
อ่านเพิ่ม
ทำไม “สหรัฐฯ” เเบน BitRiver ?
สหรัฐฯ คว่ำบาตร BitRiver พร้อมด้วยบริษัทลูกอีก 10 แห่ง
บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของรัสเซีย ซึ่งขุดเหรียญดิจิทัลและค้าขายข้ามประเทศ และอย่างที่พี่ทุยระบุไว้ข้างต้นว่า บริษัทนี้ใช้พลังงานราคาถูกจากรัสเซีย จึงเป็นการช่วยทำเงินให้กับรัสเซียผ่านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในแดนหมีขาว
ดังนั้น ทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จึงเห็นว่า ทาง BitRiver ช่วยลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องคว่ำบาตรบริษัทดังกล่าวไปด้วย
การคว่ำบาตรครั้งเกิดขึ้นตามหลังการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ไปแล้ว เช่น การตัดรัสเซียออกจาก SWIFT ซึ่งทำให้ชาวรัสเซียและคนนอกประเทศไม่สามารถโอนเงินเข้าออกผ่านธนาคารรัสเซียในระบบ SWIFT ได้
พี่ทุยว่า เพราะในตอนนั้นมีคนวิจารณ์ว่า คว่ำบาตรแบงก์ไปก็เท่านั้น เพราะสามารถใช้บิตคอยน์ในการโอนเงินได้อยู่ดี แต่การ “ขยับ” มาแบนบริษัทแวดวงคริปโตเคอร์เรนซี ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกความพร้อมของสหรัฐฯ ในการขยายวงเพื่อบีบรัสเซียให้เลิกรุกรานยูเครน
เกี่ยวข้อง “คนโปรด” ปูติน?
หนึ่งในหุ้นส่วนของ BitRiver คือ En+ Group บริษัทด้านพลังงานสะอาดของรัสเซีย และผู้ผลิตอลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากไม่นับจีน โดย En+ ร่วมมือ BitRiver ก่อตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ในชื่อ Bit+ เพื่อใช้พลังงานสะอาดในการขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีในปี 2020 และยังร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมาตลอดที่ผ่านมา
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 45% ของ En+ คือ Oleg Deripaska เศรษฐีพันล้านของรัสเซีย เจ้าของอุตสาหกรรมรายใหญ่ในรัสเซีย Basic Element ซึ่งลงทุนใน 6 ภาคเศรษฐกิจ ได้แก่ พลังงานและเหมือง การผลิต ภาคบริการการเงิน ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ การเกษตร และบริหารจัดการสนามบินและสายการบิน
นอกจากนี้ Oleg Deripaska ยังได้ชื่อเป็นนักอุตสาหกรรม “คนโปรด” ของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ Deripaska จะเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาแล้วในปี 2018 จากข้อหาข่มขู่คู่แข่งทางธุรกิจ แต่สหรัฐฯ ก็ปลดคว่ำบาตรในเวลาต่อมา และ Derispaska ยังเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียยุติสงครามกับยูเครน
อ่านเพิ่ม
![[สรุปโพสต์เดียวจบ] รู้จัก BitRiver บริษัทขุดคริปโตที่โดน "สหรัฐฯ" แบน](https://www.moneybuffalo.in.th/wp-content/uploads/2022/04/รู้จัก-Bitriver-1-e1670408901635.jpg)