เวลาไปเดินห้าง โครงการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งตลาดนัด ร้านอาหารประเภทนึงที่พี่ทุยเห็นตลอดเลยก็คือ “ร้านอาหารญี่ปุ่น” ซึ่งแม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน แต่กลับมีราคาหลากหลายตั้งแต่หลักหลายพันบาทอย่าง Omakase หรือชูซิคำละ 10 บาท ที่จะมาพร้อมกับโปรโมชั่นซื้อ 10 แถม 1 แล้วก็จะได้ 11 ชิ้นกลับบ้านทุกที ฮ่า ๆ บางครั้งในสถานที่เดียวกันก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว ทั้งร้านแบรนด์ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศ อย่าง FUJI, Oishi หรือ Zen และร้านที่มาเปิดเพียงเเค่สาขาเดียว พอเห็นอย่างนี้แล้ว ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์หนึ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้พยายามกระจายความเสี่ยง โดยขยายสาขาร้านอาหารประเภทอื่นในเครือของตัวเอง แบรนด์ร้านอาหารที่ว่าคือ “ZEN” ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นั่นเอง ส่วนร้านอาหารที่เค้ากำลังอัดฉีดเร่งขยายสาขานี้มีชื่อว่า “เขียง”
ZEN เห็นอะไรในร้านอาหารญี่ปุ่น
รู้กันมั้ยว่า? ไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากแชมป์อันดับ 1 อย่างสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และจัดเป็นประเทศที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากที่สุดในอาเซียนอีกด้วย
ในปี 2560 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่จำนวน 3,004 ร้าน แต่สิ้นปี 2561 กลับเพิ่มจำนวนเป็น 3,637 ร้าน คิดเป็นเพิ่มขึ้น 21% เลยทีเดียวอาหารญี่ปุ่นมีอยู่หลายอย่าง ทั้งอาหารแบบดั้งเดิม อาหารสไตล์ปิ้งย่าง ส่วนร้านอาหารญี่ปุ่นแบบที่เปิดได้ง่ายที่สุด ใช้ทุนไม่มากนักก็คงหนีไม่พ้นร้านซูชิ จากสถิติพบว่าในปี 2561 ประเทศไทยมีร้านซูชิอยู่ 299 ร้านและเพิ่มเป็น 683 ร้านในปีนี้ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 128.4% ซึ่งจัดเป็นประเภทร้านที่เปิดเพิ่มสูงสุด
ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่แทบทุกจังหวัด จะเว้นก็แต่เพียงจังหวัดยโสธร และหนองบัวลำภูเท่านั้น สาเหตุสำคัญที่น่าจะทำให้คนไทยแห่กันเปิด ส่วนนึงก็คงเป็นเพราะการยกเลิกวีซ่าให้คนไทยเข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เมื่อปี 2556 คนไทยจึงมีโอกาสเข้าไปซึมซับและชื่นชอบในวัฒนธรรมของเค้าจนทำให้ร้านผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างที่เห็น
จากสถิติการเพิ่มขึ้นอย่างที่เห็น โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นมากถึง 21% ก็ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายเเบรนด์เริ่มตื่นตัว เพราะเมื่อมีความต้องการขายหรือsupply มากมายขนาดนี้ ถ้า demand ที่มีไม่พอเพียงต่อการรองรับก็อาจจะเกิดการ oversupply จนลามไปถึงการเกิดฟองสบู่ได้เลยนะ ไม่แน่ว่า นอกจากฟองสบู่ทิวลิป ฟองสบู่อสังหา โลกเราอาจมีฟองสบู่ซูชิด้วยก็ได้นะ อะไรที่ฮิตมากจนเกินไปต้องระวังกันให้ดีเลยล่ะ
พอเห็นตัวเลขอย่างนี้ ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายแบรนด์ ก็มีปฏิกริยาต่างกัน อย่างร้าน Oishi ก็ไม่สนใจนัก เพราะถือว่ากลุ่มเป้าหมายของเค้าเป็นคนละประเภทกับร้านส่วนมาก เพราะ Oishi เป็นอาหารราคาพรีเมี่ยมที่เน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่รายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ในขณะที่ ZEN เริ่มหันมาเน้นที่ร้านอาหารไทยอย่าง ร้านตำมั่ว เเละร้านเขียง วันนี้พี่ทุยจะพาไปเที่ยวร้านเขียง เอ้า ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย!
มาทำความรู้จักกับร้านเขียง by Tummour ของเครือ ZEN กัน
ZEN มีร้านอาหารในเครือตัวเองมากถึง 12 แบรนด์ ที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็อย่างเช่น ZEN ที่มีอยู่ 47 สาขาทั่วประเทศ AKA ตำมั่ว ลาวญวณ เฝอ และร้านที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้คือร้าน “เขียง” ที่มีจำนวนอยู่ทั้งสิ้น 26 สาขาเป็นของบริษัทเอง 23 สาขาและร้านแฟรนไชส์ 3 สาขา ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มเปิดมาได้ราว 8 เดือนเท่านั้นแต่รายได้ก็ปังมาก โดยประเดิมสาขาแรกที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เจษฎาบดินทร์ จ.นนทบุรี
ร้านเขียงจะเป็นร้านอาหารไทยตามสั่งราคาย่อมเยาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 50-100 บาท เมนูก็อย่างเช่น ข้าวผัดกระเพราราดข้าว ข้าวไข่เจียว เป็นต้น ร้านเขียงมีภาพลักษณ์ของความเป็น Street food อย่างเต็มเปี่ยม โดยมีคอนเซ็ปต์ ว่าร้านเขียงจะเป็น “ครัวของชุมชน” แว่ว ๆ ว่าผู้บริหารมองว่าคู่เเข่งของเเบรนด์นี้คือร้านอาหารตามสั่งทั่วไปและบริการส่งอาหาร delivery อย่าง Food panda หรือ Grab food เลยนะ แต่ละสาขาจะมีเนื้อที่เพียง 50 ตารางเมตรเท่านั้น
ถึงแม้จะเป็นน้องใหม่ใสกริ๊งอายุยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ร้านเขียงสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 400,000 – 450,000 บาทต่อเดือนในแต่ละสาขา ตอนแรกร้านจะเน้นลูกค้าที่ทานที่ร้าน แต่พอดีลกับ platform delivery อาหาร ในทุก app ทั้ง Grab food, Line man และ Food panda แล้ว ร้านก็พบว่ามีรายได้จากส่วนนี้ 10-20% เลย เรื่องนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าในบางครั้ง การลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ดี ๆ ที่เราคาดไม่ถึงได้เสมอ การเปิดใจก็เหมือนการเปิดประตูสู่โอกาสได้เหมือนกัน
ที่พี่ทุยคิดว่าร้านเขียงจะมาเป็น 1 ในเรือธงของร้านอาหารในเครือ ZEN ก็เพราะว่า เมื่อราวเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ เค้าได้จับมือกับปั๊มน้ำมันปตท. เพื่อขอเช่าพื้นที่เปิดสาขา ซึ่งปั๊มปตท. เป็นปั๊มที่เป็นที่นิยม มีคนมาใช้บริการเยอะและมีมากถึง 1,700 จุดทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ในมหกรรมแฟรนไชส์ในช่วงเวลาเดียวกัน ZEN ก็ยังลดแลกแจกแถมแฟรนไชส์เเบรนด์เขียงด้วยการลดค่าธรรมเนียมแรกเข้าและยืดหยุ่นในการเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือน จากเดิมที่คิดจากสัดส่วนรายได้ของสาขานั้น ๆ มาเป็นอัตราคงที่ 12,500 บาทต่อเดือน เมื่อใช้เงินลงทุนน้อยลงพอสมควรอย่างนี้ แน่นอนว่าย่อมมีคนอยากรับร้านเขียงไปดูแลมากขึ้น จำนวนสาขาแฟรนไชส์จาก 3 สาขา ปีนี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าไหร่ต้องรอดูกัน
กลยุทธ์ของ ZEN คือ “ไปญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ไปแบรนด์ไทย ไปใหญ่ไม่ได้ ก็ไปเล็ก”
เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ ZEN ได้ค่อนข้างมากจากแบรนด์ “เขียง” นอกจากเรื่องประเภทของอาหารและกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนละกลุ่มกันอย่างเห็นได้ชัดเเล้ว อีกประเด็นนึงคือเรื่องของพื้นที่ต่อสาขา ก่อนหน้านี้ร้านอาหารในเครือ ZEN จะใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก แต่หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบต่าง ๆ ZEN ก็เริ่มปรับตัวโดยการกระจายจำนวนสาขาและลดพื้นที่ต่อสาขาลง ซึ่งตรงนี้ก็รวมถึงร้านเขียงด้วย
อีกประเด็นหนึ่งคือร้านเขียงมีการขยายสาขาที่แตกต่างไปจากร้านอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าร้านอาหารอื่น ๆ ในเครือ ZEN ทุกร้านจะเปิดสาขาในห้าง ซึ่งถ้ามีปัจจัยกระทบห้าง เช่น คนไม่นิยมเดินห้างกันก็จะทำให้ยอดขายลดลงอย่างหลีกเลี่ยงมาได้ แต่ร้านเขียงจะเปิดสาขา 5 รูปแบบ คือ
(1) เปิดตามปั๊มน้ำมัน อย่างที่พี่ทุยเล่าไปตอนแรกว่าเค้าดีลกับปั๊มปตท.เรียบร้อยแล้ว
(2) เปิดใน community mall
(3) เปิดตาม food court
(4) เปิดเป็น standalone เน้นทำสิ่ง delivery เลย ไม่เน้นลูกค้านั่งกินที่ร้าน
(5) เปิดตามตึกแถว
มาจับตาดูกันเถอะว่า สโลแกน “ไปญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ไปแบรนด์ไทย ไปใหญ่ไม่ได้ ก็ไปเล็ก” ของเค้าจะได้ผลดีแค่ไหน ร้านเขียงของ ZEN จะสู้ร้านอาหารตามสั่งดั้งเดิมที่เรากินกันอยู่ประจำได้มั้ย จะว่าไปแล้ว พี่ทุยก็ลุ้นให้เกิดฟองสบู่ซูชิเหมือนกันนะ(ฮ่า) ตอนเกิดฟองสบู่ทิวลิป ดอกทิวลิปจะถูก ตอนเกิดฟองสบู่อสังหา บ้านก็ถูก ถ้าเกิดฟองสบู่ซูชิขึ้นมา ก็อาจเปลี่ยนเป็นซูชิซื้อ 1 แถม 10 แทนซื้อ 10 แถม 1 ก็เป็นได้นะ
Comment