[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

[พรีวิว] ศึก “ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก” รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

UEFA ย่อมาจาก Union of European Football Associations คือ สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป เป็นองค์กรที่ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรป จัดการเกี่ยวกับทีมฟุตบอล เงินรางวัล กฎระเบียบ รวมถึงลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอล ซึ่งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันฟุตบอลที่อยู่ภายใต้การดูแลของ UEFA

ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มีความเป็นมาอย่างไร?

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เดิมใช้ชื่อว่า ยูโรเปียนคัพ เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.1955 จากนั้นในปี ค.ศ.1992 จึงค่อยเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรายการเกมส์การแข่งขันฟุตบอลแห่งทวีปยุโรปที่เหล่าสาวกแฟนบอลติดตามกันอย่างเหนียวแน่นทุกปี เพราะแต่ละทีมที่สามารถเข้าไปแข่งขันในรายการนี้ได้จะต้องเป็นทีมที่มีคะแนนสะสมมากที่สุดของแต่ละลีกแล้วมาแข่งขันกัน แต่ว่าจำนวนโควต้าทีมของแต่ละลีกที่จะเข้าไปแข่งขันในรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ลาลีกาของสเปน และบุนเดสลีกาของเยอรมนี มีโควตา 4 ทีม ส่วนกัลโช่ เซเรีย อาของอิตาลีมีโควตา 3 ทีม เป็นต้น ในฤดูกาล 2017 – 2018 มีสโมสรฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดถึง 79 ทีม แต่ในรอบแบ่งกลุ่มจะมีเพียง 32 ทีมเท่านั้น

[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

3 อันดับ ทีมแชมป์สูงสุดใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

อันดับ 1 : เรอัล มาดริด 12 ครั้ง
อันดับ 2 : เอซี มิลาน 7 ครั้ง
อันดับ 3 : บาร์เซโลน่า บาเยิร์น มิวนิค และลิเวอร์พูล 5 ครั้ง

ทีมที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุด ได้แชมป์มากที่สุดในรายการนี้ ก็คือ เรอัล มาดริด ชนะมากที่สุดถึง 12 ครั้งด้วยกัน โดยมีลุ้นที่จะกลายเป็น 13 ครั้ง หากสามารถชนะลิเวอร์พูลในการแข่งขันนัดสุดท้ายชิงชนะเลิศในค่ำคืนวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 นี้ได้ (เริ่มเตะ 01.45 น. เหล่าแฟนบอลอย่าลืมตื่นมาดูกันนะ) ในทางกลับกันหากลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ชนะ จะเป็นชัยชนะครั้งที่ 6 ของลิเวอร์พูล โดยจะกลายมาเป็นทีมอันดับที่ 3 ที่มีผลการชนะมากที่สุดของรายการนี้เพียงทีมเดียว โดยทิ้งทีมยักษ์ใหญ่จากสเปนอย่างบาร์เซโลน่า และทีมยักษ์ใหญ่จากเยอรมันอย่างบาเยิร์น มิวนิค ให้ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ทันที โดยรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้น ณ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน

[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

ความน่าสนใจของรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ฤดูกาล 2017 – 2018

นัดชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ในฤดูกาล 2017 – 2018 นี้ กำลังจะเริ่มขึ้น คู่ชิงในรอบนี้ถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่จากสองลีกอย่าง ลิเวอร์พูล จากพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ กับ เรอัล มาดริด จากลาลีกาของสเปน พี่ทุยเลยอยากจะพาทุกคนมาดูความน่าสนใจของทั้งสองทีมนี้กัน

เริ่มจากยักษ์ใหญ่จากแดนผู้ดีอังกฤษอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล

[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรฟุตบอลอยู่ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่มีมูลค่าสโมสรถึง 47,744 ล้านบาท โดยอยู่ในอันดับที่ 8 ของสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รายได้ของสโมสรสามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วนด้วยกัน

  • รายได้จากการขายตั๋ว ของที่ระลึก และการให้บริการของสโมสร 16.9%
  • รายได้จากการแข่งขันในลีกต่างๆ 37.5%
  • รายได้จากสปอนเซอร์ 31.7%
  • รายได้จากขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 13.9%

โดยรายได้หลักมาจากรายได้จากการแข่งขันในลีกต่างๆ และรายได้จากสปอนเซอร์ คิดเป็นประมาณเกือบ 70% ของรายได้ทั้งหมด

ขณะที่ยักษ์ใหญ่จากแดนกระทิงดุสเปนอย่าง ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

[พรีวิว] ศึก "ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก" รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017-18

เรอัล มาดริด เป็นสโมสรฟุตบอลอยู่ในลีกลาลีกาของสเปน ที่มีมูลค่าสโมสรถึง 114,560 ล้านบาท โดยอยู่ในอันดับที่ 3 ของสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รายได้ของสโมสรสามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วนด้วยกัน

  • รายได้จากการขายตั๋ว และการให้บริการของสโมสร 18.7%
  • รายได้จากการแข่งขันในลีกต่างๆ 33.1%
  • รายได้จากสปอนเซอร์ 34.0%
  • รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 14.2%

โดยรายได้หลักมาจากรายได้จากการแข่งขันในลีกต่างๆ และรายได้จากสปอนเซอร์ คิดเป็นประมาณเกือบ 70% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเห็นได้ว่าโครงสร้างหลักของรายได้ทั้งสองสโมสรมีความคล้ายคลึงกันมาก

แข่ง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แล้วได้เงินเท่าไหร่ ?

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นอกจากจะเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลระดับยุโรปที่คอบอลไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว ยังเป็นรายการแข่งขันที่มีเงินรางวัลสูงตลอดการแข่งขัน ซึ่งมูลค่าเงินรางวัลของผู้ชนะอยู่ที่ 589 ล้านบาท รองชนะเลิศจะได้รับ 418 ล้านบาท และในทุกๆนัดของการแข่งขัน ผู้แข่งขันจะได้รับเงินรางวัลตลอดการแข่งขันอีกด้วย

เงินรางวัลใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงินรางวัลและโบนัส ราว 54-57.2 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,052-2,173.6 ล้านบาท กับค่า Market Pool (ค่า Market Pool เป็นส่วนของเงินรางวัลที่มาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นหลัก รวมถึงเงินจากสปอนเซอร์ ยอดขายจากโฆษณา เป็นต้น) ซึ่งเงินรางวัลของยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่แต่ละทีมมีโอกาสที่จะได้ไปรวมแล้วอยู่ราวๆ 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,800 ล้านบาท

โดยในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลทำเงินไปแล้วกว่า 1,755 ล้านบาท ขณะที่เรอัล มาดริด ซึ่งแข่งน้อยกว่าเพราะไม่ต้องแข่งรอบ Play-Off เริ่มแข่งในรอบแบ่งกลุ่มเลย เรอัล มาดริดสามารถทำเงินไปแล้วกว่า 1,489 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองทีมมีโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัลเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 11 ล้านยูโร หรือราวๆ 418 ล้านบาท และได้รับสูงสุดมากถึง 15.5 ล้านยูโร หรือราวๆ 589 ล้านบาทในการแข่งขันนัดสุดท้ายชิงแชมป์ของฤดูกาล 2017-2018 นี้ โดยเงินรางวัลที่กล่าวถึงยังไม่รวมส่วนของเงินรางวัลจากค่า Market Pool ซึ่งเป็นส่วนที่ยูฟ่าจะจัดสรรปันส่วนให้แต่ละทีมตามผลงานของทีม ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่น้อยเลยสำหรับเงินรางวัลที่จะได้รับหากทำผลงานได้ดี เช่น ในฤดูกาล 2015-2016 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โกยเงินเยอะสุดเหนือกว่าทีมแชมป์อย่างเรอัล มาดริด ไปซะงั้น แม้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะตกรอบไปในรอบรองชนะเลิศ Semi-Finals ขณะที่เรอัล มาดริด ได้แชมป์ แต่ส่วนแบ่งจากส่วนของ Market Pool ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นแชมป์โกยเงินในฤดูกาล 2015-2016 ไปอย่างหน้าตาเฉย โดยได้รับเงินรางวัลรวมที่ 83.8 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,184 ล้านบาท โดยเรอัล มาดริด ได้รับเพียง 80 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,040 ล้านบาทเท่านั้น

แล้วฤดูกาล 2017-2018 ใครจะครองแชมป์ ใครจะเป็นแชมป์โกยเงินกัน ทุกคนอย่าลืมติดตามดูกันในคืนวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 นี้ เวลา 01.45 น. พี่ทุยขอไปเปิดทีวีรอดูก่อนเลยละกัน !

หมายเหตุ
อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยน 38 บาทต่อยูโร

Reference

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile