แบรนด์น้ำผลไม้ “Tipco” (ทิปโก้) นั้นเรียกได้ว่าคุ้นเคยกับชาวไทยกันเป็นอย่างดี และยังเป็นเบอร์ต้นๆของผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ เพราะมีส่วนแบ่งทางการตลาดนำลิ่วมาเป็นเบอร์ 1 วิ่งแซงคู่แข่งในตลาดเดียวกัน
ถ้าพูดถึงชื่อ บริษัท สับปะรดไทย จำกัด (มหาชน) หลายคนก็คงไม่รู้จักแน่ๆ แต่ถ้าบอกว่านั่นคือชื่อเดิมของ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ก็คงร้องอ๋อ.. อย่างแน่นอน
ก่อนที่กลายมาเป็น บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ที่ยิ่งใหญ่ในตลาดน้ำผลไม้ ได้เริ่มต้นจากการตั้งโรงงานในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นเมื่อปี 2519
มีผลิตภัณฑ์หลักเป็นสับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรดคั้น น้ำสับปะรดเข้มข้น สมชื่อ บริษัท สับปะรดไทย จำกัด (มหาชน) จากนั้นก็นำพาตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2532 ด้วยชื่อ “TIPCO” ที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสับปะรด จนถึงขนาดในปัจจุบันมีสับปะรดสายพันธุ์ “ทิปโก้หอมสุวรรณ” ที่เป็นสิทธิบัตรของบริษัททิปโก้โดยเฉพาะเลยทีเดียว
นอกเหนือจากการผลิตน้ำผลไม้ 100% ทางบริษัทก็ยังมีผลิตภัณฑ์ในส่วนอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงน้ำแร่ธรรมชาติยี่ห้อ “ออร่า” ที่ผลิตมาจากแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติบนเทือกเขาสูง 2,700 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ของ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมีการซื้อโรงงานมาจากเครื่องดื่มน้ำแร่ตราออรา จากบริษัท ธรณีพิพัฒน์ จำกัด
และขยายตัวเองไปสู่ธุรกิจค้าปลีกน้ำผลไม้ปั่นสดด้วยการจัดตั้งบริษัท ทิปโก้รีเทล จำกัด พร้อมจัดตั้งบริษัท ทิปโก้ ไบโอเทค จำกัด สำหรับการวิจัยและพัฒนาขยายสายพันธุ์พืช
นอกจากนั้นก็มีร้านอาหารออแกนิกเป็นของตัวเองชื่อว่า “August” และเข้าสู่ธุรกิจร้านขนมหวานและเครื่องดื่มจากสับปะรด “Homsuwan Pina Pina” และอีกร้านที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันนั่นคือ “Squeeze Juice Bar by Tipco” ที่มีเครื่องดื่มสมูตตี้ที่ไม่เติมน้ำตาล หรือผสมน้ำเชื่อมแต่อย่างใด รวมไปถึงอาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ก็ยังขยายธุรกิจเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่ชื่อว่า “ทิปโก้ เวฟ” และ “ทิปโก้ บีท” ด้วย
เมื่อไม่นานแบรนด์ได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand 2017 – 2018 จากนิตยสาร Marketeer ในหมวดของ Fruit Juice (100%) การันตีความแข็งแรงของแบรนด์ที่แม้แต่ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศก็ยังไม่สามารถเข้ามาตีตลาดได้สำเร็จ
รายได้รวม (ล้านบาท)
- ปี 2557 : 6,131.24
- ปี 2558 : 6,806.58
- ปี 2559 : 6,107.72
- ปี 2560 : 5,552.22
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
- ปี 2557 : 77.69
- ปี 2558 : 1,188.47
- ปี 2559 : 813.64
- ปี 2560 : 702.65
เห็นได้ว่าการดำเนินธุรกิจของ Tipco ปัจจุบันนั้นถูกเจาะตลาดจากคู่แข่งบ้าง เพราะปีล่าสุดมีการปรับตัวของกำไรที่ลดต่ำลง แต่ก็ยังคงครองตลาดได้แบบเหนียวแน่นอยู่ พี่ทุยพบว่ากลยุทธ์อย่างหนึ่งที่มี คือ การสร้างตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆ และไม่ลืมถึงการแตกไลน์ธุรกิจอย่างสม่ำเสมอแแบบไม่หยุดนิ่ง
แต่ตลาดน้ำผลไม้เองก็ยังขับเคี่ยวกันค่อนข้างมาก ทำให้ต้องคอยดูว่าทิปโก้จะมีกลยุทธ์ใหม่ๆแบบไหนหรือไม่ ที่จะดิ้นหนีจากการไล่ล่าของแบรนด์เจ้าอื่น เพราะน้ำผลไม้คู่แข่งอย่าง “Malee” หรือ “ดอยคำ” ก็ต่างไม่ยอมแพ้ เพิ่งมีการรีแบรนด์กันไปไม่นาน เพื่อเป้าหมายของการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในใจของผู้บริโภคนั่นเอง