ช่วงนี้ข้อมูลเรื่องเศรษฐกิจต่าง ๆ ถูกเผยแพร่ออกมาเยอะมาก ซึ่งพี่ทุยก็ถือโอกาสนี้มาวิเคราะห์และทำให้ทุกๆคนได้เห็นภาพอะไรต่าง ๆ มากขึ้น ล่าสุดพี่ทุยเจอข้อมูลตัวนึงน่าสนใจมาก แล้วหลาย ๆ คนกำลังพูดถึงก็คือเรื่องของ “หนี้สาธารณะ”
หนี้สาธารณะ คือ หนี้ที่รัฐบาลที่นำโดย “นายก” นั้นสร้างขึ้นเมื่อมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ไม่ต่างจากบุคคลทั่วไปแบบเรา ๆ เนี้ยแหละ แล้วพี่ทุยก็ได้ไปเจอข้อมูลในแต่ละช่วงรัฐบาล ว่ามีการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นกันขนาดไหนบ้าง
จากข้อมูลด้านบน ต้องบอกเลยว่าใช้เงินกันได้สนุกกันเลยทีเดียว ยิ่งช่วง 2 ช่วงรัฐบาลล่าสุดก่อหนี้มากขึ้นประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท (ล้าน 2 รอบ) ถือว่าไม่น้อยเลย
แต่ช้าก่อนทุกคน ! พี่ทุยอยากจะบอกว่า การดูแค่ตัวเลขหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวอาจจะไม่ถูกต้องในมุมของตัวเลขทางเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก เพราะโดยทั่วไปตัวเลขทางเศรษฐกิจแทบทุกตัว ถ้าโผล่ออกมาตัวเดียวไม่มีการเปรียบเทียบอะไรเลย แทบจะบอกความหมายอะไรไม่ได้เลย จึงจำเป็นที่จะต้องมีตัวเทียบด้วยเสมอ ซึ่งการมองเฉพาะตัวเลขหนี้สาธารณะแล้วเอามาตีความเลยว่าใช้เงินเยอะ นั้นแย่ ไม่ดี ไม่เก่ง อาจจะไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถ้าจะมองหนี้สาธารณะต้องมองเทียบกับ GDP ณ เวลานั้น ๆ ด้วย
จากรูปเราจะเห็นได้ชัดเลยว่าปริมาณหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงเวลา 13-14 ปีที่ผ่านมาก็มากขึ้นกว่า 2 เท่าจริง ๆ นั่นแหละ แต่ถ้าเรามองที่ GDP บ้านเราเองก็ขยับปรับขึ้นเช่นนั้น หรือถ้าเรามองจากกราฟเราจะเห็นได้ว่า สัดส่วน หนี้สาธารณะต่อ GDP นั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมมาโดยตลอด ไม่ได้หลุดกรอบแต่อย่างใดเลย แต่หนี้นั้นจะถูกใช้ไปอยู่ส่วนไหนยังไง ไว้พี่ทุยจะมาเจาะลึกให้อีกครั้งในบทความหน้า ๆ
เมื่อเทียบกันเหมือนกับ เมื่อก่อนเรามีรายได้ 20,000 บาท ถ้านับ 40% ของ 20,000 บาทก็เท่ากับ 8,000 บาท แต่เมื่อเรามีรายได้มากขึ้นเป็น 50,000 บาท ซึ่ง 40% ของ 50,000 บาท ก็เท่ากับ 20,000 บาทนั่นเอง นั่นแปลว่าระดับหนี้เราไม่ได้แย่ลง
แต่ก็อย่างว่าการสร้างหนี้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีเหมือนกัน เพราะการเป็นหนี้นั้นมีต้นทุนของเงินเสมอ ซึ่งก็คือ “ดอกเบี้ย” อย่างที่เรารู้กันว่าฝีมือของคนที่บริหารเงินก็มีผลต่อเม็ดเงินจริง ๆ ถ้าคนดูแลสามารถเอาเงินไปหาผลประโยชน์ได้มากกว่าดอกเบี้ยที่เราต้องจ่าย เราก็จะเรียกว่า “หนี้รวย” แต่ถ้าหาผลประโยชน์ได้น้อยกว่าก็คือ “หนี้จน” ดีดีนี่เอง
Comment