ร้านเสื้อผ้า UNIQLO ธุรกิจถึงขาลงแล้วหรือยัง ?

ร้านเสื้อผ้า UNIQLO ธุรกิจถึงขาลงแล้วหรือยัง ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • บริษัท Fast retailing เจ้าของแบรนด์ UNIQLO มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 1949 ที่เมืองฮิโรชิมา Tadashi Yanai ลืมตาดูโลก เมื่อจบการศึกษามหาวิทยาลัยก็กลับมาทำงานร้านตัดสูทที่บ้าน ในปี 1984 ก็เปิดร้าน Unique Clothing Warehouse ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง Unique (ความพิเศษ) กับ Clothing (เสื้อผ้า) จากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น UNIQLO
  • UNIQLO ประสบความสำเร็จจากการบุกช่องทางออนไลน์ แต่ช่องทางหน้าร้านก็มีความสำคัญ ออกสินค้าใหม่ มีนวัตกรรมที่ทันต่อสถานการณ์ที่คงด้วยคอนเซป LifeWear เสื้อผ้าที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม
  • บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ปี 2022 มีรายได้รวม 11,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.27% กำไรสุทธิ 2,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.14% ส่วน Fast Retailing มีรายได้ไตรมาส 2/2023 ทั้งหมด 676,153 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 23.81% กำไรสุทธิ 85,126 ล้านเยน ลดลง 6.44%

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

UNIQLO (ยูนิโคล่) ร้านเสื้อผ้าขนาดใหญ่จากญี่ปุ่น ทุกวันนี้เรียกว่าตีตลาดเมืองไทยแตกแล้ว จากการมีสาขาไปทั่วประเทศ โดดเด่นที่มีเสื้อผ้าหลากหลาย สไตล์มินิมอล ราคาจับต้องได้ จนมีลูกค้าเข้าร้านตลอดทั้งวัน พี่ทุยเลยสงสัยว่าใครเป็นเจ้าของแบรนด์นี้ และบริหารอย่างไรถึงครองความนิยมถล่มทลาย เติบโตมาก ๆ ช่วง COVID-19 แล้วต่อจากนี้ตัวแบรนด์จะทะยานขึ้นไปได้อีกหรือเปล่า? ไปฟังกัน

ที่มาที่ไปบริษัท Fast retailing เจ้าของแบรนด์ UNIQLO

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 1949 ที่เมืองฮิโรชิมา Tadashi Yanai ลืมตาดูโลก ในวัยเด็กครอบครัวทำธุรกิจตัดสูท ทางบ้านมีคุณพ่อเป็นคนเข้มงวดและขยัน ทำให้ Yanai ซึมซับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก ต่อมาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Waseda สาขาเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์

เมื่อจบการศึกษาในปี 1971 เริ่มทำงานเป็นพนักงานขายที่ Jusco แต่ทำงานได้เพียง 9 เดือน ก็กลับมาทำงานร้านตัดสูทที่บ้าน ซึ่งกลายเป็นบริษัท Ogori Shoji

Tadashi Yanai นำเอาระบบจัดการคลังสินค้า การจัดวางสินค้า ที่ได้เรียนรู้จากการทำงานที่ Jusco มาใช้กับธุรกิจที่บ้าน แต่กลับกลายเป็นพนักงานลาออกเหลือ 1 คน ทำให้ต้องทำงานเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาด บัญชี สั่งสินค้า ขายของ

แต่หลังไม่ลดความพยายาม ด้วยเวลา 12 ปี บริษัทเติบโตมีสาขาร้านตัดสูทชื่อ Men’s Shop OS มากถึง 22 สาขา และในปี 1984 คุณพ่อจึงส่งต่อตำแหน่งประธานบริษัท Ogori Shoji ให้ Tadashi Yanai ในปีเดียวนั้นเองเปิดร้าน Unique Clothing Warehouse ที่เมืองฮิโรชิมา ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง Unique (ความพิเศษ) กับ Clothing (เสื้อผ้า) เป็นร้านเสื้อผ้าลำลองสำหรับชายและหญิง จากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น UNIQLO

ซึ่งแท้จริงแล้วตั้งใจจะตั้งชื่อเป็น UNI-CLO แต่ตอนไปจดทะเบียน เจ้าหน้าที่ของบริษัทมองตัวอักษร C เป็น Q เลยได้ชื่อเป็น UNIQLO

ปี 1991 บริษัท Ogori Shōji เป็น Fast Retailing จากนั้นปี 1994 นำบริษัท Fast Retailing เข้าจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ Hiroshima เมื่อถึงปี 1996 เปิดสำนักงานใหญ่ที่เมืองโตเกียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนสินค้า in-house

ปี 1997 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Tokyo ในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง (Second Section) ซึ่งนับเป็นตลาดหลักทรัพย์ระดับโลก จากนั้นก็ขยายกิจการทั้งสร้างสำนักงานและเปิดสาขาใหม่ จนถึงปี 1999 ก็ก้าวขึ้นไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Tokyo ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (First Section) หรือกระตานหลัก

และ ปี 2000 ลุยตลาดออนไลน์พร้อมโยกย้ายธุรกิจหลักทั้ง Marketing และการขายสินค้ามายังกรุงโตเกียว จากนั้นปี 2001 ออกไปบุกตลาดต่างประเทศโดยเปิดสาขาที่กรุงลอนดอน

Fast Retailing กลายเป็นยักษ์ใหญ่วงการเสื้อผ้าของญี่ปุ่น ปี 2010 ได้ซื้อหุ้น 80.1% ของ J Brand Holding ผู้ผลิตยีนส์สัญชาติสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 290 ล้านดอลลาร์ พร้อมกันนั้นปี 2012 ยูนิโคล่เปิดสาขาในหลายประเทศอย่างประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย อังกฤษ และอื่นๆ มีสาขารวมทั้งในญี่ปุ่นกว่า 1,100 สาขา แต่ปัจจุบันมีสาขารวมแล้วประมาณ 3,600 สาขา

ปัจจุบัน Fast Retailing เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้ารวม 7 แบรนด์ คือ UNIQLO, COMPTOIR DES COTONNIERS, PRINCESSE TAM・TAM, G.U., HELMUT LANG, THEORY, PLST

Fast Retailing นอกจากจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น ด้วยชื่อหุ้น 9983 แล้วยังจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงด้วย มีชื่อหุ้น 6288

ทำไม UNIQLO ประสบความสำเร็จล้นหลาม

COVID-19 เป็นบททดสอบสำคัญที่ชัดให้เห็นว่า UNIQLO แข็งแกร่งมากขนาดไหน ผ่านมาแล้วแถมยังเติบโต สะท้อนชัดว่า UNIQLO ประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

  • บุกช่องทางออนไลน์ แต่ช่องทางหน้าร้านก็มีความสำคัญ

ช่วง COVID-19 ระบาดหนัก ต้องปิดสาขาหลายแห่งทั่วโลก ระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. 2020 ยอดขายลดลงเกือบ 40% แต่ก่อนหน้านั้นบริษัทขยายบริการผ่อนช่องทางออนไลน์อย่างจริงจัง ทำให้ยอดขายเดือน มิ.ย. ในญี่ปุ่นกลับมาเติบโต 26% และระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2020 ยอดขายเพิ่มขึ้น 10%

อย่างไรก็ตาม Tadashi Yanai ยังเชื่อว่า E-Commerce คือโลกเสมือนจริงซึ่งเป็นการเลียนแบบโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่เหนือกว่าร้านจริงแบบดั้งเดิม ยูนิโคล่ยังเดินหน้าขยายสาขา เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสสินค้าจริง พร้อมมีโปรโมชันอยู่เสมอ

  • ออกสินค้าใหม่ มีนวัตกรรมที่ทันต่อสถานการณ์

Tadashi Yanai เผยว่า COVID-19 เป็นวิกฤติใหม่สำหรับบริษัททั่วโลก แต่ก็เป็นโอกาสใหญ่เช่นกัน บริษัทที่ประสบความสำเร็จมักจะต้องผ่านวิกฤติก่อนเสมอ

ยูนิโคล่เปิดตัวเทคโนโลยี AIRism ทำให้เสื้อผ้าใส่สบาย ระบายอากาศดี แห้งเร็ว ช่วง COVID-19 บริษัทนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับหน้ากากอนามัย AIRism ซึ่งแม้จะออกจำหน่ายช้ากว่าแบรนด์อื่น แต่ด้วยความมั่นใจของผู้บริโภคต่อ AIRism ก็สามารถสร้างยอดขายจนหมดอย่างรวดเร็วเพียงวันแรกที่เปิดตัวในญี่ปุ่น

  • LifeWear เสื้อผ้าที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม

Tadashi Yanai มองว่าปัจจุบันผู้คนต้องการเสื้อผ้าที่ช่วยให้มีวิถีชีวิตที่มีคุณภาพสูง บริษัทจึงปรับปรุงสินค้าและพัฒนาต่อไปเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค จึงวางปรัชญาสินค้าแฟชั่นที่เน้นการผสมผสานกันได้อย่างง่ายที่สุด แถมยังออกสินค้าที่ตามกระแสโลกตลอดเวลา เป็นที่มาของ LifeWear ซึ่งเมื่อเทียบคุณภาพกับราคาแล้ว ก็เพียงพอจะบอกได้ว่าคุ้มค่ามาก

และยังมีการร่วมมือกับดีไซเนอร์หรือคาแรกเตอร์หลากหลายเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ เช่น คอลเลกชั่น UNIQLO X Marimekko ดีไซน์เฮาส์จากฟินแลนด์ซึ่งเน้นสร้างผลงานที่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่สนุกสนาน

ส่องแบรนด์ GU, Theory แบรนด์ใหญ่ในเครือ Fast retailing

GU (จียู) มีคอนเซป Fashion with More Freedom (อิสระในการเปลี่ยนตัวเอง) เป็นสไตล์ Fast Fashion นำเทรนด์และวงจรสั้น ปล่อยสินค้าใหม่บ่อยทุก 2 สัปดาห์ ราคาย่อมเยาถูกกว่ายูนิโคล่ เน้นกลุ่มวัยรุ่น แน่นอนว่าคุณภาพก็จะต่ำกว่า UNIQLO

แบรนด์ Theory เน้นตลาดเสื้อผ้าแบบคนเมือง (Urban Uniform) ตีตลาดด้วยดีไซน์หรูหราในราคาที่เข้าถึงได้ แถมใช้วัสดุคุณภาพสูง ตัดเย็บสร้างทรงที่เข้ากับรูปร่าง เน้นความแปลกใหม่ให้วงการ จะเห็นว่าแบรนด์ถูกวางตำแหน่งสูงกว่า UNIQLO และ GU เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เล็กกว่า (แต่งตัวสไตล์คนเมือง)

แม้จะเจอโควิด-19 แต่ UNIQLO ก็ได้กำไรทุกปี 

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยว่าบริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ปี 2022 มีรายได้รวม 11,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.27% กำไรสุทธิ 2,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.14% ที่น่าสนใจกว่าการเติบโต คือ ช่วง COVID-19 บริษัทยังบริหารธุรกิจให้มีกำไรสุทธิได้ พี่ทุยขอพาไปดูผลประกอบการช่วงนั้นกันหน่อย

  • ปี 2021 รายได้รวม 8,385 ล้านบาท ลดลง 20.7% กำไรสุทธิ 1,132 ล้านบาท ลดลง 43.59%
  • ปี 2020 รายได้รวม 10,606 ล้านบาท ลดลง 13.33% กำไรสุทธิ 2,007 ล้านบาท ลดลง 17.22%
  • ปี 2019 รายได้รวม 12,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.34% กำไรสุทธิ 2,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.02%
  • ปี 2018 รายได้รวม 10,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.18% กำไรสุทธิ 1,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.39%

เรียกได้ว่า ยูนิโคล่ ประเทศไทย เอาตัวรอดจาก COVID-19 ด้วยช่องทางออนไลน์และกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แถมตัวเลขการเติบโตก็นับว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

สำหรับ Fast Retailing มีรายได้ไตรมาส 2/2023 ทั้งหมด 676,153 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 23.81% กำไรสุทธิ 85,126 ล้านเยน ลดลง 6.44%

  • ปี 2022 รายได้รวม 2.30 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 7.88% กำไรสุทธิ 273,330 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 60.93%
  • ปี 2021 รายได้รวม 2.13 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 6.18% กำไรสุทธิ 169,850 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 87.97%
  • ส่วนปี 2020 รายได้รวม 2.01 ล้านล้านเยน ลดลง 12.3% กำไรสุทธิ 90,360 ล้านเยน ลดลง 44.42%
  • ปี 2019 รายได้รวม 2.29 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 7.53% กำไรสุทธิ 162,580 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 5.02%

ดูงบแล้วจะมีเพียงปี 2020 เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จากนั้นทั้งรายได้และกำไรสุทธิก็กลับมาเติบโตอีกครั้ง ชัดเจนเลยว่ากลยุทธ์บุกช่องทางออนไลน์และยังคงหน้าร้านไว้ประสบความสำเร็จมาก

พี่ทุยมองว่าแนวทางการบริหารของ Tadashi Yanai ยังทันสมัยอยู่เสมอตามแฟชั่นของ UNIQLO ที่นอกจากไม่ตกเทรนด์แล้ว ยังเป็นผู้นำอีกด้วย เชื่อเลยว่าบริษัทนี้ยังมีโอกาสให้เติบโตได้อีกมาก และพูดได้เต็มปากว่าเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งพร้อมรับทุกวิกฤติได้อย่างสบาย (COVID-19 ก็ผ่านมาแล้ว)

เห็นได้ชัดเจนเลยว่า UNIQLO ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ยังไม่ถึงยุคขาลง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile