หนึ่งในธุรกิจที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทยคงหนีไม่พ้นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งธุรกิจการบินอย่าง “การบินไทย” ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์โควิด-19 จนการบินไทยเองถึงขั้นต้องดำเนินแผนฟื้นฟูเพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจล้มละลาย ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้คนตกงานจำนวนไม่น้อยและกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ
การฟื้นฟูกิจการคืออะไร ?
ก่อนจะเข้าเรื่องกัน พี่ทุยขอมาปูพื้นฐานสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจการฟื้นฟูกิจการแบบกระชับสั้น ๆ กันก่อน การฟื้นฟูกิจการเป็นส่วนหนึ่งในกฎหมายล้มละลาย โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ให้มีโอกาสกลับมาดำเนินกิจการต่อได้ โดยไม่ต้องเข้าไปสู่กระบวนการฟ้องล้มละลาย
นั่นหมายความว่าบริษัทที่ยังมีศักยภาพอย่างในกรณีนี้ คือ การบินไทย จะได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงินให้พ้นผ่านช่วงที่มีปัญหาสภาพคล่องไปได้ อย่างการเข้าสู่สภาวะพักชำระหนี้ ทำให้สามารถหยุดรายจ่ายและนำเงินไปดำเนินธุรกิจสร้างผลตอบแทนกลับมาจ่ายหนี้สินให้เจ้าหนี้ในอนาคตเช่นเดิม ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการต้องฟ้องล้มละลายและเจ้าหนี้จะได้รับหนี้คืนเฉพาะส่วนที่เหลือเท่านั้น
เส้นทางการฟื้นฟูของ “การบินไทย” ได้ดำเนินการมา 1 ปีแล้ว
การบินไทยได้เข้าสู่แผนฟื้นฟูตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 2563 หลังจากมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาดและมีแนวโน้มจะส่งผลรุนแรงต่อธุรกิจ หลังจากยืดเยื้อมาสักพักก็ได้ผลสรุปที่การบินไทยจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแทนการอุ้มจากรัฐบาลหรือปล่อยให้ล้มละลาย ซึ่งตัวการบินไทยก็พยายามหาทางออกทั้งลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดพนักงาน ขายเครื่องบิน
แต่ด้วยพิษโควิด-19 ปัญหาและระบบภายในของการบินไทยก็ยังไม่สู้ดี ไตรมาส 3 ปี 2563 ก็ยังขาดทุนถึง 21,536 ล้านบาท จนมีช่วงที่หุ้น THAI ห้ามซื้อขายหรือ SP ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ส่งข้อสรุปงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2563 กันก่อน
หลักจากนั้นแผนฟื้นฟูที่วางไว้ก็ยังถูกเลื่อนอย่างต่อเนื่องจนถึงเส้นตายซึ่งมีนัดในวันที่ 12 พ.ค. 2564 แต่ก็ถูกเลื่อนไปจากมติของที่ประชุมด้วยความไม่ชัดเจนของแผนฟื้นฟู ทำให้หุ้น THAI ถูก SP อีกครั้งในวันที่ 18 พ.ค. 2564 เพราะเข้าข่ายบริษัทที่อาจถูกเพิกถอน จนในที่สุด 19 พ.ค. 2564 รวมเป็นเวลา 1 ปี เจ้าหนี้ให้ผ่านแผนฟื้นฟูของการบินไทย ทำให้ไม่ล้มละลายและสามารถเดินหน้าแผนฟื้นฟูได้
โดยหัวใจหลักของแผนฟื้นฟูนี้ คือ การพักชำระหนี้ของการบินไทย ซึ่งก็เป็นประโยชน์ในการลดรายจ่าย และมีความสามารถที่จะเดินหน้าธุรกิจ ปรับโครงสร้างและกลับมาสร้างกำไรได้อีกครั้ง ในมุมของเจ้าหนี้เองถึงแม้จะไม่ได้รับการชำระหนี้ตามที่ควรได้รับ แต่หากต้องแลกกับการให้การบินไทยล้มละลายแล้ว การเลือกที่จะได้รับก้อนหนี้เต็มจำนวนอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าล้มละลายและต้องตั้งหนี้เหล่านี้เป็นหนี้สูญ ซึ่งแผนนี้จะได้รับการเห็นชอบจากศาลล้มละลายอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค. 2564
ตัวเลขการขาดทุนของการบินไทย
ก่อนจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 การบินไทยก็ประสบปัญหาขาดทุนมาหลายปี ด้วยปัญหาภายในทั้งการแบกรับต้นทุนทั้งอาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ที่มีมากเกินไป รวมถึงยังได้รับผลกระทบจากการขาดทุนของบริษัทในเครือ
ไม่ใช่แค่จากสถานการณ์ที่เป็นปัญหาภายในของบริษัท แต่ในธุรกิจการบินก็ยังมีการแข่งขันที่สูง หนำซ้ำยังต้องมาเจอปัญหาระดับโลกอย่างโควิด-19 เข้าไป ยิ่งทำให้รายได้ของการบินไทยลดลงจนเหลือเพียง 1 ใน 3 และกลายเป็นขาดทุนถึง 141,170.74 ล้านบาท จนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นถึงขั้นติดลบในปี 2563 เรียกได้ว่าก่อนหน้านี้ก็มีปัญหารอบด้านอยู่แล้ว เมื่อเจอโควิด-19 เข้าไป สายการบินแห่งชาติของไทยก็ถึงขั้นต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกันไปตามระเบียบ
เปรียบเทียบรายละเอียด งบการบินไทยปี 2563 และ ปี 2562
หลังผ่านเข้าแผนฟื้นฟูมา 1 ปี การบินไทยมีการปรับแผนกและหน่วยงานที่ไม่จำเป็นให้ลดลง มีการขายสินทรัพย์บางส่วนจนทำให้ภาพรวมสินทรัพย์ลดลงมาเกือบ 5 หมื่นล้านบาท แต่สิ่งที่น่ากลัวเลย คือ หนี้สินที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 แสนล้านบาท และจากการขาดทุนอย่างหนักในปี 2563 จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เหลือเพียง 11,659.32 ล้านบาทในปีก่อน กลับกลายเป็นติดลบถึง 128,742 ล้านบาทเลยทีเดียว
การบินไทย กับสินเชื่อใหม่มูลค่า 50,000 ล้านบาท
การบินไทยได้รับข้อเสนอสินเชื่อใหม่เป็นจำนวน 50,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 25,000 ล้านบาทจากภาครัฐ และอีก 25,000 ล้านบาทจากภาคเอกชน โดยจะมีคณะกรรมการสินเชื่อใหม่ 5 คน โดย 2 ท่านจะมาจากผู้แทนรัฐที่สนับสนุนสินเชื่อใหม่ และอีก 2 ท่านมาจากผู้แทนเจ้าหนี้ที่ให้สินเชื่อใหม่ โดยท่านสุดท้ายจะมาจากภาครัฐหรือเป็นบุคคลที่เจ้าหนี้สินเชื่อใหม่เสนอมา
การได้สินเชื่อใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีก 1 ขุมพลังที่จะซัพพอร์ตให้การบินไทยเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูและมีความสามารถในการผลักดันให้ตัวบริษัทเองสามารถแข่งขันในธุรกิจสายการบินและกลับมาสร้างกำไรให้กับบริษัทได้อีกครั้ง รวมถึงคว้าโอกาสที่น่านฟ้าจะกลับมาเปิดในอีกเร็ววันี้ ซึ่งอาจจะมีโอกาสได้กลับมาเฉิดฉายได้เต็มที่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
บทสรุปของการฟื้นฟูกิจการกับสายการบินแห่งชาติ
ในส่วนของพี่ทุยนั้นยังคงแอบกังวล เพราะการบินไทยเองได้ขายสินทรัพย์ ลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่าศักยภาพในการสร้างรายได้ของการบินไทยก็อาจจะลดลงไปด้วย แต่ในทางกลับกันก็มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร ตัดเนื้อร้ายปัญหาที่เคยมีมา ลดธุรกิจและเที่ยวบินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว ในจุดนั้นเองอาจทำให้เห็นการบินไทยที่มีศักยภาพที่ดีขึ้นและกลับมาโตใหม่ได้อีกครั้งก็ยังเป็นได้
ถึงแม้ในปัจจุบันนั้นอาจจะมีแสงสว่างเพิ่มขึ้น มีช่องทางและการสนับสนุนจากหลาย ๆ ส่วนให้ฟื้นตัวขึ้น ในมุมของการลงทุนนั้นอาจจะมีโอกาสพลิกกลับมากำไรและทำให้ราคาเพิ่มขึ้นสูงได้ แต่ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงที่สูงมาก ๆ เช่นกัน
สำหรับใครที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย พี่ทุยแนะนำว่าอาจจะมองหาทางเลือกและประเภทธุรกิจอื่น ๆ ดู เพราะยังมีธุรกิจที่เสี่ยงน้อยกว่าและยังพอสร้างผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลในตลาดอยู่ ธุรกิจสายการบินในช่วงปัจจุบันนี้ นอกจากจะต้องพึ่งพาฝีมือการบริหารชั้นเยี่ยมแล้วก็ยังต้องเสี่ยงกับปัญหาโควิด-19 ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่อีกด้วย