[สรุปโพสต์เดียวจบ] “Nas App” คือใคร ทำไมถึงหลอกเงินลงทุนไปได้มากกว่า 6,000 ล้านบาท

[สรุปโพสต์เดียวจบ] “Nas App” คือใคร ทำไมถึงหลอกเงินลงทุนไปได้มากกว่า 6,000 ล้านบาท

3 min read  

ฉบับย่อ

  • Nas App แชร์ลูกโซ่พล็อตเรื่องเก่าที่เอามาทำใหม่ หลอกว่าเป็นตัวกลางเทรดหุ้น ทอง บิทคอยน์ เป็นการลงทุนภายใต้แผนประกัน แค่ใส่เงินเข้ามาตามแผนประกัน ก็ได้กำไรแล้ว สุดท้ายก็มีผู้เสียหายหลายล้านบาทตามเดิม
  • แชร์ลูกโซ่มักจะมีรูปแบบคล้ายกันคือชวนเข้ามาร่วมลงทุน จูงใจด้วยผลตอบแทนที่สูง ช่วงแรกลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนตามจริง หลอกให้เหยื่อตายใจ พร้อมชวนคนอื่นเข้ามาถูกหลอกเพิ่ม
  • รู้เขารู้เรา อย่าโลภ มีสติ เพียงแค่นี้ชีวิตเราก็รอดพ้นจากแชร์ลูกโซ่

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

เวลาเราดูละครเรื่องเดิมที่ถูกเอากลับมาทำเวอร์ชั่นใหม่ เราก็พอจะเดาออกใช่มั้ยว่า เรื่องราวจะเป็นยังไง แล้วตอนจบเป็นยังไง เหมือนกับข่าวครึกโครมล่าสุดอย่าง “Nas App” ซึ่งพี่ทุยก็คิดว่าเป็นพล็อตละครเดิมซ้ำ ๆ เป็นปรากฎการณ์ “แชร์ลูกโซ่” ที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่รอบ เปลี่ยนตัวละครไปกี่ตัว หลอกมากี่รูปแบบ จุดจบก็ไม่สวยงามซักหน เพราะทุกครั้งคนที่ถูกหลอกเข้าไปลงทุน ก็มีหลายคนที่เสียเงินจนหมดตัว หรือบางครั้งเป็นหนี้เพราะไปกู้มาลงทุนด้วยซ้ำ 

ละครพล็อตเดิมเริ่มต้นใหม่อีกรอบ เมื่อผู้เสียหายไปร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)” ว่าถูกหลอกลงทุนลักษณะที่เข้าข่าย แชร์ลูกโซ่ กับ Nas App ที่อ้างว่า เป็นตัวกลางซื้อขายหุ้น ทองคำ บิทคอยน์ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นน่าจะมีผู้เสียหายจากรอบนี้ไม่ต่ำกว่า 6,000 คน รวมยอดเงินที่เสียหายกว่า 6,000 ล้านบาท

Nas App คือใคร ทำไมหลอกเงินได้มากกว่า 6,000 ล้าน ?

Nas App นำเสนอตัวเองว่าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการกับนักลงทุนทั่วโลก มีสำนักงานตั้งในหลายประเทศครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลกเลยก็ว่าได้ โดยระบุว่า เปิดให้ซื้อขายทั้งทองคำ เงินตราต่างประเทศ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์อื่น ๆ ที่สำคัญยืนยันด้วยว่าตัวเองได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์บาฮามาส ลงเลขที่ใบอนุญาตเสร็จสรรพ SIA-F201 แถมยังอ้างด้วยว่า เป็นการลงทุนภายใต้แผนประกันภัยที่ไปร่วมมือกับบริษัทประกันที่มีชื่อคล้ายธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะรู้สึกว่า โอ้โห ประวัติอลังการงานสร้างระดับอินเตอร์ มีใบอนุญาตน่าเชื่อถือ แถมยังร่วมมือกับบริษัทชื่อดังระดับโลกอีก แต่พี่ทุยจะบอกว่า ถ้าใครได้ไปอ่านเรื่องราวเหล่านี้ แล้วไปลองค้นข้อมูลต่อจากคำกล่าวอ้าง จะพบเลยว่ามีกลิ่นตุ ๆ อย่างเช่น ใบอนุญาตที่อ้างอิง ถ้าเอาไปค้นใน google ก็จะพบว่า ไม่มีเว็บภาษาอังกฤษไหนเลยที่เผยรายละเอียดนี้ หรือแม้แต่ในเว็บสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์บาฮามาส เอาชื่อนี้ หรือเลขใบรับรองนี้ไปค้น ก็ค้นหาไม่เจอเลย 

ที่สำคัญกว่าคือ เมื่อเอาชื่อบริษัทที่อ้างว่าเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ไปค้นหา กลับไม่พบเว็บไซต์น่าเชื่อใด ๆ ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทนี้ แม้แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่บริษัทแม่ ยังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับบริษัทลูกนี้เลย แค่นี้พี่ทุยว่าก็โป๊ะแตกแล้วว่า “ของปลอมแท้แน่นอน”

ความโลภ คือ จุดเริ่มต้นการหลอกหลวงของแชร์ลูกโซ่

เมื่อความโลภบังตาคนเราได้ทุกหน และหนนี้ก็อีกเช่นกัน โดย Nas App ยังล่อใจด้วยการมีประกันภัยหุ้น ซึ่งจะมีให้เลือก 6 ระดับ โดยแต่ละระดับก็จะตั้งเงื่อนไขว่า เติมเงินเท่าไหร่ แล้วจะได้กำไรต่อวันเท่าไหร่ เช่น ระดับแรก แค่เติมเงิน 1,900 บาท กำไรต่อวัน 16-40 บาทแล้วนะ บวกลบคูณหารแล้ว กำไร 0.84 – 2.10% ต่อวันทีเดียว บางคนก็คงฝันไปไกลต่อวัน นี่ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกวัน 1 เดือน กำไร 25-63% ของเงินลงทุนแล้ว

เห็นตัวเลขเท่านี้ บางคนไม่สนใจอะไร กระโดดเข้าร่วมวงทันที ทั้งที่บางทีอาจจะรู้ทั้งรู้ด้วยซ้ำว่า เข้าไปแล้วอาจจะโดนหลอก แต่ก็ชอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า “หนีทัน” แหละ แต่สุดท้ายก็พ่ายให้กลโกงแชร์ลูกโซ่เพราะเงินบังตาทุกครั้งไป

[สรุปโพสต์เดียวจบ] “Nas App” คือใคร ทำไมถึงหลอกเงินลงทุนไปได้มากกว่า 6,000 ล้านบาท

กรณีของ Nas App ไม่ใช่คดีแชร์ลูกโซ่คดีแรกที่คนโดนหลอก เพราะจริง ๆ ในไทยมีปรากฎการณ์โดนหลอกจากธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งก็มีเหยื่อจำนวนมากไม่ต่างกัน โดยถ้าหากเราไล่เรียงจากอดีต ชื่อแชร์ลูกโซ่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นแชร์แม่ชม้อย และถ้าไล่เรียงมาเรื่อย ๆ ในระยะใกล้ ก็จะมีแชร์ลูกโซ่ที่ตกเป็นข่าวถูกเหยื่อร้องเรียน โด่งดัง พี่ทุยลองรวบรวมมาให้บางส่วน เชื่อว่าน่าจะแชร์ลูกโซ่อีกหลาย ๆ วงแต่ไม่ได้เป็นข่าวดังอยู่เหมือนกัน 

ซึ่งถ้าเราลองสังเกตดีดีจะเห็นว่าการเริ่มต้นของแชร์ลูกโซ่ทุกวงคือ “ชวนลงทุน” เพื่อรับ “ผลตอบแทนสูง” ซึ่งแน่นอนว่า ใคร ๆ ก็อยากรวยเร็ว เมื่อเหยื่อหลงเข้ามาแล้ว ขั้นตอนแรกก็ต้องให้เหยื่อได้ใจก่อน ดังนั้นในช่วงแรกที่ลงทุน ก็จะได้ผลตอบแทนงาม กำไรตามที่ตกลง สักพักพอเหยื่อหลงกล ยิ่งใส่เงินเข้ามามากขึ้น มากจนได้ที่พอแล้ว และตัวการเริ่มเห็นท่าไม่ดี มีคนจับพิรุธได้เยอะ ก็พร้อมเผ่นหนี

และด้วยเหตุนี้เองหลายคนจึงพลาดท่าให้กับแชร์ลูกโซ่ ด้วยเหตุผลว่า นี่คือช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ตัวเองรวย แต่ผลสุดท้าย แทนที่จะรวย เงินก็หายวับไปหมดกระเป๋าในพริบตา แถมถ้าไปชักชวนคนอื่นเข้ามาเป็นเหยื่อด้วย ก็อาจจะเจ็บซ้ำซ้อน ถูกคนตราหน้าว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหลอกลวงได้อีก แล้วยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีวงแชร์ลูกโซ่ก็ยิ่งเกิดขึ้นเยอะ และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

อ่านเพิ่ม

ถ้าไม่อยากถูกหลอกต้องทำยังไง ?

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พี่ทุยรู้ว่าไม่มีใครอยากเสียรู้ถูกหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่หรอก และเพื่อให้เราไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออีกคน พี่ทุยก็อยากจะให้คำแนะนำไว้ว่า หากพบเห็นโฆษณาหรือถูกคนใกล้ตัวชวนลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น ทองคำ คริปโทเคอเรนซี น้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค ต้นไม้ หรืออะไรก็ตามแต่ ขอให้ทุกคนหยุดคิดสักนิดก่อนตกลง

อันดับแรกเลย พอฟังคำชวนเชื่อแล้ว ให้พิจารณาก่อนว่า มันจะเป็นไปได้หรือไม่ กับการใส่เงินลงทุนเท่านี้แล้วได้ผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ลองคิดถึงว่าเงินที่นำมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับเรา รูปแบบการทำธุรกิจเป็นแบบไหน รายได้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผลตอบแทนมาจากที่ไหน 

ต่อมาให้ลองพิจารณาถึงความเสี่ยงการลงทุนไม่มีคำว่า “การันตี” ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนอะไรก็ตามจะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เรื่อง High Risk High Return เสมอพี่ทุยขอให้ทุกคนทำเลย นั่นก็คือ “ศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง” เริ่มตั้งแต่ค้นหาข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ตที่มีมากมายมหาศาล ตรวจหาเลขทะเบียน ใบอนุญาตที่ควรมีจากหน่วยงานทางการ โดยอย่าเพิ่งไปวางใจ หลงเชื่อคำกล่าวอ้างของธุรกิจที่มาชวนลงทุนที่บอกว่ามีใบอนุญาตนู่นนี่นั่นจากหน่วยงานนั้น และมีรูปยืนยันเสร็จสรรพ เพราะของแบบนี้ “ปลอมกันได้” 

หากเป็นธุรกิจจริง พิสูจน์ได้ไม่ยาก เพราะถ้าเข้าไปในโลกอินเทอร์เน็ตย่อมมีข้อมูลที่ชัดเจน ที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานทางการ หรือองค์กรต่างประเทศ ไม่ได้กล่าวอ้างมาลอย ๆ จากเว็บไซต์ตัวเอง และยิ่งถ้าอ้างตัวว่าเป็นธุรกิจระดับอินเตอร์ มีสาขาทั่วโลก ก็ต้องมีเว็บไซต์ภาษาอังกฤษจำนวนมากที่มีเรื่องราวของบริษัทนั้น ไม่ใช่ค้นไปค้นมา เจอแต่เว็บภาษาไทย

อ่านเพิ่ม

ถ้าดูแววจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว เข้าเค้าว่าจะเป็น “แชร์ลูกโซ่” พี่ทุยก็ต้องย้ำว่า อย่าไปยุ่งกับมันเลย แต่ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ คนรู้แหละว่าหลอก แต่ก็คิดว่าเราน่าจะหนีทัน อันนี้พี่ทุยก็คงไม่มีอะไรจะบอกมากไปกว่า จำไว้เป็นบทเรียน และที่สำคัญคือ จำไว้ว่าเสมอว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ถ้าเตือนแล้วยังไม่ฟัง แทนที่จะมั่งคั่ง ระวังจะพังแทน

และถ้าใครเห็นคนรอบตัวกำลังเข้าข่ายอาจจะถูกหลอกลงทุน ก็อย่าลืมช่วยเตือนสติด้วย ยิ่งในยุคนี้เงินทองหายาก เศรษฐกิจไม่ดี ก็อาจจะมีคนผันตัวมาใช้วิชามาร หลอกเงินจากแชร์ลูกโซ่กันได้มาก คิดวิธีล้ำ ๆ ในทุกรูปแบบ ดังนั้นรู้เขารู้เรา อย่าโลภ มีสติ เพียงแค่นี้ชีวิตเราก็รอดพ้นจากแชร์ลูกโซ่ได้แล้ว  แต่ประสบการณ์ส่วนตัวจากที่พี่ทุยเข้าไปเตือนคนใกล้ตัวมา ไม่มีใครฟังสักคนแถมจะโดนเหน็บแหนมกลับมาอกีต่างหากน่าปวดหัวซะจริง ๆ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: