ทำไม “Salmar” กลายมาเป็นฟาร์มแซลมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทำไม “Salmar” กลายมาเป็นฟาร์มแซลมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • Salmar (SALM) เป็นบริษัททำฟาร์มปลาแซลมอนสัญชาตินอร์เวย์ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในนอร์เวย์และเป็นอันดับสามของโลก
  • แต่สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับหุ้นสินค้าประมงซึ่งจัดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดหนึ่งคือราคาสินค้าอ้างอิงที่มีความผันผวนไม่แน่นอน และอาจจะมีวัฏจักรของตัวเอง มีช่วงที่ขึ้นและลงเป็นช่วง ๆ ตาม Demand-Supply

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หากพูดถึงแซลมอนที่เรากินกันอยู่ในทุก ๆ วัน เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าธุรกิจเลี้ยงปลาแซลมอนนั้นจะสามารถใหญ่โตจนถึงขั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งวันนี้พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับธุรกิจฟาร์มแซลมอนยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ชื่อว่า “Salmar” ให้ได้รู้กัน

Salmar (SALM) เป็นบริษัททำฟาร์มปลาแซลมอนสัญชาตินอร์เวย์ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในนอร์เวย์และเป็นอันดับสามของโลก โดยถือใบอนุญาตกว่า 100 ใบสำหรับทำฟาร์มเลี้ยงแซลมอนในทะเลที่ประเทศนอร์เวย์ ที่เมือง Trǿndeleg , Nordmǿre และยังถือหุ้นถึง 50% ในบริษัท Norskott Havbruk บริษัทสัญชาติสกอตแลนด์ที่ทำฟาร์มเลี้ยงปลาทะเลอีกด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นในกลุ่มประมงของบริษัทต่างชาติเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นบริษัทในประเทศ อังกฤษ ไอซ์แลนด์ เพื่อก้าวข้ามมาเป็นบริษัทระดับโลกเต็มตัว ซึ่งปี 2015 ได้ขยายตัวจนมีพนักงาน 1,000 คน และสามารถส่งออกปลาได้มากถึง 150,000 ตัน บริษัทตั้งอยู่ในเมือง Frǿya ประเทศนอร์เวย์และตัวบริษัท List เข้าในตลาดหลักทรัพย์ Oslo stock exchange ตั้งแต่ปี 2007 ในชื่อย่อว่า SALM

การดำเนินงานของบริษัทแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ส่วน

1. โรงฟักเลี้ยงและเพาะพันธุ์ (Hatchery Production/Smolt)
2. การทำฟาร์มเลี้ยง (Farming)
3. การแปรรูปผลิตภัณฑ์ (Processing)
4. การขายและจัดจำหน่าย (Sales and Distribution)

ปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อรายได้ของบริษัทมีได้หลายปัจจัยได้แก่

1. ปัจจัยทางภาวะเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็น อัตราแลกเปลี่ยน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนอร์เวย์ ปริมาณการส่งออก ราคาวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ย เพราะว่า 85% ของรายได้บริษัทมาจากการส่งออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนจึงสำคัญกับบริษัทอย่างมาก เงินโครนนอร์เวย์ (NOK) ซึ่งเป็นสกุลเงินคู่ค้ากับบริษัท มีหลายสกุล เช่น EURO, USD, GBP, JPY และสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ยากจะคาดเดามาก ๆ

2. ปัจจัยทางกฎหมาย

สำคัญมากในนอร์เวย์ ถ้าหากคุณจะทำฟาร์มปลาต้องมีใบอนุญาต ซึ่งจำกัดการเลี้ยงปลาในปริมาณหนึ่ง โดยกำหนดเป็นปริมาณมวลชีวภาพที่มากที่สุดที่ผลิตได้ (Maximum amount of biomass) ว่าไม่ให้เกิน 945 ตัน ที่เขต Trom และไม่เกิน 780 ตันในส่วนอื่น ๆ ของประเทศ รวมถึงมีอัตราการขยายพื้นที่และปริมาณได้ไม่เกิน 6% ต่อปี และห้ามบริษัทใดบริษัทหนึ่งถือครองเกิน 50% ของ Biomass ที่ผลิตได้ในเขตใดเขตเดียว

3. ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยแนวโน้มการบริโภคปลาแซลมอนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากกระแสอาหารสุขภาพ เนื่องจากแซลมอนนั้นมีกรดไขมัน Omega-3 EPA และ DHA ที่ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนช่องทางการซื้อนั้น ผู้บริโภคอายุน้อยมีแนวโน้มจะซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในขณะที่ผู้สูงอายุมักนิยมการไปซื้อด้วยตัวเองที่หน้าร้านมากกว่า รวมถึงการเลี้ยงแซลมอนนั้นก่อให้เกิด Carbon footprint น้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ประเภทอื่น เช่น ไก่ เป็นต้น ดังนั้นจึงดึงดูดกลุ่มคนที่รักสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ในคราวเดียวกัน

4. ปัจจัยทางเทคโนโลยี

ทางบริษัทได้พยายามทำการวิจัยเพื่อหาทางรับมือกับโรคที่เกิดในปลาและทำให้ปลาในฟาร์มตายเป็นจำนวนมากรวมถึงการหาทางกำจัด เหาแซลมอน (Salmon lice) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดการผลิตและทำให้บริษัทขาดทุน ล่าสุดในปี 1987 บริษัทได้ใช้ยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics) ถึง 50 ตันในการทำฟาร์ม แต่พอบริษัทคิดค้นวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้ การใช้ยาฆ่าเชื้อก็ได้ลดลงเหลือเพียง 1.4 ตัน ในปี 1994 ดังนั้นหากมีเทคโนโลยีในการรับมือโรคในปลาได้ดีขึ้น ความเสี่ยงตรงนี้ก็จะลดลงไปได้มาก

สำคัญที่สุดคือราคาแซลมอนต่อกิโลกรัมในตลาด โดยถือว่าแซลมอนเองก็เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการกำหนดราคากลางแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนไปตาม Demand-Supply เรามาลองดูแนวโน้มราคาแซลมอนในตลาดกัน

ราคาแซลมอนนอร์เวย์ เป็นดอลลาห์สหรัฐฯ ต่อ 1 กิโลกรัม

ปี 2015 ราคา 5.95 ดอลลาห์สหรัฐฯ
ปี 2016 ราคา 5.793 ดอลลาห์สหรัฐฯ
ปี 2017 ราคา 7.862 ดอลลาห์สหรัฐฯ
ปี 2018 ราคา 6.315 ดอลลาห์สหรัฐฯ
ปี 2019 ราคา 6.773 ดอลลาห์สหรัฐฯ

โดยเคยทำราคาสูงสุดในช่วง 5 ปีที่ 8.999 ดอลลาห์สหรัฐฯ (ข้อมูลอ้างอิงจาก IMF พฤศจิกายน 2019)

สำหรับรายได้และกำไรของ SALM ที่ผ่านมา

ปี 2015 ทำรายได้ 3,763 ล้านโครนนอร์เวย์ มีกำไรสุทธิ 1,103 ล้านโครนนอร์เวย์
ปี 2016 ทำรายได้ 5,029 ล้านโครนนอร์เวย์ มีกำไรสุทธิ 2,637 ล้านโครนนอร์เวย์
ปี 2017 ทำรายได้ 6,904 ล้านโครนนอร์เวย์ มีกำไรสุทธิ 2,273 ล้านโครนนอร์เวย์
ปี 2018 ทำรายได้ 6,757 ล้านโครนนอร์เวย์ มีกำไรสุทธิ 3,568 ล้านโครนนอร์เวย์

เป็นที่สังเกตว่าราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับหุ้นสินค้าประมงซึ่งจัดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดหนึ่งคือราคาสินค้าอ้างอิงที่มีความผันผวนไม่แน่นอน และอาจจะมีวัฏจักรของตัวเอง มีช่วงที่ขึ้นและลงเป็นช่วง ๆ ตาม Demand-Supply ซึ่งถ้าหากคิดจะเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงให้รอบด้านก่อนเสมอ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply