[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไมนโยบายใหม่ “PayPal” กลายเป็นจุดจบของคนไทย ?

4 min read  

ฉบับย่อ

  • “PayPal” กลับมาเปิดที่ไทยอีกครั้ง โดยได้ปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ คือ บังคับให้ผู้ที่ต้องการ “รับเงิน” ผ่าน PayPal จะต้องไปเปิดบัญชีธุรกิจ ไม่สามารถใช้บัญชีทั่วไปในการรับเงินได้อีกแล้ว
  • การเคลื่อนไหวครั้งนี้กระทบฟรีแลนซ์และรายย่อยที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอนเงินให้กับทาง PayPal รวมถึงค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของค่าธรรมเนียมในการโอนด้วย
  • ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลบังคับใช้ภาษี e-Service ที่ 7% ไปเมื่อเดือน ก.ย. 2564 
  • สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ PayPal ในการรับเงินต่อไป ต้องนำหลักฐานการ “จดทะเบียนพาณิชย์” มายืนยัน ซึ่งบุคคลธรรมดาบุคคลเดียวก็สามารถยื่นจดทะเบียนได้และจ่ายภาษีในอัตราบุคคลธรรมดา 
  • ทางเลือกอื่น ๆ นอกเหนือจาก PayPal เช่น Payoneer และ Wise รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งบางแห่งมีอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า PayPal 

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100

PayPal กลับมารอบนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับ “ฟรีแลนซ์” ที่ขายงานให้กับต่างชาติเลยทีเดียว โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ไทย ที่ตลาดในประเทศซบเซาชนิดที่ว่าต้องตัดราคางานกันเละเทะเพื่อแย่งชิงลูกค้า เพราะเครื่องมือ “รับเงิน” แสนสะดวก กำลังเปลี่ยนแปลงนโยบาย แถมเป็นนโยบายเฉพาะสำหรับคนไทย

พี่ทุยว่างานนี้กระทบกับฟรีแลนซ์ไทยที่มีฐานลูกค้าต่างชาติค่อนข้างหนัก เพราะเครื่องมือนี้ก็ได้รับความนิยมและความน่าเชื่อถือในหมู่ลูกค้าต่างชาติอย่างมากเสียด้วย

PayPal เปลี่ยนแปลงอะไร?

PayPal เป็นผู้ให้บริการชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายมาก โดยเฉพาะกับการชำระเงินข้ามประเทศ เพราะไม่จำเป็นต้องมีหมายเลขรหัสธนาคารต่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า SWIFT Code ซึ่งกลายเป็นความยุ่งยากในยุคที่อะไร ๆ ก็ง่ายแค่ปลายนิ้ว

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะได้รับความนิยมในฐานะเครื่องมือสำหรับการจับจ่ายใช้สอย รวมไปถึงการรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างหรือค่าสินค้าและบริการ เพราะกดเพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น ก็สามารถรับเงินและจ่ายเงินได้อย่างสะดวก

ทว่า เมื่อเดือน ส.ค. 2564 ได้ประกาศ “ปิดรับสมัครผู้ใช้งานใหม่” โดยที่ผู้ใช้งานเก่าที่มีบัญชีอยู่แล้วสามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งกลายเป็นสัญญาณที่ไม่ชอบมาพากลเท่าไรนัก

จนกระทั่ง วันที่ 6 พ.ย. 2564 ได้มีประกาศว่า จะกลับมาเปิดรับสมาชิกใหม่อีกครั้ง พร้อมกับ “นโยบายใหม่” ที่มีผลทั้งผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้เก่าด้วยเช่นกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 ก.พ. 2565 

โดยปกติจะแบ่งบัญชีผู้ใช้ออกเป็นสองส่วน คือ “บัญชีบุคคลธรรมดา (ผู้ใช้ทั่วไป)” และ “บัญชีธุรกิจ (สำหรับใช้ในการค้าขายหรือรับบริจาค)” ซึ่งบัญชีทั้ง 2 เเบบสามารถจ่ายเงินและรับชำระเงินได้ด้วย โดยบัญชีธุรกิจจะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าบัญชีบุคคลธรรมดา

โดย “นโยบายใหม่” จะมีผลต่อ ผู้ใช้งานไทยที่เปิดบัญชีแบบบุคคลธรรมดา คือ ไม่สามารถ “รับเงิน” ได้อีกต่อไป ทำได้แค่เพียง “ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและเดบิตเท่านั้น” รวมถึงไม่สามารถใช้เงินที่ใส่ไว้ในบัญชีส่วน PayPal Balance ได้อีกด้วย

ส่วนบัญชีธุรกิจนั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังสามารถรับเงินได้ ทั้งผ่าน PayPal Balance รวมถึงวิธีการชำระเงินอื่น ๆ ได้ตามปกติ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3.9-4.4% พร้อมค่าธรรมเนียมคงที่ที่แตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ในโลก (สามารถเช็คค่าธรรมเนียมได้ที่นี่ คลิก) และยังต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ของค่าธรรมเนียมอีกด้วย

สำหรับเรื่องนี้ พี่ทุยว่าจะกระทบกับฟรีแลนซ์รายเล็ก ๆ ที่ใช้บัญชีบุคคลทั่วไปในการรับเงินมากกว่าเพราะจากเดิมไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ฟรีแลนซ์กระทบแค่ไหน?

แน่นอนว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่เอาไว้ซื้อสินค้าออนไลน์ จะไม่กระทบเท่าไรนัก แต่สำหรับฟรีแลนซ์ตัวเล็ก ๆ ที่ต้องการรับเงินแล้ว การเปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจย่อมทำให้รายได้บางส่วนหายไป

เช่น คุณ A รับวาดตัวการ์ตูนพี่ทุยในราคา 3 ดอลลาร์หรือประมาณ 100 บาทให้ลูกค้าพี่ทุยในสหรัฐฯ

คุณ A จะรับเงินผ่าน PayPal ได้ต้องจดทะเบียนเป็นธุรกิจ ซึ่งทำให้คุณ A ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 4.4% + ค่าธรรมเนียมคงที่ที่ 0.3 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.7 บาท และยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ของ 4.7 บาท หรือประมาณ 0.3 บาท เท่ากับว่า คุณ A เสียค่ารายได้ไปประมาณ 5 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการเปิดบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วก็นับว่าน้อยลงจากเดิมที่น้อยอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยังไม่นับความผันผวนของค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมเมื่อต้องโอนออกอีกด้วย โดยหากมียอดโอนน้อยกว่า 5,000 บาท จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 50 บาท และไม่เสียค่าธรรมเนียมเมื่อมียอดโอนมากกว่า 5,000 บาทขึ้นไป 

[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไมนโยบายใหม่ “PayPal” กลายเป็นจุดจบของคนไทย ?

ทำไมถึงเปลี่ยนเเปลงนโยบาย ?

ในส่วนนี้เองก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าทำไมถึงเปลี่ยนเเปลงนโยบาย เเต่พี่ทุยคิดว่าน่าจะเป็นผลกระทบจากการเก็บภาษี e-Service นโยบายของรัฐบาลที่เรียกเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ให้บริการทางออนไลน์ โดยต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของราคาค่าบริการ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา

เมื่อตรวจสอบดูรายชื่อจากระบบ VAT for Electronic Services (VES) ทางบริษัทไม่ได้เพิ่งจดทะเบียนใหม่ในฐานะแพลตฟอร์มต่างชาติ แต่จดทะเบียนเป็นแพลตฟอร์มในประเทศตั้งแต่ 6 ก.ย. 2559 ในชื่อ บริษัท เพย์พาล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 27-29 ชั้นที่ 23 เลขที่ 63 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10330

โดยไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการเก็บภาษีในลักษณะนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของยุโรปเองก็มีการบังคับใช้ หรือกำลังจะบังคับใช้ภาษีดิจิทัลเหมือนกัน เช่น ฝรั่งเศสที่เก็บภาษีดิจิทัลกับนิติบุคคลที่ 3% ของ “รายได้” ต่อปีโดยคิดเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสเท่านั้น

แต่ในฝรั่งเศส ผู้ใช้ทั่วไปยังสามารถชำระและรับเงินได้จาก “เพื่อนและครอบครัว” ขณะที่บัญชีธุรกิจมีฟังก์ชั่นไม่ต่างกันนัก แต่ใช้สำหรับ “เชิงพาณิชย์” และเสียค่าธรรมเนียมเหมือนบัญชีธุรกิจที่ไทย

หลังจากที่ไปดูของฝรั่งเศสแล้ว กลับมาดูของไทย พี่ทุยแอบเห็นว่าในส่วนอธิบายบัญชีธุรกิจของบริษัทในไทยเขียนว่า 

“เราแนะนำให้ใช้บัญชีธุรกิจสำหรับคณะ เพื่อขายสินค้าหรือบริการ แม้ว่าธุรกิจของคุณจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบริษัท”

แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มต้องการให้ผู้ใช้ไทยหันมาใช้บัญชีธุรกิจมากขึ้นตามนโยบาย เพราะ บัญชีส่วนตัวนั้น ใช้สำหรับรับเงินจาก “เพื่อนและครอบครัว” เท่านั้น ขณะที่ถ้าทำไปเพื่อค้าขาย ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์หรือไม่ ก็ให้ไปทำในส่วนของบัญชีธุรกิจ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นและบริการอื่น ๆ สำหรับธุรกิจ เช่น ชื่อที่ใช้เป็นชื่อธุรกิจ หรือส่งอีเมลใบเสร็จ 

และแน่นอนว่ารัฐก็สามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นด้วย ทั้งจากบริษัทเองที่เก็บค่าธรรมเนียมได้มากขึ้น และจากการขึ้นทะเบียนการค้าเพื่อเปิดใช้บัญชีธุรกิจ

แล้วฟรีแลนซ์ต้องทำอย่างไร?

หากไม่ต้องการใช้ PayPal แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นทางเลือกอีกมาก เช่น Payoneer ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มชำระเงินสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์หรือบริษัทขนาดใหญ่ โดยค่าธรรมเนียมมีตั้งแต่ไม่คิดค่าธรรมเนียมไปจนถึง 3% เมื่อรับชำระด้วยเครดิตการ์ด ขณะที่หากไปผูกกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Fiverr และ Upwork เว็บไซต์ขายงานสำหรับฟรีแลนซ์ ค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับนโยบายของเว็บไซต์เหล่านั้น

แต่ถ้าเปิดบัญชีไว้เฉย ๆ โดยไม่มีการทำธุรกรรมภายใน 12 เดือน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมบัญชีปีละ 29.55 ดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์ม Wise หรือชื่อเดิมคือ TransferWise โดย Wise จะแตกต่างจาก Payoneer และ PayPal ที่มุ่งไปที่การค้าขายของลูกค้า ซึ่ง Wise จะมุ่งไปที่ลูกค้าที่ต้องการ “โอนเงินข้ามประเทศ” เพียงอย่างเดียว โดยค่าธรรมเนียมอยู่ที่ไม่เกิน 2% แล้วแต่สกุลเงิน

หรือยังสามารถใช้บริการโอนเงินข้ามประเทศของธนาคารต่าง ๆ ได้ โดยต้องเตรียมเลขรหัสธนาคารต่างประเทศหรือ SWIFT Code เอาไว้ให้พร้อม ซึ่งบางธนาคารมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าเสียอีก 

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าลูกค้าต่างชาติและแพลตฟอร์มขายสินค้าบางแห่งยังต้องใช้ PayPal ในการรับชำระเงินอยู่ โดยการจะเปิด “รับเงิน” สำหรับผู้ใช้ไทยนั้น จะต้องไปยืนยันตนเป็น “บัญชีธุรกิจ” ก่อน

ถ้าจะใช้งานบัญชีธุรกิจของ PayPal ต้องทำอย่างไรบ้าง?

การจะใช้ต่อไป จะต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้

  • เลขทะเบียนพาณิชย์ประเทศไทย 13 หลัก
  • ชื่อกิจการอย่างเป็นทางการ หมายเลขโทรศัพท์และที่ตั้งธุรกิจ 
  • เอกสารการจดทะเบียนธุรกิจของประเทศไทย
  • หลักฐานที่ตั้งธุรกิจ

สำหรับบุคคลทั่วไปธรรมดาคนเดียวก็สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ด้วยการยื่นขอจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่นี่ คลิก

ผู้ที่ยื่นจดทะเบียนจะต้องเสียภาษีตามประเภทที่ยืนจดทะเบียน เช่น หากเป็นบุคคลธรรมดาจดในนามบุคคลธรรมดา ก็ต้องเสียภาษีในอัตราภาษีบุคคลธรรมดา ส่วนหากเป็นนิติบุคคล เป็นบริษัทที่จดทะเบียนพาณิชย์ ก็ต้องเสียภาษีในอัตรานิติบุคคล

นอกเหนือจากนั้นเป็นพวกข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขบัตรประชาชน เป็นต้น 

ดังนั้น พี่ทุยคิดว่าหากใครต้องการใช้ต่อจริง ๆ ก็ต้องลองศึกษานโยบายใหม่ที่ออกมา หรือ อาจจะเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่น ๆ ที่พี่ทุยแนะนำไปด้านบนก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
คอร์สออนไลน์ | สอน "เล่นหุ้น" เชิงเทคนิค (Technical Analysis) สำหรับมือใหม่ แบบ Step by Step จาก 0-100
error: