ล่าสุดทางกรุงศรี ได้ออกมาประกาศถึงแนวทางการสนับสนุนโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน ผ่าน Solution ทางการเงินที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แล้วทำไมกรุงศรีถึงต้องให้ความสำคัญกับธุรกิจเพื่อ “ความยั่งยืน” ขนาดนั้น ?
ธุรกิจเหล่านี้คืออะไร ส่งผลกระทบกับโลกของเราอย่างไรบ้าง พี่ทุยจะพาไปหาคำตอบกันจากคอนเทนต์นี้กันเลย
ทุกวันนี้เป็นยุคที่การแข่งขันเรียกได้ว่าเข้มข้น ทำให้ทุกคนต้องแข่งขันกันสูง เน้นผลประโยชน์ มองที่กำไรสูงสุดในระยะสั้นเป็นหลักกันทั้งนั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวที่อาจจะตามมาได้ทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม หรือ แม้จะเป็นเรื่องธรรมาภิบาลต่าง ๆ เรียกว่านอกจากตัวเลขกำไรในระยะสั้นที่ดีแล้ว แทบจะไม่มีแง่มุมอื่น ๆ ที่ดีขึ้นเลย
พอเป็นแบบนี้ทั่วโลกได้มีแนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าใจ และ เห็นภาพของความยั่งยืน ว่าจะส่งผลดีกับโลกในระยะยาวได้มากกว่าซึ่งแนวคิดความยั่งยืนที่ได้เสียงตอบรับที่ดี และ ทั่วโลกใช้กันก็คือ ESG ที่จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน
E – Environmental
คือ เรื่องของการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ธุรกิจต้องคิดถึงผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงานของตัวเองต่อธรรมชาติ เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด หรือการลดขยะ ซึ่งถ้าธุรกิจไหนทำได้ดี ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แถมยังอาจลดต้นทุนระยะยาวได้ด้วย
S – Social
คือ การใส่ใจต่อคนในสังคม ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร เช่น การดูแลพนักงานให้มีความสุข ปลอดภัย หรือการสนับสนุนชุมชนรอบๆ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ธุรกิจที่ดูแลคนรอบข้างดี สุดท้ายก็จะมีคนสนับสนุน และ ลูกค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน
G – Governance
ก็คือ เรื่องของการบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม มีการตรวจสอบการทำงานอย่างเข้มงวด ไม่มีการทุจริต ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าธุรกิจไหนไม่มีธรรมาภิบาลที่ดี ก็อาจจะโดนฟ้องร้องหรือเสียชื่อเสียงได้ง่ายๆ เลย
สรุป ESG คือการทำธุรกิจให้เป็นมิตรกับโลก ดูแลคนในสังคม และ บริหารจัดการอย่างโปร่งใส ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนและเจริญเติบโตได้ในระยะยาว ไม่ได้มองเพียงกำไรในระยะสั้นโดยไม่สนผลกระทบด้านอื่น ๆ
ด้วยเหตุนี้เนี่ยแหละ ทำให้ทางธนาคารกรุงศรี จัดตั้ง หน่วยงาน ESG Finance Department (EFD) เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนเพื่อลูกค้า จาก know-how ของกรุงศรี ช่วยผลักดันในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยจะทำงานร่วมกับ MUFG หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยเชื่อมโยงข้อมูลที่มีในระดับ Global ที่ได้จาก MUFG มายังข้อมูลของ ESG ในระดับ Local ที่กรุงศรีมีอยู่ เกิดการแลกเปลี่ยนหรือแชร์ข้อมูล ทำให้ลูกค้าในเมืองไทยสามารถ เข้าใจ และ เข้าถึง sustainability finance ได้ดียิ่งขึ้น
ด้วยองค์ความรู้ที่ได้รับจาก MUFG ประกอบกับความเข้าใจตลาดและความต้องการลูกค้าในประเทศไทย ทำให้สามารถออกแบบ และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน หรือ Sustainable Finance ที่มีความหลากหลายนำเสนอแก่ธุรกิจทุกขนาดผลิตภัณฑ์สำคัญที่กรุงศรีได้นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็น
1. สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan หรือ SLL)
2. ตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond หรือ SLB)
3. ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond)
4. สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Loan)
5. ตราสารหนี้เพื่อสังคม (Social Bond)
6. สินเชื่อเพื่อสังคม (Social Loan)
7. ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond)
8. สินเชื่อเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Loan)
9. ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำมาใช้กับโครงการที่เป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรทางทะเล (Green & Blue Bond)
10. เงินฝากเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Deposit)
กรุงศรี สนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคม และ ความยั่งยืนจำนวนกว่า 76,000 ล้านบาท (จากปีฐาน 2021)
อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ ESG (ESG Bond) ด้วยส่วนแบ่งตลาด สูงถึง 20% ยังไม่หมดแค่นั้นยังเป็นธนาคารแห่งแรกในประเทศไทยที่ออก Green Bond ควบคู่ Blue Bond ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (*ประมาณ 14,236 ล้านบาท)
โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคม และ ความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ล้านบาทภายในปี 2030
ด้วยเหตุนี้ทำให้ทางธนาคารกรุงศรี ได้รับรางวัลด้าน Sustainable Finance มาอย่างมากมาย เช่น
- “Best Bank for Sustainable Finance” จาก The Asset ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
- รางวัล “Best Sustainable Bank” จาก FinanceAsia รวมทั้งรางวัลยอดเยี่ยมด้านบริการที่ปรึกษาทางธุรกิจอีกมากมาย
ทำให้ตอนนี้ทางกรุงศรี ก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในเรื่อง Sustainable Finance ในประเทศไทย ก็ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินไปเลย
กรุงศรีพร้อมก้าวสู่ ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาค เพื่อความยั่งยืน จะเห็นได้ว่าให้ความสำคัญ และ มีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ส่วน ของ ESG เช่น
ออกแบบ และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืน หรือ โซลูชัน Sustainable Finance มีความหลากหลายแก่ธุรกิจทุกขนาด ด้วยองค์ความรู้ที่ได้รับจาก MUFG และความเข้าใจตลาดและความต้องการลูกค้าในประเทศไทย อย่างสินเชื่อ Transition Loan สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป
สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME ได้นำแนวคิด ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจโดยตลอด ทั้งในแง่ของการให้ความรู้ การมอบรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Krungsri Academy และ การมอบรางวัล Krungsri ESG Award ทั้งหมดเป็นแนวทางในการส่งเสริมในเรื่อง ESG ทั้งด้าน Awareness และ Readiness
แถมยังได้รับความไว้ใจจากลูกค้า และ มีส่วนช่วยให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนมากมายเช่น การเป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วม และ ผู้ประสานงานด้านดัชนีความยั่งยืนให้กับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป การให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อสีเขียวให้กับบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) และ การจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนให้กับหลายองค์กรสำคัญ
พี่ทุยบอกเลยว่าจากความสำเร็จ และ เป้าหมายที่ชัดเจนของกรุงศรี แสดงถึงศักยภาพที่โดดเด่นพร้อมเดินหน้าไปสู่ “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอน