ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พี่ทุยได้รับเชิญได้ไปร่วมงานประกาศรางวัลของ “K SME Good to Great” ซึ่งมีผู้ชนะทั้งหมด 5 ท่าน จาก 5 ธุรกิจ SME ได้แก่
1. สัตวแพทย์หญิงสุนทรี ศรีวานิชภูมิ จาก บจก. ไข่สุข
2. คุณกฤติยา เกิดเกียรติสุดา จาก บจก. แล็บ แอนด์ บิ้วตี้
3. คุณหญิง จันทร์ศรี จาก บจก.โกลบอล วิชั่น เฮ้าส์
4. คุณพรประภา ลักษมีสถาพร จาก บจก. ภาวัลย์ อินเตอร์เทรด
5. คุณบัณฑิตา ใจวิสุทธิ์หรรษา จาก บจก.โอเมกา 3.6.9 แอนด์ ไลโคปีน
ซึ่งแต่ละท่านจะได้รับเงินทุนสนับสนุนด้านการวิจัยจาก สกสว. และเงินรางวัลจากธนาคารท่านละ 100,000 บาท พี่ทุยขอแสดงความยินดีกับ 5 ท่านที่ได้รับรางวัลด้วยนะครับ แต่ละธุรกิจบอกได้เลยว่าน่าสนใจมาก ๆ ไปร่วมงานแล้วก็ได้แรงบันดาลใจ เทคนิคต่าง ๆ กลับมาปรับใช้กับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่เหมือนกันเลย
นอกจากนั้นพี่ทุยก็ยังมีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ “คุณวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีมุมมองที่เกี่ยวข้องกับ SME ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในหลาย ๆ มุมเลย
คุณวีรวัฒน์ให้มุมมองไว้ว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ทุกคนต้องมี คือ “ความเข้าใจลูกค้า” เพื่อที่จะได้รู้ว่าลูกค้าเรากำลังมองหาอะไร ยิ่งเรามีความเข้าใจลูกค้ามากเท่าไหร่ จะช่วยทำให้เราสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการได้ ซึ่งจะช่วยให้เราแย่งชิงพื้นที่ส่วนแบ่งตลาดมาได้
มุมมองนี้ เป็นอะไรที่พี่ทุยชอบมาก เพราะหลาย ๆ ครั้ง พี่ทุยเห็นว่าเรามักจะมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าให้ดี ให้ถูก ให้เลิศ แต่บางทีลูกค้าอาจจะต้องการแค่ส่งสินค้าให้ตรงเวลาเท่านั้นเองก็ได้ การที่เรารู้ความต้องการจริง ๆ ของลูกค้าก็จะช่วยทำให้เราเอาทรัพยากรไปลงทุนได้ตรงจุด และเหมาะสมนั่นเอง
รวมถึงมีประเด็นเรื่อง Digital Transformation ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในปัจจุบันว่า SME จะปรับตัวอย่างไร คุณวีรวัฒน์กล่าวไว้ว่า Digital Transformation ไม่ใช่เครื่องมือว่าเราจะใช้ สื่อออนไลน์อย่างไรหรือจะเอาเทคโนโลยีอะไรเข้ามา แต่ Digital Transformation คือ “ทัศนคติ (Mindset)” ไม่ใช่เทคโนโลยีแบบที่หลาย ๆ คนเข้าใจ
Digital Transformation คือ “ความเข้าใจ” โลกว่าตอนนี้เป็นอย่างไร เข้าใจพฤติกรรมว่าลูกค้าเราเป็นอย่างไร แล้วจากนั้นค่อยมาดูว่าเราจะใช้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงลูกค้านั้นได้อย่างไรบ้าง ซึ่ง Digital Transformation ทำให้เข้าใจลูกค้าในต้นทุนที่ถูกมากขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำหน้าร้าน ไม่ต้องจ้างพนักงานเยอะแยะ ก็สามารถสร้างธุรกิจได้ในยุคปัจจุบัน
ถ้าลูกค้าเราใช้เวลาและอาศัยอยู่ในโลกดิจิทัลมากกว่าโลกออฟไลน์ก็ใช้เครื่องมือดิจิทัลให้มากขึ้น แต่ถ้าลูกค้าเรายังไม่ได้อยู่ในสื่อออนไลน์ก็ไม่จำเป็นต้องทำการตลาดออนไลน์
และอีกเรื่องนึงที่น่าสนใจก็คือ มุมมองเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจกับ SME ว่าเราควรจะเตรียมรับมือยังไง หลาย ๆ คน อาจจะรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายตก ซึ่งคุณวีรวัฒน์พูดเรื่องนึงไว้น่าสนใจมากว่า จริง ๆ แล้วเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แค่เศรษฐกิจตอนนี้จะเป็น New Normal ที่ไม่ได้เติบโตมากมายแบบเมื่อก่อน แต่จะเติบโตอย่างช้า ๆ แบบที่เจออยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นในฐานะผู้ประกอบการต้องวางแผนเตรียมรับมือการเติบโตที่ช้าลง จะสั่งผลิตยังไง จะเก็บ Inventory เท่าไหร่ ให้เหมาะสมกับ New Normal ใหม่อันนี้
ซึ่งพี่ทุยเห็นด้วยนะ เพราะตอนนี้พี่ทุยเองก็มองว่าวงจรเศรษฐกิจเราเข้าสู่ช่วง Late-Cycle แล้ว หรือช่วงที่การเติบโตจะลดลงหลังจากที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี หลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ผ่านมา
หลังจากที่พี่ทุยได้พูดคุยกับคุณวีรวัฒน์ เสร็จก็มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลบางท่านอยู่เหมือนกันซึ่งก็มีมุมมองที่น่าสนใจเช่นกัน ท่านแรกที่พี่ทุยมีโอกาสได้พูดคุยก็คือ “สัตวแพทย์หญิงสุนทรี ศรีวานิชภูมิ” จากบริษัท ไข่สุข จำกัด ที่มาด้วยสินค้า “ไข่ขาวพร้อมทาน”
คุณสุนทรีมีความเข้าใจในลูกค้าสูงมาก เข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เข้าใจพฤติกรรมในแต่ละวันของลูกค้า ซึ่งเดิมทีตัวไข่ขาวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์แต่ไม่สะดวกและไม่น่าทาน รวมถึงอายุสินค้าที่สั้น เลยได้มีการพัฒนายืดอายุไข่ขาวจาก 45 วันเป็น 6 เดือนถึง 1 ปี และมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้แกะง่ายพร้อมทานมากขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
รวมถึงในอนาคตมีแผนจะพัฒนาสินค้าให้มีมากกว่าแค่ 1 สินค้า เพื่อให้ลูกค้าที่เลือกซื้อรับประทานไม่ได้รู้สึกว่าทานแค่ไข่ขาว พัฒนาสินค้าให้รสชาติดีขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ยิ่งเราสร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น แล้วยุคนี้เป็นยุคที่แข่งกันด้านความเร็ว ความต้องการลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ความยืดหยุ่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
อีกท่านนึงที่พี่ทุยมีโอกาสได้พูดคุยก็คือ “คุณกฤติยา เกิดเกียรติสุดา” ผู้บริหารส่วนการตลาด บริษัท แล็บ แอนด์ บิวตี้ จำกัด มาพร้อมกับสินค้า “แชมพูปิดผมขาวสูตรสมุนไพร”
คุณกฤติยาเองก็มีความเข้าใจลูกค้าสูงเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น ปัญหาผมขาวก็เป็นปัญหานึงที่หลาย ๆ คนกำลังประสบอยู่ แต่ด้วยแชมพูปิดผมขาวรวมถึงยาย้อมผมในตลาดมีปริมาณสารเคมีสูงมาก เป็นอันตรายต่อหนังศีรษะ แล้วในหลายรายเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เป็นที่มาของ “แชมพูปิดผมขาวสูตรธรรมชาติ” ที่ลดปริมาณสารเคมีและเพิ่มวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติเข้าไป ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาการแพ้หลังจากการใช้
“อย่าหยุด” คำนี้ถือเป็นสิ่งที่คุณกฤติยาอยากแนะนำให้กับผู้ประกอบการ SME ที่อยู่ในอุตสาหกรรมความงามที่ตลาดใหญ่มาก แต่ก็มีอัตราการแข่งขันที่สูงด้วยเช่นกัน ว่าต้องหมั่นสังเกตลูกค้า จับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ต้องปรับให้เร็วและเปลี่ยนให้ไว
ในฐานะที่พี่ทุยก็เป็นผู้ประกอบการ SME คนนึงเช่นกัน พี่ทุยก็รู้สึกเห็นด้วยแบบไม่รู้จะเถียงยังไงเลย ว่ายิ่งเรามีความเข้าใจลูกค้ามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งตอบสนองลูกค้าได้เร็วมากขึ้น ยิ่งเราเข้าใจมากขึ้น โอกาสที่สร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนก็จะยิ่งมากขึ้นด้วยเช่นกัน
พี่ทุยหวังว่าหลายคนน่าจะได้หลักการคิดดี ๆ จากมุมมองของผู้บริหารและผู้ประกอบการที่มีความสามารถแบบนี้ เพื่อเอาไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ถ้าใครสนใจร่วมโครงการ K SME Good to Great ในปีหน้า อย่าลืมไปติดตามข่าวสารได้เลยที่ FB Fanpage K SME ได้เลย จะได้ไม่พลาดทุกข่าวสารที่น่าสนใจ
โอกาสหน้าพี่ทุยจะเอาเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ SME อะไรมาเล่าอีก ต้องรอติดตามอ่านกันต่อได้เลย..
Comment