"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

“Joint Venture” อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

“Joint Venture” ทำให้พี่ทุยเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง ทำได้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ แต่ขอแค่เรารู้ว่าใครเก่งอะไร เราก็ให้เค้าทำงานอันนั้นไปหรือที่เรียกกันว่า put the right man into the right job คำนี้ยังไงก็จริงที่สุดสำหรับคนทำงานและทำธุรกิจ

ที่ต่างประเทศเราจะได้ยินคำว่า “Joint Venture” หรือการทำธุรกิจแบบกิจกรรมร่วมค้ากันบ่อยมากๆ นั่นก็คือ การที่ธุรกิจตั้งแต่สองธุรกิจขึ้นไปมาจับมือร่วมกันทำธุรกิจ โดยสิ่งที่นำมาร่วมลงทุนอาจจะเป็นเงินทุน ที่ดิน อาคาร เทคโนโลยี หรือ บุคลากร ซึ่งต้องจัดตั้งเป็นนิติบุคคลใหม่โดยใช้ชื่อว่า “กิจการร่วมค้า”

วันนี้พี่ทุยเลยจะขอมาเล่าให้ฟังกับกรณีการทำ Joint Venture ของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่เพิ่งประกาศการร่วมทุนกันระหว่าง Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งอีคอมเมิร์ซ นำโดย Jeff Bezos (เจฟฟ์ เบโซส์) J.P. Morgan ผู้นำด้านการธนาคารการเงิน-การลงทุนระดับโลก ภายใต้การบริหารของ Jemie Diamon (เจมี่ ไดมอน) และ Berkshire Hathaway ภายใต้การนำของ Warren Buffett (วอเรน บัฟเฟตต์) เรียกได้ว่าเป็นการจับธุรกิจที่มีเงิน มีทรัพยากร มีความสามารถมาร่วมมือกันอย่างลงตัว

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

ที่มา: https://www.nbcnews.com

ทั้งสามธุรกิจกำลังก่อตั้งธุรกิจร่วมค้า ซึ่งเป็นการนำทุน ประสบการณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่มาร่วมกันสร้างธุรกิจในการให้บริการด้านสุขภาพ สืบเนื่องมาจากทั้งสามธุรกิจเห็นพ้องต้องกันว่า ค่าบริการด้านสุขภาพในสหรัฐอเมริกาสูงเกินไป เอาเปรียบผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก อีกทั้งทำให้คนที่มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงการบริการด้านสุขภาพ และทำให้บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐฯแบกรับต้นทุนในการให้สวัสดิการด้านสุขภาพพนักงานของตนเองมากเกินไป

โดยการให้บริการด้านสุขภาพในครั้งนี้จะเริ่มนำมาใช้กับพนักงานของพวกเขาที่ทำงานในสหรัฐฯเป็นกลุ่มแรก ซึ่งพนักงานของทั้งสามบริษัทรวมกันคิดเป็นจำนวนราว 1.16 ล้านคน โดยหากทำสำเร็จพวกเขาก็มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงทุกคนในประเทศต่อไป นั่นคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าถึงทุกคน เนื่องจากมียักษ์ใหญ่ ด้านอีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon อยู่ในการร่วมทุนครั้งนี้  ซึ่งพี่ทุยมีมุมมองว่า บริษัทในกลุ่มที่ให้บริการด้านสุขภาพ รวมถึงบริษัทประกันที่มีการขายผลิตภัณฑ์ทางด้านการดูแลสุขภาพย่อมสะดุ้งไปตามๆกัน จากการที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นที่มาจากการรวมตัวของบริษัทสามยักษ์ใหญ่ของโลก ขณะเดียวกันย่อมน่าจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในสหรัฐฯที่จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการเลือกใช้บริการด้านสุขภาพ ต้นทุนในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพลดลง และสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างมากขึ้น

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

กรณีศึกษา : Apple กับ IBM

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

จริงๆแล้วโลกของเรามีการทำธุรกิจร่วมค้าลักษณะนี้มานานมากกว่า 10 ปี และมีการทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในต่างประเทศ และเป็นบริษัทข้ามชาติ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เช่น กรณีการทำ Joint Venture ระหว่าง Apple กับ IBM สร้าง IBM Mobile First สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS เท่านั้น ซึ่งเป็นการสร้างเครื่องมือการใช้งานบนมือถือเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงานในแต่ละองค์กรธุรกิจที่ตรงต่อความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการเงิน เป็นต้น ซึ่งใช้ผ่านเครื่องมือ iPhone และ iPad เท่านั้น

กรณีศึกษา : Marriott กับ Alibaba Group

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

กรณีของ Marriott ทำ Joint Venture กับ Alibaba Group เพื่อสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การเดินทาง การร่วมค้าในครั้งนี้ทำให้ Marriott สามารถเข้าถึงลูกค้าชาวจีนมากกว่าครึ่งพันล้านรายที่เป็นฐานลูกค้าของ Alibaba ซึ่งในทุกปีจะมีชาวจีนกว่าร้อยล้านรายที่เดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และคาดว่าจะมีการท่องเที่ยวต่างประเทศมากถึง 700 ล้านทริปในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน Alibaba จะกลายเป็นผู้นำในการให้บริการการท่องเที่ยว โดยการสร้างแพลตฟอร์มการให้บริการทางการท่องเที่ยวผ่าน Alibaba ไม่ว่าจะโปรแกรม โปรโมชั่น สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ที่มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนอยู่ทั่วโลก เปรียบเสมือนเป็น One Stop Service ในด้านการให้บริการการท่องเที่ยวแก่ลูกค้าชาวจีน

กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ “Joint Venture” มีอะไรอีกบ้าง ?

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

"Joint Venture" อีกหนึ่งทางเลือกของการทำธุรกิจในยุคสมัยนี้

ที่ผ่านมายังมีอีกหลายธุรกิจที่มีการทำกิจการร่วมค้ากันไม่ว่าจะเป็น Microsoft กับ GE Healthcare ที่สร้างแอพพลิเคชัน เพื่อใช้ในการช่วยจัดการด้านการใช้บริการสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้นำทางด้านรถยนต์อย่าง BMW Group ได้ทำการร่วมทุนกับ PSA Peugeot Citroën โดยลงทุนมากกว่า 100 ล้านยูโร เพื่อเป็นหนึ่งในผู้นำรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการบิน สายการบินสัญชาติอเมริกัน Delta ได้ทำสัญญาร่วมค้ากับ Virgin Atlantic ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติอังกฤษ เพื่อขยายเส้นทางการบิน และลูกค้าสามารถใช้บริการของทั้งสองสายการบินร่วมกันได้ และในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม มีการร่วมค้าระหว่าง Q8 ซึ่งเป็นบริษัทปิโตรเลียมสัญชาติคูเวต กับ IDEMITSU ซึ่งเป็นบริษัทปิโตรเลียมสัญชาติญี่ปุ่น ผลจากการร่วมทุนในครั้งนี้ ทำให้ Idemitsu Q8 เป็นรายแรกที่สร้างและให้บริการสถานีน้ำมันในเขตอุตสาหกรรม Thang Long ของฮานอย ประเทศเวียดนาม

ในประเทศไทยของเราเอง ก็มีการทำลักษณะนี้อยู่ไม่น้อย ทั้งกับบริษัทในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ดอยซ์แบงก์จับมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ร่วมทุน เพื่อตั้งบริษัทใหม่ “บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ดอยซ์ ทิสโก้” เพื่อให้บริการด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาลงทุนในไทยให้แก่ลูกค้าสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ในอุตสาหกรรมการคมนาคมมีกิจการร่วมค้าระหว่าง บีทีเอส- ซิโนไทย–ไฟฟ้าราชบุรี รวมเรียกว่า BSR การรวมตัวของสามบริษัทดังกล่าว เพื่อทำให้ต้นทุนในการดำเนินการของโครงการต่างๆลดลง ล่าสุด mPAY กับ Rabbit LINE Pay ประกาศร่วมทุน โดยขยายแพลตฟอร์ม e-money เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด ขณะเดียวกันธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้นำด้านบริการทางธนาคารของไทยที่ร่วมทุนกับ Julius Bear ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบริการ Private Banking ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยร่วมกันตั้งบริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินกลุ่มลูกค้า High Net Worth

การร่วมมือกันแบบนี้พี่ทุยมองว่าเป็น สถานการณ์ที่ Win-Win กันทุกฝ่าย บางคนอาจจะมีไอเดีย แต่ไม่มีทุนทรัพย์ บางคนอาจจะมีเงินแล้วก็อยากหาที่ลงทุน บางคนมีความสามารถแต่ขาดโอกาส การ Joint Venture เป็นการเติมเต็มกันและกันอย่างแท้จริงเลยล่ะ

ในอนาคตพี่ทุยเชื่อว่า เราน่าจะได้เห็นการทำธุรกิจร่วมค้าอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประโยชน์ที่ผู้ร่วมค้าจะได้รับนั้นสามารถลดระยะเวลาในการเรียนรู้ วิธีการผลิต ช่องทางในการจัดจำหน่าย รวมถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทำให้เกิดการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี หรือวิธีของการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็ตาม เปรียบเสมือนใครมีอะไรดี ใครเก่งด้านไหน ก็เอามาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการร่วมมือกันจะประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีปัจจัยในหลายด้านที่มีผลต่อการทำธุรกิจ แต่ในทางกลับกันถ้าหากประสบผลสำเร็จ ผลกำไรหรือความสำเร็จที่ได้รับ มักจะมากกว่าที่คาดหวังไว้เสมอ

ที่มา:

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile