รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

3 min read  

ฉบับย่อ

  • ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) นักฟุตบอลเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 6 สมัย แยกทางจากสโมสรบาร์เซโลนา (Barcelona) ในสเปน ไปอยู่กับสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง (Paris Saint-Germain) ที่ฝรั่งเศส
  • ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (Paris Saint-Germain) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า PSG ได้กลุ่มทุนจากกาตาร์ที่ชื่อว่า Qatar Sports Investment (QSI) และมีนาสเซอร์ อัล เคไลฟี (Nasser Al-Khelaifi) บุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 8 ของโลกในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลเป็นประธานสโมสร
  • กลุ่มทุนดังกล่าวได้ทุ่มเม็ดเงินและค่าเหนื่อยมหาศาลเพื่อดึงนักฟุตบอลฝีเท้าดีและมีชื่อเสียงเข้ามาร่วมทีมจนกลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฝรั่งเศส
  • มูลค่าตลาดของสโมสรติด TOP10 ของสโมสรที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก และทัดเทียมได้กับบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Hyundai, Spotify, 7-Eleven และ Pinterest

ในช่วงที่ผ่านมา แฟนฟุตบอลก็น่าจะได้ตื่นเต้นกับข่าวการย้ายทีมของนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) ที่ย้ายจากสโมสรบาร์เซโลนา (Barcelona) ไปยังสโมสร “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” (Paris Saint-Germain)

ก่อนหน้านี้ Messi นักฟุตบอลชาวอาร์เจนไตน์วัย 34 ปี เคยได้รางวัลนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกหรือบัลลงดอร์ (Ballon d’Or) ถึง 6 สมัย และใช้ชีวิตอยู่กับ Barcelona มาตั้งแต่อายุ 13 ปี ได้แชมป์ร่วมกับสโมสรมากถึง 35 แชมป์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรไปแล้ว

สาเหตุสำคัญที่ Messi ต้องแยกทางกับสโมสรเป็นเพราะเรื่องอุปสรรคและข้อบังคับทางการเงินที่ไม่ลงตัวของทั้งฝ่าย จากวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้รายได้ของสโมสรหดหายไปถึง 30%

การย้ายทีมของ Messi ในครั้งนี้ จะได้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 35 ล้านยูโรต่อปี (และสามารถเพิ่มขึ้นได้เงื่อนไขที่ตกลงกันไว้เป็น 40 ล้านยูโร) เรียกได้ว่าหายใจ 1 ทีก็ได้เงินกันไปมากมายเลยทีเดียว

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

วันนี้ พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จักการสโมสรใหม่ของ Messi อย่าง “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” (Paris Saint-Germain) กัน

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” (Paris Saint-Germain)

Paris Saint-Germain ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 1970 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว โดยมีชื่อเรียกติดปากสั้น ๆ ว่าเปแอสเช และมีตัวอักษรย่อว่า PSG ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส และมีหอไอเฟลเป็นหนึ่งในตราสัญลักษณ์ของสโมสร

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

ปัจจุบันมีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจากประเทศกาตาร์ ชื่อว่า Qatar Sports Investment (QSI) ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาในปี 2004 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Qatar Investment Authority (QIA) ที่มีรัฐบาลกาตาร์เป็นเจ้าของอยู่ โดยเข้ามาลงทุนในสโมสรตั้งแต่ปี 2011

Qatar Sports Investment (QSI) ทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชื่อดังของกาตาร์ที่ชื่อว่า BURRDA SPORT เป็นทั้งผู้ผลิต ผู้ออกแบบคอลเลคชั่น และเป็นซัพพลายเออร์เครื่องกีฬาชั้นนำของโลก มีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดและการวางกลยุทธ์สำหรับการสร้างแบรนด์

นอกจากนี้ก็ยังรับจัดงานอีเวนท์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาในรูปแบบการให้สปอนเซอร์เพื่อเป็นการโปรโมทแบรนด์ธุรกิจ และหนึ่งในนั้นคือ การสร้างสโมสร PSG ให้เป็นแบรนด์กีฬาชั้นนำระดับโลกด้วยเช่นกัน

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

ที่มา: The Guardian

สโมสร PSG มีนาสเซอร์ อัล เคไลฟี (Nasser Al-Khelaifi) อายุ 48 ปี เป็นประธานสโมสร นับว่าเป็นระดับมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ และถูกจัดอันดับให้เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดอันดับ 8 ของโลกในฐานะเจ้าของทีมฟุตบอล

โดยอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจและแฟนบอลชาวไทยรู้จักกันดี ก็จะเป็น

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

ที่มา: The New York Times

อันดับ 1 – ชีค มานซูร์ (Sheikh Mansour)
เจ้าของทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ที่มีทรัพย์สินประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์

รู้จัก “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” สโมสรฟุตบอลที่มีเจ้าของเป็นรัฐบาลกาตาร์

ที่มา: Sports Illustrated

อันดับ 5 – โรมัน อับราโมวิช (Roman Abramovich)

เจ้าของสโมสรเชลซี (Chelsea) ที่มีทรัพย์สินประมาณ 12,400 ล้านดอลลาร์

Paris Saint-Germain (PSG) ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฝรั่งเศส

แม้ว่าสโมสร PSG จะมีอายุเพียง 51 ปี น้อยกว่าเมื่อเทียบกับสโมสรชั้นนำอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (143 ปี) ลิเวอร์พูล (129 ปี) บาร์เซโลนา (122 ปี) และก็ยังมีอายุน้อยกว่าสโมสรในฝรั่งเศสด้วยกันอย่าง มาร์กเซย (122 ปี) โมนาโก (102 ปี) ลีลล์ (77 ปี) และลียง (71 ปี) แต่กลับเป็นสโมสรที่คว้าถ้วยแชมป์มากที่สุดในฝรั่งเศส

โดยเฉพาะการเข้ามาสร้างและลงทุนสโมสรของกลุ่มทุน QSI และมี Nasser Al-Khelaifi เป็นประธานสโมสร ก็ได้ทุ่มเงินจำนวนมากในการซื้อตัวนักฟุตบอลฝีเท้าดีมีชื่อเสียง และให้ค่าเหนื่อยมหาศาล อย่างเช่น เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (Zlatan Ibrahimović) และจิอันลุยจิ บุฟฟอน (Gianluigi Buffon) เนย์มาร์ (Neymar) คีเลียน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappe) และอื่น ๆ อีกมากมาย

นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา PSG คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 27 ครั้ง

7 ครั้ง (จาก 9 ครั้ง) – แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ
6 ครั้ง (จาก 14 ครั้ง) – แชมป์ฟุตบอลถ้วยของประเทศ

เรียกได้ว่าในช่วง 10 ปีหลังที่มีกลุ่มทุนนี้เข้ามาก็เป็นยุคแห่งความสำเร็จของสโมสรแห่งนี้อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายต่อไป คือ การต่อกรกับสโมสรชั้นนำทั่วทวีปยุโรป 

มูลค่าตลาดของสโมสรติดอันดับ TOP10 ของโลก

จากการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลจนนำมาสู่ความสำเร็จของสโมสร PSG ในช่วง 10 ปีหลังสุดมานี้ ก็ทำให้สโมสรถูกจัดให้อยู่อันดับ 8 จากกว่า 400 สโมสรทั่วยุโรป ซึ่งการจัดอันดับนี้จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA ที่พิจารณาจากผลงานการแข่งขัน 2 รายการใหญ่ในยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (UEFA Champions League) และยูฟ่า ยูโรป้าลีก (UEFA Europa League) ในช่วง 5 ปีหลังสุด

จากที่ก่อนหน้าที่ Nasser Al-Khelaifi จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร PSG อยู่ในอันดับ 47 ในปี 2010

พี่ทุยพามาดูที่ความร่ำรวยของสโมสรทั่วโลกที่วัดจากรายรับรวม (Total Revenue) กันบ้าง ในปี 2020 พบว่า สโมสร PSG ร่ำรวยเป็นอันดับ 7 ของโลก มีรายรับอยู่ที่ประมาณ 634 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าแบรนด์ (Brand Value) ก็อยู่อันดับ 7 ของโลกเช่นกัน และมีมูลค่าแบรนด์กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์จากการมีนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์จำนวนมากอยู่ในสโมสร

แต่ถ้ามาดูมูลค่าตลาด (Market Cap.) ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากบริษัทระดับโลกอย่าง Apple, Microsoft, Saudi Aramco, Google หรือ Amazon แต่เมื่อเทียบกับสโมสรฟุตบอลด้วยกันแล้วถือว่าติดอยู่ใน TOP10 ของสโมสรที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก

พี่ทุยลองเทียบเคียงกับบริษัทชั้นนำและเป็นที่รู้จักของคนไทย ก็นับว่าสโมสร PSG มีมูลค่าตลาดมากกว่าหลาย ๆ บริษัท อย่าง Hyundai (บริษัทรถยนต์ระดับโลก), Spotify (แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงที่มีรายได้มากที่สุดในโลก) 7-Eleven (ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่นและไทย) และ Pinterest (แพลตฟอร์มที่รวบรวมไอเดียด้านภาพและวีดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก)

นอกจากนี้ จากกระแสการย้ายทีมของ Messi ก็สร้างเชิงบวกในตลาดการเงินเหมือนกัน อย่างราคาเหรียญโทเคนแฟนคลับสโมสร หรือ Paris Saint-Germain Fan Token ก็ได้ขยับเพิ่มขึ้นราว 40% ภายในเวลา 3 วัน นับจากช่วงที่มีกระแสข่าวจนมีการเซ็นต์สัญญาการเป็นสมาชิกใหม่ของทีมอย่างเป็นทางการ

เราได้เรียนรู้อะไรจากเคสนี้บ้าง ?

จากทั้งหมดนี้ พี่ทุยว่าเราในฐานะนักลงทุนได้แง่มุมในการพัฒนาสโมสร จากการเป็นสโมสรที่ยังไม่มีชื่อเสียง รายได้น้อย และยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่การมุ่งมั่นลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยความอดทนรอระยะเวลาที่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาสู่ความสำเร็จได้ในอนาคต

และเราในฐานะนักลงทุนก็สามารถนำประสบการณ์ความสำเร็จจากสโมสร PSG แห่งนี้มาปรับใช้กับตัวเราเองได้เช่นเดียวกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: