ในปี 2020 หนี้สาธารณะของกรีซอยู่ที่ 182% ซึ่ง “วิกฤตหนี้กรีซ” สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น กว่าจะใช้หนี้สาธารณะที่สูงขนาดนี้ สำนักข่าว BBC รายงานว่ากรีซยังคงต้องควบคุมการใช้จ่าย ดำเนินนโยบายแบบเกินดุล (ก่อนชำระดอกเบี้ย) ในอัตราอย่างน้อย 2.2% ของ GDP ไปจนถึงปี 2060 แม้จะเริ่มฟื้นตัวได้ ไม่ต้องกู้เงินจากสหภาพยุโรปอีกแล้ว และเศรษฐกิจขยายตัวเล็กน้อยก่อนวิกฤตโควิด-19 พอเกิดวิกฤตโควิดปัญหาเศรษฐกิจของกรีซก็กลับมาอีกครั้งเหมือนที่เคยเกิดในอดีต
ย้อนรอยดูสาเหตุของ “วิกฤตหนี้กรีซ”
กรีซต้องการให้เกิดนโยบายสวัสดิการ ส่งผลให้รัฐบาลดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวต่อเนื่องเพื่อใช้จ่ายกับการให้สวัสดิการแก่ประชาชน เช่น นโยบายเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (early-retire) รายได้ร้อยละ 90 ถูกใช้ไปเพื่อเป็นค่าจ้างและรายจ่ายสวัสดิการสังคม (social benefits) จนไม่เหลือพอทำอย่างอื่น
สิ่งที่ตามมาคือการกู้เงินเพิ่มและดอกเบี้ยทบต้นที่ทวีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลที่เกิดขึ้นคือเกิดการขาดดุลการคลังเป็นจำนวนมาก ในปี 2009 การขาดดุลการคลังของกรีซอยู่ที่ 12.7% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าระดับที่กลุ่มสหภาพยุโรปกำหนดไว้ถึงประมาณ 4 เท่าตัว (กำหนดไว้ที่ 3%)
การที่กรีซเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรป ใช้เงินสกุลยูโรที่มีความเชื่อมั่นสูง ทำให้การกู้เป็นเรื่องง่าย รู้ตัวอีกที่หนี้สาธารณะก็สูงถึง 117% ในปี 2011 เมื่อประเทศสมาชิกมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัวแบบนี้ จึงถูกบีบบังคับจากประเทศใน EU ให้ต้องใช้นโยบายการคลังหดตัวทำให้ดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง เกิดเงินทุนไหลออก ผลคือกรีซขาดดุลการค้า
ในขณะเดียวกันกรีซก็ใช้เงินสุกลยูโร ซึ่งทั้งยุโรปก็ใช้เงินสกุลเดียวกันทำให้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ การค้าขายในประเทศสมาชิกด้วยกันจะมีเสถียรภาพสูงเพราะไม่ต้องกังวลความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่โชคไม่ดีสุด ๆ ของกรีซที่ตอนนั้นเงินยูโรแข็งค่าขึ้น ธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจลดปริมาณเงินเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีการชำระเงิน เป็นการดูดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ระบบไม่มีเงินผลิตสินค้าและบริการ ซึ่งซ้ำเติมปัญหาให้ผลผลิตยิ่งแย่ลง
จะเป็นอย่างไร ? ถ้ากรีซไม่ได้ใช้เงินสกุลยูโร
ในทางกลับกัน หากกรีซใช้ค่าเงินของตัวเอง ควบคุมกับการใช้นโยบายการคลังหดตัวจะทำให้ค่าเงินอ่อนลง ทีนี้ก็สามารถแข่งขันการค้าระหว่างประเทศได้ ปัญหาขาดดุลการค้าจะถูกแก้ไข
เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีสามเหลี่ยมได้หรือไม่ (Impossible Trinity) ?
ทฤษฎีสามเหลี่ยมไม่สามารถอธิบายปัญหาการเงินระหว่างประเทศและวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้หลาย ๆ เหตุการณ์ สิ่งที่อธิบายจากสามเหลี่ยมนี้คือการดำเนินนโยบายการเงินมีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถดำเนินนโยบายทั้ง 3 ด้านพร้อมกันได้ ต้องเลือกว่าจะดำเนินนโยบายแบบ A, B, หรือ C เท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศกรีซเลือกใช้แบบ A คือใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed exchange rate) และให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายแบบเสรี (Free capital mobility) แต่ไม่สามารถดำเนินนโยบายการเงินได้อย่างอิสระ (Monetary autonomy) เพราะถูกควบคุมโดยธนาคารกลางยุโรป เมื่อกรีซมีปัญหาวิกฤตการเงินในประเทศแต่กรีซไม่สามารถปรับดอกเบี้ยนโยบายได้ ทำให้เกิดปัญหาทั้งการขาดดุลการค้าและผลผลิตตกต่ำ
“วิกฤตหนี้กรีซ” กระทบสภาพยุโรปอย่างไร ?
“วิกฤตหนี้กรีซ” กระทบสหภาพยุโรป จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ประเทศอังกฤษขอออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แม้ว่ากรีซจะหยุดกู้เงินเพิ่มแล้ว แต่ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายสูงลิ่ว กรีซจะยังไม่มีอิสระในการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจของตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะจะยังคงถูกจับตาจากสมาชิกในสหภาพยุโรป ให้ต้องดำเนินนโยบายแบบเกินดุลในอัตรา 3.5% ของ GDP ไปจนถึงปี 2022 ถึง
อย่างไรก็ตามกรีซยังได้รับความช่วยเหลือจาก The European Central Bank (ECB) ซื้อพันธบัตรรัฐบาลของกรีซ แม้จะยังไม่ได้ถูกจัดลำดับเพื่อหลี่กเลี่ยงความเสี่ยงจากความเสียหายของวิกฤตโควิด-19
แต่พอมีวิกฤตโควิด-19 ช่วงที่ Lockdown ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจของกรีซก็กลับมาอีกครั้งเหมือนที่เคยเกิดในอดีตคือ GDP หัดตัว -9% ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นถึง 18% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สิ่งที่เกิดคือทำให้แรงงานที่ตกงานอพยพ (Immigration) ไปประเทศในสหภาพยุโรป บางส่วนก็อยู่ที่เดิมใช้สวัสดิการในประเทศ บางส่วนที่เป็นแรงงานมีความรู้ก็ย้ายไปทำงานในประเทศอื่นเกิดปัญหาสมองไหล (Brain drains) จนต้องทำให้กรีซต้องออกนโยบายลดภาษี เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาเปิดกิจการเพื่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศ
สิ่งที่พี่ทุยคิดว่าน่าเป็นห่วงคือปัญหาแรงงานที่ตกงานอพยพไปประเทศในอื่นสหภาพยุโรปในภาวะที่หลาย ๆ ประเทศกำลัง Lockdown และเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ก็จะอาจจะเป็นชนวนให้เกิดการต้องการออกจาก EU อีกครั้งก็เป็นได้ เพราะสาเหตุที่อังกฤษขอออกจาก EU หนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือการแย่งทรัพยากรอย่างสวัสดิการสังคมและความปลอดภัย ที่นอกเหนือจากการร่วมแบกภาระหนี้ที่ประเทศสมาชิกก่อขึ้น