รู้จัก "Plant-Based" เทรนด์ที่ทำให้คนไม่ต้องรอกินผักแค่เทศกาลกินเจ

รู้จัก “Plant-Based” เทรนด์ที่ทำให้คนไม่ต้องรอกินผักแค่เทศกาลกินเจ

5 min read  

ฉบับย่อ

  • เทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับ 6 – 14 ต.ค. 2021 คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 3,600 ล้านบาท โอกาสการเติบโตระยะยาวของตลาดอาหารเจหรือมังสวิรัติโดยรวมน่าจะมีอีกมาก เพราะคนไทยใส่ใจสุขภาพ งดกินเนื้อสัตว์มากขึ้น คาดว่ามีคนไทยกินเจหรือมังสวิรัติ 15%
  • ทั่วโลกมีประชากรที่รับประทานอาหารที่ทำจากพืชทั้งหมด 750 ล้านคน โดย 5 ประเทศที่มีประชากรรับประทานอาหารจากพืชมากที่สุดคือ อินเดีย จีน อินโดนีเซีย ไนจีเรีย และยุโรป
  • Plant-Based คือการทำเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืช เกิดมาเพื่อคนที่ไม่ต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดถึง 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 ได้รับแรงสนับสนุนการเติบโตจากเทรนด์ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกทาง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
Krungsri Asset "กองทุน"
Krungsri Asset "กองทุน"

เดี๋ยวนี้ถ้าเราต้องการกินเจ หรือจะกินมังสวิรัติ ไม่จำเป็นต้องรอเทศกาลกินเจอย่างเดียวอีกต่อไป ปัจจุบันเราสามารถหาอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์รับประทานได้ง่ายขึ้น แถมมีโอกาสได้ลิ้มลองเมนูสร้างสรรค์ใหม่ ๆ มากขึ้นด้วย เพราะมีเทรนด์อาหารมาแรงอย่าง “Plant-Based” เกิดขึ้น และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

พอดีกับเทศกาลกินเจในปี 2021 ก็ตรงกับวันที่ 6 – 14 ต.ค. นี้ ที่ทั้งคนแสวงบุญและชาวมังสวิรัติคงเฝ้ารอกัน และเพิ่มความคึกคักของเทศกาลขึ้นไปอีก เมื่อมีเทรนด์อาหาร “Plant-Based” ธุรกิจนี้ดีต่อใจคนไม่กินเนื้อสัตว์ยังไง ตอบโจทย์คนกินเจหรือมังสวิรัติแค่ไหน พี่ทุยจะเล่าให้ฟัง

เทศกาลกินเจปี 2021

ก่อนอื่นพี่ทุยว่าเรามาที่ประเด็นแรกก่อนเลยว่า “เจ” กับ “มังสวิรัติ” ต่างกันยังไง โดยการกินเจเป็นเหมือนหมวดย่อยในมังสวิรัติอีกที คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่จะมีความเข้มข้นกว่า คือ ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ด้วย ไม่ว่าจะไข่ นม เนย น้ำมัน หรือซอสปรุงรส แถมยังงดผักกลิ่นฉุน และอาหารที่มีรสจัดอีก ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลด้วยว่าเคร่งมากน้อยขนาดไหน

โดยในเทศกาลกินเจปี 2021 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์กันว่า คนกรุงเทพฯ อาจจะใช้จ่ายตลอดเทศกาลลดลง 8.2% เทียบกับเทศกาลกินเจเมื่อปี 2020 หรือมีเม็ดเงินสะพัด 3,600 ล้านบาท เนื่องจากต้องระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และการที่ต้อง work from home ก็อาจจะหาอาหารเจรับประทานไม่สะดวก แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่เป็นอุปสรรค เพราะสั่งออนไลน์มาส่งที่บ้านได้ ส่วนเหตุผลที่คนสนใจกินเจนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ไปสำรวจคนกรุงเทพฯ พบว่า 61% งดทานเนื้อสัตว์/ละเว้นกิเลส , 39% อยากทดลองอาหารเจ และ 38% เพื่อสุขภาพ (แบบสอบถามสามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

มีข้อมูลที่น่าสนใจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเพิ่มเติมว่า มองไปข้างหน้าแล้ว คนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ดังนั้นจึงเริ่มมีกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาบริโภคอาหารมังสวิรัติ หรือวีแกนมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้งดเนื้อสัตว์กินแต่ผักเฉพาะแค่ช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น ดังนั้นตลาดอาหารวีแกนในไทยก็น่าจะมีโอกาสเติบโตไปได้อีกไกล 

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำการสำรวจไว้เมื่อปี  2017 ประเมินว่า มีคนไทยที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งก็คือ กลุ่มมังสวิรัติและเจอยู่ 9 ล้านคน หรือ 12% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งตัวเลขนี้ก็คงจะเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก โดยคาดว่า ในปีนี้สัดส่วนน่าจะเพิ่มเป็น 15% ของประชากรทั้งประเทศ ประมาณง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีคนไทย 70 ล้านคน ก็จะไม่กินเนื้อสัตว์ประมาณ 10.5 ล้านคนนั่นเอง 

รู้จัก “Plant-Based” กับโอกาสในตลาดวีแกนที่มากกว่า 750 ล้านคนทั่วโลก

รู้จัก "Plant-Based" เทรนด์ที่ทำให้คนไม่ต้องรอกินผักแค่เทศกาลกินเจ

หลังจากเห็นตัวเลขในประเทศไทยแล้ว พี่ทุยจะพามาดูตัวเลขทั่วโลกกันบ้างว่ากลุ่มวีแกนทั่วโลกมีมากถึง 750 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 10% ของประชากรโลกเลยทีเดียว อินเดียถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันมีวีแกนมากกว่า 400 ล้านคน

เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว พี่ทุยคิดว่า คนที่อยู่ในวงการอาหารคงจะพอเริ่มเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดวีแกนขึ้นมาบ้างแล้ว และนั่นก็คือตลาดสำคัญของ Plant-Based นั่นเอง คราวนี้ พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟัง สำหรับใครที่อาจจะไม่เคยได้ยิน หรือได้ยินผ่าน ๆ แต่ไม่รู้จักว่า Plant-Based คืออะไร

Plant-Based ก็คืออาหารที่ทำจากพืช ได้แก่ ผัก ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว และผลไม้ โดยไม่มีอาหารจากสัตว์หรือส่วนผสมเทียมใด ๆ มาเกี่ยวข้องเลย โดย Plant Based เกิดขึ้นจากการที่คนจำนวนมากใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หันมาเลิกรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วรับประทานอาหารจากพืชแทน ทำให้บริษัทอาหารตอบสนองความต้องการนี้ด้วยการนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการด้วยการพัฒนาเนื้อที่ทำจากพืช ชีส นม ไข่ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากพืชเช่นกัน 

ทั้งนี้ Allied Market Research คาดการณ์ว่า ตลาดเนื้อที่ทำจากพืช หรือเรียกว่า Plant-Based meat จะมีมูลค่าถึง 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 โดยมี Beyond Meat เป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์นี้ เมื่อดูรายภูมิภาค ก็คาดว่า ยุโรปจะครองส่วนแบ่งตลาดหลัก ๆ ในกลุ่ม Plant-Based meat ส่วนเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่อยู่ในช่วงเติบโตแบบทวีคูณ

สำหรับพื้นที่ที่จะทำให้ Plant-Based meat เติบโตได้ดี ก็คือ ร้านอาหารฟาสฟู้ด ซึ่งปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่ออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เช่น Burger King, A&W Canada, Carl’s Jr. และ White Castle

ส่วนอีกปัจจัยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการกินโดยตรง แต่กลับมีผลทำให้ Plant-Based meat เติบโตได้ด้วย นั่นคือ จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนเริ่มมองหาความยั่งยืนทางอาหาร เพราะการบริโภคอาหารที่ทำจากพืชจะสิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยกว่าเนื้อสัตว์ และยังช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วย โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มสำคัญ ที่มองเรื่องนี้กันมาก  

เพราะการที่เราต้องหาพื้นที่เลี้ยงสัตว์ เพื่อเอาเนื้อหรือนมมารับประทาน ก็หมายถึงเราต้องไปทำลายพื้นที่ป่า เพื่อมาทำเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ต้องใช้ทรัพยากรน้ำ ที่ดิน ทะเล ป่าไม้ ทำลายชีวิตสัตว์ป่า โดยข้อมูลจาก Food and Agriculture Organization of the United Nations ชี้ว่า พื้นที่การเกษตรมีส่วน 18% ของการสร้างก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ซึ่งมากกว่าก๊าซเรือนกระจกที่มาจากภาคขนส่งอีก

เรียกง่าย ๆ ว่า Plant Based เกิดมาเพื่อเอาใจสายรักษ์โลก กินพืชเพื่อสุขภาพ และเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

มีข้อมูลจาก Good Food Institute (GFI) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ระบุว่า Plant Based เป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น โดยในปี 2020 มีการลงทุนในธุรกิจโปรตีนทางเลือกจากผัก ซึ่งก็คือ Plant Based ถึง 3,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว เทียบกับปี 2019 และถ้านับยาว ๆ ตั้งแต่ปี 2010-2020 พบว่า มีเงินลงทุนรวมกันในกลุ่มโปรตีนทางเลือก 6,000 ล้านดอลลาร์

ตัวอย่างแบรนด์ “Plant-based”

คราวนี้ พี่ทุยพามาเจาะลึกขึ้นไปอีกว่า Plant Based ที่นิยมมากขึ้น มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ดัง ๆ โดยขอยกตัวอย่างดังนี้  

1. Beyond Meat –  มีทั้งเนื้อจากพืช ซอสจากพืช ไก่จากพืช และลูกชิ้นจากพืช โดยจุดเด่นคือความอร่อย และพืชที่นำมาทำ ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม โปรตีนจากถั่วที่นำมาใช้ ไม่มีกลูเตน โดยบริษัทนี้จดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ด้วย โดยมีชื่อหุ้นว่า BYND ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา BeyondMeat มีรายได้ 149.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2020

2. Gardein – มีผลิตภัณฑ์ทั้ง ไก่ที่ทำจากพืช เนื้อและหมูที่ทำจากพืช ปลาจากพืช นอกจากนี้ยังมีมื้ออาหารจากพืช และซุปเป็นต้น โดยแบรนด์ Plant Based นี้ อยู่ในเครือ Conagra ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น Nasdaq เช่นกัน โดยใช้ชื่อย่อว่า CAG

3. VBites – เป็นบริษัทที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอังกฤษจำหน่ายไปทั่วโลก มีทั้งเนื้อ ไก่ หมู เนื้อแกะ และไก่งวง ที่ทำจากพืช โดยผลิตมานานนับ 20 ปีแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีขนมอบ พิซซ่า ไส้กรอก ด้วย

4. Impossible Foods – ผลิตอาหารรสชาติเหมือนเนื้อแต่ทำจากพืช มีทั้งเบอเกอร์ ไส้กรอก ไก่ และหมู โดยบริษัทนี้ เปิดตัวเมื่อปี 2016 ปัจจุบันจำหน่ายสินค้าในสหรัฐฯ แคนาดา จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และล่าสุดก็เพิ่งขยายธุรกิจไปเจาะตลาดตะวันออกกลาง โดยเปิดตัวแบรนด์ในเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

5. Amy’s Kitchen – มีผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชหลากหลายชาติ เช่น อาหารอินเดีย พิซซ่า อาหารโมร็อกโก อาหารกรีก เป็นต้น โดยบริษัทเริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1987 แล้ว เป็นกิจการแบบครอบครัว 100% มีครัวอยู่หลายสาขาในอเมริกา ปัจจุบันมีจัดจำหน่ายอยู่ใน 33 ประเทศทั่วโลก

จับกระแส “Plant-Based” ในประเทศไทย ช่วงเทศกาลกินเจ

Plant Based ถือว่ากำลังเป็นกระแสโลกที่กำลังมา ส่วนในไทยช่วงนี้ก็เป็นเทศกาลกินเจพอดี ซึ่งก็พบว่า มีบางบริษัทปิ๊งไอเดียจับทั้ง 2 เรื่องนี้มาบวกกันซะเลย กะว่าจะเพิ่มยอดขายจากเมนู Plant Based กันไปในช่วงเทศกาลกินเจ

เช่น ไทยยูเนี่ยนที่ไปจับมือจับมือวี ฟู้ดส์ และมอร์ มีท จัดแคมเปญ “Plant-Based FEST” ชวนคนกินมังสวิรัติตลอดเดือน ต.ค. – พ.ย. 2021 โดยมีการปรับสูตรอาหารจากพืชที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นสูตรเจ เข้ากับเทศกาลกินเจ  มานำเสนอขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือจะเป็นแบรนด์อาหารอื่น ๆ ที่ปกติอาจจะมีเมนูเนื้อสัตว์ แต่ในช่วงเทศกาลกินเจ ก็นำเสนอเมนูเจ เช่น ซีพีแรม ที่นำเสนอ ซาลาเปาเจหลากหลายสูตร

นี่แค่น้ำจิ้ม ๆ เท่านั้น ยังมีอีกหลายบริษัทเลยที่ทำอาหารเจพร้อมทานออกมาเสนอขายในช่วงนี้ และเสนอขายในช่วงปกติ พี่ทุยมองว่า ผู้ผลิตอาหาร หรือ ร้านอาหารต่าง ๆ ในไทย ก็ไม่จำเป็นต้องจัดเมนูอาหารจากพืชมาเอาใจเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น เพราะสามารถผลิตอาหารทำจากพืช ออกมาเสนอขายได้ตลอดทั้งปี เพื่อเจาะตลาดคนไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ตลาดนี้จะมีขนาดยังไม่ใหญ่มากในปัจจุบัน แต่พี่ทุยอยากให้ลองเดินไปสังเกตร้านอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจบางร้าน ก็จะพบว่า ได้รับความนิยมจากลูกค้าล้นทะลักมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลกินเจ หรือเวลาปกติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนสนใจอาหารจากพืชกันมากขึ้น ใครที่เห็นโอกาส คิดสร้างสรรค์เมนูอาหารจากพืชได้อร่อย ลงมือทำ และเจาะตลาดก่อน ก็โตจากเทรนด์นี้ได้ก่อนนั่นเอง

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile
"Forex" FXTM
"Forex" FXTM
error: