หลายๆคนที่เวลาอ่านข่าวเกี่ยวกับการเงินการลงทุน ก็มักจะได้ยินคำว่า “GDP” กันอย่างแน่นอนแล้วสงสัยกันมั้ยว่า GDP คืออะไร แล้วทำไมเราต้องไปสนใจมันด้วยล่ะ ถ้าเรารู้แล้วชีวิตเราจะดีขึ้นยังไงบ้าง ?
ตามความหมายแล้ว GDP ก็คือมูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง นั่นความหมายว่าถ้า GDP สูงก็จะมีการซื้อขายสินค้า/บริการในปริมาณมาก ก็แปลว่า “เศรษฐกิจดี” เพราะผลิตอะไรออกมาก็มีแนวโน้มจะขายได้ แต่ถ้า GDP น้อยก็จะแปลว่า ”เศรษฐกิจแย่”
ทั่วๆไปแล้ว GDP จะถูกคำนวณมาจากสมการ GDP = C + I + G + (X-M) แต่ละตัวก็จะมีความหมายแตกต่างกันออกไป ดังนี้
C หรือ Consumption เรียกง่ายๆว่า การบริโภคของคนในประเทศนี่แหละ ถ้ามีการบริโภคเยอะตัว C ก็จะเยอะ
I หรือ Investment ก็คือ การลงทุนจากภาคเอกชน ถ้าลงทุนเยอะ I ก็จะสูง
G หรือ Government Spending คือ การลงทุนจากภาครัฐ หรือคำที่ได้ยินบ่อยๆก็คือ อัดฉีดเงินเข้าระบบก็ผ่านตัวนี้เนี้ยแหละ
X – M หรือ Export ลบ Import ก็คือ การที่เรา “ส่งออก” เยอะ หมายความว่าคนในประเทศเราขายของได้ แต่ต้องลบด้วย “นำเข้า” เพราะเปรียบเทียบเงินที่ไหลออกไปให้กับต่างชาตินั่นเอง
ทีนี้พอเรารู้ความสำคัญและองค์ประกอบของ GDP แล้ว พี่ทุยว่าเราก็น่าจะพอเดาแนวโน้มของ GDP กันพอได้ละนะ เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมนักลงทุนแบบเราๆจำเป็นต้องสนใจเรื่องของ GDP ด้วย เพราะว่า GDP จะเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนและบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง
ตัวอย่างเช่น ถ้าแนวโน้ม GDP บ้านเราต่ำ ก็จะมีแนวโน้มที่เงินจะไหลออกไปต่างประเทศสูง (ไปหาประเทศที่มี GDP เติบโตดีกว่า) เพราะเงินจำนวนเท่ากันเมื่อไปอยู่ในที่ที่โอกาสเติบโตดีกว่าก็จะทำให้ความมั่งคั่งของนักลงทุนเพิ่มเร็วกว่าโดยเปรียบเทียบ
หรือถ้าเรารู้ว่าในอนาคตจะมีการปรับ “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ลงอีก แนวโน้มของ I ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินที่ฝากไว้เฉยๆกับธนาคารผลตอบแทนจะลดลง ส่งผลทำให้เงินถูกนำมาลงทุนมากขึ้น แล้วประกอบกับต้นทุนทางการเงินในการกู้ยืมของกิจการก็ต่ำลง (เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง) ก็จะทำให้คนเข้ามากู้เงินมากขึ้นนั่นเอง
หรือเราเห็นรัฐบาลมีการทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง นั้นก็แปลว่าจะมีการลงทุนจากภาครัฐมากขึ้น ตัว G ก็จะขยับปรับขึ้น เพราะการก่อสร้างต้องมีการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ก็จะทำให้เศรษฐกิจหมุนได้ดียิ่งขึ้น
แล้วถ้าเราคาดการณ์แนวโน้มของ GDP ได้หรือเราพอคาดเดาได้ว่า C + I + G + (X-M) มีตัวไหนมั้ยที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นหรือลง ตามปัจจัยที่เกิดขึ้น ก็จะสามารถทำนายสภาพเศรษฐกิจในอนาคตแบบคร่าวๆได้ ก็จะทำให้เรารู้ว่า “หุ้น” ประเภทไหน ตัวไหน ที่เราควรจะลงทุน หรือควรที่จะอยู่ห่างๆในช่วงเวลานั้นๆ
