ถ้าพูดถึงชื่อของ “Asava” (อาซาว่า) เราจะนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันดี ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาได้เรียบหรู ทันสมัย สื่อถึงตัวตนของผู้สวมใส่ และได้รับความเชื่อถือในการใส่ไปงานระดับโลกอย่างชุดของ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ใส่ไปร่วมงาน Magnum Global Event เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส หรืองาน LA Fashion Week 2018 ที่มีชุดของ Asava ไปร่วมโชว์บนรันเวย์ รวมไปถึงการออกแบบชุดราตรีบนเวทีนางงามจักรวาลให้กับ มารีญา พูลเลิศลาภ ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี 2017
ธุรกิจของ “Asava” Group มีอะไรบ้าง ?
พี่ทุยขอแบ่งประเภทธุรกิจในเครือ Asava ออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
1. Asava แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่ออกแบบมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แต่ยังคงความมีสไตล์และเน้นการตัดเย็บที่ปราณีต
2. ASV แบรนด์เสื้อผ้าที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีอายุเด็กลงมา ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
3. Uniform by Asava แบรนด์ยูนิฟอร์มในสไตล์แฟชั่นของอาซาว่าที่มีหลายเจ้าใช้บริการ เช่น สายการบิน Bangkok Airway ที่ผลงานการออกแบบของชุดของ Asava ถูกจัดอันดับว่าเป็นยูนิฟอร์มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่สวยงามและโดดเด่นมากที่สุดโดยนิตยสาร Condé Nast นอกจากนั้นยังมีลูกค้ารายอื่น เช่น BTS, โรงแรมชั้นนำ, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ
4. Sava Dining ธุรกิจร้านอาหารที่เกิดมาจากความทรงจำในการได้ทานอาหารอร่อยๆ จากฝีมือคนในครอบครัว สมัยช่วงวัยเด็กของหมู อาซาว่า
5. White Asava แบรนด์ชุดเจ้าสาวที่เติมเต็มความฝันในวันสำคัญของผู้หญิง
และยังมีแผนที่จะเพิ่มเติมธุรกิจในเครือต่อไปอีกในอนาคตเรื่อยๆ
หมู “Asava” เมนเทอร์รายการ THE FACE MEN คือผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จนี้
คนที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจทั้งหมดนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “หมู อาซาว่า” หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซน์เนอร์ที่เป็นผู้ชายมีสไตล์ที่บางคนอาจจะคุ้นหน้าจากการเป็นเมนเทอร์ในรายการ THE FACE MEN และเป็นหนึ่งคนที่ทรงอิทธิพลของวงการแฟชั่นไทย
เส้นทางในการสร้างแบรนด์ไทยแบรนด์นี้ของหมู อาซาว่า มีเส้นทางเป็นแบบไหน พี่ทุยจะมาเล่าให้ฟังว่าเค้าผ่านอะไรมาบ้าง
ย้อนกลับไปในสมัยวัยเด็ก คุณหมูเป็นเด็กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่หลงรักแฟชั่นและงานดีไซน์มาตั้งแต่เด็ก จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ แล้วต่อปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจที่ Claremont Graduate School of Management แคลิฟอเนียร์
เติบโตในธุรกิจรถยนต์ แต่มีความรักในแฟชั่นมากกว่า
ถึงแม้จะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ แต่ด้วยความรักแฟชั่นก็เลือกเรียนต่อในสาขาแฟชั่นดีไซน์ที่ Persons School Design และ ยังเคยฝึกงานกับแบรนด์ชื่อดังอย่าง Marc Jacobs ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย แน่นอนว่าการใช้ชีวิตในมหานครนิวยอร์กที่ค่าครองชีพสูงลิบนั้นไม่ง่ายเลย เขาจึงต้องตื่นเช้าไปทำงานที่ Marc Jacobs เพื่อเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์ รวมถึงมาจัดวินโดว์ดิสเพลย์หลังห้างปิดจนตีสี่ ทำทุกอย่างในวันเดียวกัน แล้วค่อยกลับไปนอน ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็รับงานเป็น Personal Stylist ต่อ เพื่อให้ดำรงชีวิตในเมืองใหญ่ได้ แต่ก็ทำทุกอย่างไปด้วยความสนุกและ Passion ที่มีอยู่ในตัว
จากการค่อยๆเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้หล่อหลอมมาเป็น DNA และสไตล์ของแบรนด์ Asava ที่เริ่มก่อตั้งขึ้นมาในปี 2008 จากห้องเสื้อเล็กๆ จนเข้าปีที่ 4-5 ที่บริษัทเติบโตขึ้นมาก จนต้องเพิ่มจำนวนผลิตจากเดิมที่เดือนละ 15 ตัว จนถึงเป็นหลักพันตัวต่อเดือน แต่มาพบกับวิกฤตการเมือง ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาซื้อเสื้อผ้าเพราะร้านตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง จนมีเสื้อผ้าที่ค้างสต็อกถึง 20,000 กว่าตัว จนนำไปสู่การตัดสินใจปิดร้านใหญ่ รวมไปถึงการจัดการสิ่งต่างๆ เพื่อลดต้นทุน และรีแบรนด์ใหม่เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นในการตั้งแบรนด์ยุคแรกๆ แล้วก้าวเดินต่อไป จนสามารถผ่านวิกฤติในครั้งนั้นมาได้
นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมา จนถึงตอนนี้ก็เป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้วในเส้นทางสายธุรกิจแฟชั่น ล่าสุดก็เพิ่งมีการจัดงานครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ไป ถือได้ว่า Asava คือหนึ่งแบรนด์เสื้อผ้าไทยที่ไประดับท็อปได้แบบน่าชื่นชม และมีโอกาสที่ Asava Group จะเติบโตขึ้นไปได้อีกมากมายในอนาคต