สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องกู้หนี้เพื่อรักษาสภาพคล่อง ทางออกของปัญหานี้ คือ ขอ “เก็บภาษีมหาเศรษฐี” 2% ของสินทรัพย์ที่มี
“ในโลกนี้ ทุกสิ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ ยกเว้น ความตายและภาษี” – Benjamin Franklin –
คำกล่าวนี้เป็นจริงตลาดกาล ในตอนที่เรายังไม่มีรายได้ ผู้ปกครองจะเป็นผู้รับผิดชอบภาษีนั้นเอง ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จากการอุปโภคและบริโภค เมื่อเรามีรายได้ตัวเราเองต้องรับผิดชอบภาษีที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม
เชื่อหรือไม่ว่า คนที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางเป็นผู้ที่แบกรับภาษีส่วนใหญ่ของประเทศเพราะภาษีที่ต้องจ่ายมาจากการบริโภค อุปโภคส่วนตัวและถ้าเป็นพนักงานบริษัทที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษียังมีภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่สถานการณ์โควิด-19 ในหลาย ๆ ประเทศกระทบต่อการผลิตและการส่งออก ทำให้รัฐบาลต้องกู้หนี้เพื่อรักษาสภาพคล่องอย่างประเทศอาร์เจนตินา แม้จะกู้เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอเพราะสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่สะสม (อ่านต่อที่ “ทำไม “อาร์เจนตินา” ถึงเจอวิกฤติการเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก”) ทางออกคือขอ “เก็บภาษีมหาเศรษฐี” Millionaire Tax 2% ของสินทรัพย์ที่มี
ทำไมอาร์เจนตินาถึง “เก็บภาษีมหาเศรษฐี” ?
สถานการณ์ COVID-19 ในอาร์เจตินามีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ 5 ของโลกแต่ด้วยขนาดประชากรที่เล็ก 45 ล้านคน แต่มีผู้ติดเชื้อถึง 1.5 ล้านคน ในขณะนี้ประเทศอยู่ในช่วง Lockdown ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมา คนตกงานจำนวนมาก จากเดิมรัฐที่มีหนี้สินจากการกู้ยืมสูงอยู่แล้วก็ยิ่งทวีการขาดสภาพคล่องไปอีก ถ้าไม่มีรายรับเพิ่มประชาชนในประเทศแย่แน่นอน OECD ได้คาดการณ์ Real GDP ของอาร์เจนตินาจะหดตัว 12.9% ในปีนี้และคาดว่าการฟื้นตัวของประเทศจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะล้าหลังกว่าเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ดังนั้นการหารายได้เพิ่มก็คือการเก็บภาษีเพิ่มจากมหาเศรษฐี
จุดประสงค์การเก็บภาษีเพื่อนำเงินมาเพื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสถานการณ์ COVID-19 ร่างกฎหมายการเก็บภาษีนี้ได้ผ่านวุฒิสมาชิกของอาร์เจนตินาลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนโหวต 42 ต่อ 26 ให้บังคับใช้กฎหมายภาษีฉบับใหม่ที่เรียกว่า Millionaire Tax เพื่อ “เก็บภาษีมหาเศรษฐี” ประมาณ 12,000 คน ที่มีรายได้และทรัพย์สินรวมกัน 200 ล้านเปโซขึ้นไป หรือ 2.5 Million USD ต้องจ่ายภาษี 2% ของทรัพย์สินที่ถือครองอยู่
เป้าหมายเพิ่มรายได้ให้รัฐ 3,700 ล้านดอลาร์สหรัฐ
มีเป้าหมายการใช้จ่าย ดังนี้
- การจัดซื้ออุปกรณ์ทางแพทย์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องอื่นๆ 20%
- ใช้เยียวยาสนับสนุนกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก 20%
- ใช้ช่วยเหลือชาวอาร์เจนตินาที่มีฐานะยากจนและการพัฒนาสังคม 15%
- จัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน 20%
- ใช้ลงทุนด้านพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมวิธีการหารายได้เข้าประเทศ 25%
แม้รัฐบาลอาร์เจนติน่าจะบอกว่านี่เป็นการเก็บภาษีเพียงครั้งเดียว (One-off tax) แต่ก็สร้างความกังวลในสายตานักวิชาการอาร์เจนตินาเพราะเสี่ยงที่จะเป็นการเก็บแบบถาวร
มหาเศรษฐีคิดอย่างไรหากต้องจ่ายภาษีมากขึ้น ?
ในอีกด้านคนรวยกว่า 80 ล้านคนทั่วโลกก็มีความต้องการให้รัฐเรียกเก็บภาษีพวกเขาเพิ่มขึ้น เพื่อนำเงินไปฟื้นฟู้จาก COVID-19 เพราะที่ผ่านมาสะท้อนแล้วว่าการรับบริจาคไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาได้แม้จะได้รับการระดมทุมมากแค่ไหนก็ตาม แต่การเก็บภาษีที่ตรวจสอบได้ มีความโปร่งใสจะสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ยั่งยืนกว่า มีเศรษฐีในอเมริการาว 60% ของเศรษฐีเงินล้านในสหรัฐฯ สนับสนุนให้มีการเก็บภาษีความมั่งคั่งจากผู้มีทรัพย์สินตั้งแต่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นต้นไป
ผลสำรวจของ BBC ก็ชี้ให้เห็นว่าผลการสำรวจความคิดเห็นจากทั่วโลก คนส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการขึ้นภาษีต่อกลุ่มคนรวย ซึ่งแม้แต่คนรวยเองก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่ก็มีบางคนที่มองว่าการเรียกเก็บภาษีลักษณะนี้เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมควรใช้วิธีการปฎิรูปภาษีแล้วขึ้นภาษีคนรวยให้เหมาะสมดูยุติธรรมมากว่า
พี่ทุยมองว่าการเรียกเก็บภาษีคนรวยมาก ๆ เพิ่มเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปกติแน่นอน เพราะการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากคนกลุ่มนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนไหวทั้งทางการเมืองและการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นการเรียกเก็บโดยที่เพ่งไปที่กลุ่มมหาเศรษฐีอาจแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น สำคัญคือการปฏิรูปภาษีที่ทำให้ระบบภาษีเป็นธรรม นอกจากนี้ปัญหาของประเทศอาร์เจนตินาที่ต้องแก้ไขคือนโยบายการคลังและปัญหาการคอรัปชั่นที่เป็นเรื่องใหญ่ของปัญหาวิกฤติการเงินที่แท้จริง
เพิ่ม Money Buffalo เป็นเพื่อนใน LINE คลิกเลย!