ต่อเนื่องจากข่าว STARK ก็ตามมาด้วยประเด็น หุ้น ZIGA ที่ราคาร่วงปิดวันติดลบไปถึง 30% หลังมีข่าวการฟ้องร้องคดีแพ่งเกี่ยวกับการทุจริตการซื้อขายเหรียญโทเคนดิจิทัล และการลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงบริษัทย่อยหยุดขุด Bitcoin บทความนี้พี่ทุยจะมาสรุปว่าเป็นมาอย่างไร เกิดอะไรขึ้น ทำเหมืองขุด Bitcoin คุ้มค่าหรือไม่
หุ้น ZIGA คือใคร
บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) (ZIGA) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างภายใต้แบรนด์ ZIGA เจาะลูกค้าโปรเจ็กต์ใหญ่ และผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กร้อยสายไฟ ท่อประปา ภายใต้แบรนด์ DAIWA มีออกผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับโรงเรือนกัญชา กัญชง สะท้อนการขยายประเภทธุรกิจเพิ่มเติม
ปี 2564 ได้จัดตั้งบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเพื่อประกอบกิจการขายธุรกิจแฟรนไชส์และทำธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนั้นยังได้จัดตั้งบริษัท วิสเดน กรุ๊ป จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัล
โดยรับจ้างให้เป็นผู้ออกแบบและสร้างโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์แบบพร้อมใช้ ชื่อว่า Zii Token ให้กับบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด และให้บริษัท วิสเดน กรุ๊ป จำกัด ช่วยจำหน่ายโทเคนดิจิทัล
ผู้ที่ซื้อและเป็นเจ้าของ Zii Token สามารถนำ Zii Token มาแลกกำลังขุดเหรียญ Bitcoin สามารถแลกผ่านช่องทางเฉพาะที่กำหนดไว้ให้ผู้เป็นเจ้าของ Zii Token เท่านั้น
ด้านบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด มีแผนลงทุนเครื่องขุด Bitcoin จำนวนทั้งสิ้น 400 เครื่อง จำนวนแรงขุด 41,600 TH/s แบ่งเป็นลงทุนเองจำนวน 200 เครื่อง และสัญญาเช่าเครื่องขุด 2 สัญญา รวมทั้งสิ้น 200 เครื่อง
ปี 2565 มีรายได้ 1,158.82 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ซึ่งมีรายได้ 1,210.04 ล้านบาท และขาดทุน 380.88 ล้านบาท พลิกจากปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 204.23 ล้านบาท
หุ้น ZIGA เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมราคาร่วง
คณะกรรมการบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด อนุมัติให้กับบริษัทลงทุนในธุรกิจขุด Bitcoin มูลค่าการลงทุนทั้งหมดจำนวน 103.1 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเดือน ธ.ค. 2564 และเดือน ม.ค. 2565 และเนื่องจากมีความต้องการรายได้กลับคืนโดยเร็วและเครื่องขุดของผู้ให้เช่ามีประสิทธิภาพสูง
เมื่อลงนามสัญญาแล้ว บริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด ก็ชำระค่าเช่าล่วงหน้าทั้ง 2 ฉบับ และได้ทวงถามเอกสารที่ขาดส่ง แต่ทางผู้ให้เช่าก็เพิกเฉยไม่นำส่งให้บริษัท จึงหยุดธุรกิจขุดเหรียญชั่วคราว
สำหรับข่าวการฟ้องร้องก็แบ่งออกเป็น 2 คดี คือ คดีแรกบริษัทฯ คณะกรรมการ และบริษัทย่อยถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง เกี่ยวกับการซื้อขาย Zii Token โดยมีนักลงทุนที่ซื้อเหรียญชำระเป็นเงินสด 100 ล้านบาท
ต่อมากลับยื่นฟ้องบริษัทฯ คณะกรรมการ และบริษัทย่อย เพราะนักลงทุนต้องการเงินที่ชำระไปแล้วคืน อ้างว่ามีการปกปิดข้อความที่ควรแจ้งให้กับนักลงทุนทราบ แต่ทางบริษัทย่อยได้ส่งมอบ Zii Token ให้นักลงทุนไปครบ บริษัทฯ คณะกรรมการ และบริษัทย่อย จึงได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี
อีกคดีเป็นกรณีที่บริษัท วิสเดน กรุ๊ป จำกัด ยื่นฟ้องคดีอาญาต่ออดีตกรรมการบริษัทย่อยข้อหายักยอกทรัพย์ มูลค่า 103.2 ล้านบาท โดยมีพฤติการณ์รับเงินสดที่ได้รับจากการจำหน่าย Zii Token ให้กับบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด ซึ่งส่งมอบ Zii Token ครบถ้วนแล้ว แต่อดีตกรรมการบริษัทย่อยได้ร่วมกันเบียดบังค่าตอบแทนจากการจำหน่าย Zii Token ไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญา ธนบุรี
สำหรับการหยุดธุรกิจขุด Bitcoin ชั่วคราวไม่ทำให้บริษัทมีภาระต่อเนื่องจากสัญญาว่าจ้างขุด Bitcoin เนื่องจากผู้ให้เช่าแรงขุดไม่ได้ส่งมอบเหรียญตามสัญญา บริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด มีสิทธิไม่ชำระหนี้ค่าไฟฟ้ารายเดือนหรือค่าใช้จ่ายอื่น นอกจากนี้การที่ผู้ให้เช่าผิดสัญญา บริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด มีสิทธิบอกเลิกสัญญาทั้ง 2 ฉบับได้ และมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่ง
การหยุดขุด Bitcoin ชั่วคราว ถือว่ายังได้ประโยชน์จากการประหยัดค่าไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนหลักในการขุด Bitcoin
ทำเหมืองขุด Bitcoin คุ้มค่าไหม
การลงทุนทำเหมืองขุด Bitcoin มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากราคา Bitcoin ซึ่งราคาอาจลดลงทำให้ไม่ได้รับความคุ้มค่าต่อการลงทุน และการแข่งขันสูงเพราะหากมีการขุดมากขึ้น จะทำให้เหรียญ Bitcoin ที่ขุดได้น้อยลง
ประกอบกับช่วงที่ราคา Bitcoin เป็นขาลง ยิ่งทำให้เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการขุดและระบบทำความเย็น ซึ่งเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่
The Balance เคยเผยว่าต้นทุนการทำเหมือง Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 300,000 บาทต่อเดือน ราคานี้ยังไม่รวมค่าเครื่องขุดและอุปกรณ์อื่น ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรม หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงจากการล่มสลายของบริษัทที่รับจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล
ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นสิ่งใหม่มากสำหรับหลายบริษัท การลงทุนต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ราคาขาลงพร้อมต้นทุนที่แบกรับด้วย มากกว่านั้นในแง่ของผู้บริโภคก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะบางโทเคนดิจิทัลอาจสร้างขึ้นโดยไม่มีพื้นฐานมารองรับ อีกทั้งมีช่องว่างให้เกิดการฉ้อโกง
อ่านเพิ่ม
