แม้จะถือกำเนิดขึ้นในเวลาต่างกันเพียงแค่ปีเดียว แต่การเติบโตของ “Intel และ AMD” นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงวันนี้ พี่ทุยจะพามาดูว่าอะไรคือความต่างของ 2 แบรนด์นี้
สำหรับ Intel แล้ว เชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้จักกันดีในช่วงที่คอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลายนับแต่ยุคปี 2000 เป็นต้นมา ขณะที่ AMD เป็นเหมือนเพียงทางเลือกให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้น ทั้ง Intel และ AMD ต่างอยู่ในอุตสาหกรรม microprocessors ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ดั่งสมองที่คอยสั่งการคอมพิวเตอร์ ย้อนกลับไปเมื่อ 18 กรกฎาคม 1968 บริษัท Intel ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่ง Intel นั้นย่อมาจากคำว่า Integrated Electronics Corporation มีบริษัทแม่อยู่ที่เมืองซานตา คาล่า รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยกอร์ดอน มัวร์ และโรเบิร์ต นอยซ์ อีก 3 ปีให้หลัง Intel ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ หลังจากที่ Intel สามารถคิดค้น CPU ของคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Microprocessor ได้สำเร็จ โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Intel 4004 ออกวางจำหน่ายในราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แพงมากในปี 1971
ในระยะแรกหลังการคิดค้นทำให้ Intel ยังเป็นที่รู้จักกันเพียงในกลุ่มวิศวกรและนักเทคโนโลยีเท่านั้น ก่อนที่บริษัทจะออกโฆษณา Intel Inside ในปี 1990 จนทำให้ CPU ของบริษัทเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และนั่นจึงเป็นที่มาของการก้าวขึ้นมาครองบัลลังก์อุตสาหกรรม CPU อย่างเต็มตัว Intel กวาดส่วนแบ่งการตลาด (Market share) ของ CPU ทั่วโลกในสัดส่วน 70 – 80% ทิ้งคู่แข่งเบอร์สองอย่าง AMD ไว้ด้วยสัดส่วนเพียงกว่า 20%
ปัจจุบัน Intel มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) 2.79 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ AMD มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) เพียง 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรายได้นั้นไม่ต้องพูดถึง ณ ปี 2019 Intel มีรายได้ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ AMD มีรายได้ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แตกต่างกันมากกว่า 10 เท่าตัว ซึ่งความแตกต่างนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากความสามารถในการทำกำไรที่แตกต่างกัน โดย Intel มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึงประมาณ 58 – 62% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของ AMD อยู่ที่ประมาณ 34 – 42% การเป็นผู้ตามมาอย่างยาวนานของ AMD ทำให้บริษัทเริ่มมองหาจุดเปลี่ยนและแนวทางของตัวเองที่ชัดเจนมากขึ้น ในปี 2011 บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการบริหารงานในองค์กร พร้อมดึงอดีตผู้บริหารของ IBM และ Apple อย่าง Mark Papermaster เข้ามารับตำแหน่ง CTO หรือผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยี คำสั่งแรกหลังการมาของ Mark คือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมออกแบบ CPU และเน้นการออกแบบที่เอื้อต่อการเล่นเกม การประมวลผลไฟล์ 3D รวมถึงการเรนเดอร์วีดีโอความละเอียด 4K
AMD เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น โดยเฉพาะในวงการเกม ด้วยคุณภาพที่เรียกได้ว่าไม่เป็นรองเจ้าตลาดอย่าง Intel พร้อมกับราคาที่ถูกกว่าสถานการณ์ในปี 2019 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า AMD กำลังรุกคืบเข้าหา Intel อย่างหนัก และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ของ CPU มาเป็นไม่ต่ำกว่า 32% หลังจากการคิดค้น CPU รุ่น Ryzen ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2017 และได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น อย่างในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มียอดขายคอมพิวเตอร์มากที่สุดประเทศหนึ่ง พบว่ายอดขาย CPU ของ AMD ออกมาสูงกว่า Intel ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ปริมาณการขายในแถบยุโรปตะวันตกก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2019 ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาหุ้นของ AMD ก็พุ่งทะยานกว่า 100% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาหุ้นของ Intel ค่อนข้างจะทรงตัว เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 10%
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของ Intel ในปัจจุบันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Microprocessor อีกต่อไป Data Center Group เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับ Intel ประมาณ 23% ในปี 2019 ซึ่ง Intel ยังคงเป็นผู้ผลิต Computer Processors ที่ใช้สำหรับเซิร์ฟเวอร์ของ Data Center เหล่านี้ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด ถึงประมาณ 95% ขณะที่ AMD นั้นยังมีน้อยอยู่มาก ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าการแข่งขันระหว่าง “Intel และ AMD” จะค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็คงจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในธุรกิจ CPU เพียงอย่างเดียว และในที่สุดผู้ที่หยุดนิ่งก็คงจะต้องถูกแซงหน้าในสักวันหนึ่ง
Comment