ช่วงนี้กระแส “E-payment” หรือ “Cashless society” กำลังมาแรงมากในบ้านเรา รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ทั้งระบบ PromptPay ที่ออกมาเรียกได้ว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เดินหน้าต่อด้วยการพัฒนาระบบการจ่ายเงินผ่าน QR Code ที่กำลังเริ่มใช้งานกันแล้วตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีระบบล่าสุด Face Pay การจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านการสแกนใบหน้าที่กำลังมีการทดลองระบบอยู่ พี่ทุยเคยเอามาเล่าให้ฟังใน คลังเปิดตัว “Face Pay” สแกนใบหน้าจ่ายสินค้าผลักดัน Thailand 4.0
ความจริงแล้ว ระบบ “E-Payment” ได้กระจายความนิยมอย่างมากในเอเชีย พี่ทุยขอยกที่ปังๆมา 2 ประเทศ คือ
1.จีน
พี่ทุยจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย จีน จากประเทศที่เคยล้าหลังเรื่องการชำระเงินอย่างมากในระบบบัตรเครดิต กลายมาเป็นนิยมใช้ระบบ E-Payment กันทั้งประเทศ ตอนนี้ 70% ของคนจีนออกจากบ้านโดยไม่ต้องพกเงินสดกันแล้ว แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เอาอยู่ โดยจะจ่ายเงินกันผ่าน E-Wallet ที่นิยมใช้มากสุดในจีน ก็คือ AliPay และ WeChat
2.เกาหลีใต้
เป็นอีกประเทศที่ E-Payment ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลย เกาหลีใต้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการใช้เงินสดต่ำสุดประเทศนึง มีแค่ 20% ที่ยังใช้เงินสดจ่ายเงินซื้อของอยู่ โดยรัฐบาลเกาหลีเค้าตั้งเป้าหมายว่าในอีก 3 ปี ประเทศจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบเต็มตัว
ถึงแม้ว่าจะมีอีกหลายประเทศทั้งพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาจะมุ่งเป้าหมายไปสู่สังคมไร้เงินสดกัน แต่กลับมี 2 ประเทศพัฒนาแล้ว ที่เป็นประเทศแห่งนวัตกรรม แต่คนในประเทศกลับไม่อินในเรื่องนี้ นั่นคือ
1. ญี่ปุ่น
ทั้งๆที่ประเทศญี่ปุ่นมีการใช้ระบบ E-Payment มาก่อนประเทศอื่นๆนานแล้วตั้งแต่ปี 2004 แต่ผู้คนก็ยังไม่นิยมใช้ระบบนี้ คนส่วนใหญ่กลับใช้ บัตรเติมเงิน หรือ Stored-value card ในการใช้จ่ายซื้อของกันมากกว่า เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เศรษฐกิจตกต่ำมานานเป็นสิบๆปี ทำให้คนญี่ปุ่นระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเกินตัวและการก่อหนี้ เลยมองว่าระบบ E-Payment จะทำให้ควบคุมการใช้จ่ายเงินยาก บวกกับญี่ปุ่นมีปัญหาอาชญากรต่ำมาก คนญี่ปุ่นเลยสบายใจที่จะพกเงินสดกันมากกว่า
2.สิงคโปร์
ก็เป็นอีกประเทศที่มี Mobile Payment ให้เลือกใช้เยอะมาก แต่คนสิงคโปร์ 90% ยังชอบใช้เงินสดจ่ายเงินซื้อของอยู่ ทั้งๆที่รัฐบาลสิงคโปร์ก็พยายามผลักดันสังคมไร้เงินสดเหมือนกับไทยหรือประเทศอื่นๆนี่แหละ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ อาจเพราะระบบ E-Payment ของสิงคโปร์มีข้อจำกัดหลายอ่าง เช่น มีขั้นต่ำในการจ่ายเงินซื้อของ ต้องโหลดแอพฯหลายแอพฯ เพื่อใช้ในจุดประสงค์ต่างกัน เลยทำให้การจ่ายเงินสดสะดวกมากกว่า
แต่ยังไง พี่ทุยก็ยังเชื่อว่าระบบ “E-Payment” หรือ “Cashless society” จะนิยมและแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตทุกประเทศ เพราะพี่ทุยคิดว่าคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว การจ่ายเงินผ่าน E-Payment ก็ดูสะดวกสบายกับคนยุคนี้ แถมรัฐบาลยังสามารถประหยัดเงินในการผลิตแบงค์หรือเหรียญได้มากขึ้นอีกต่างหาก
ในประเทศไทยตอนนี้ก็ถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การผลักดันระบบ E-Payment ก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาหัวหรือก้อย แต่ความเห็นส่วนตัวพี่ทุยคิดว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มนิยมใช้ระบบ E-Payment ค่อนข้างมาก ดูได้จากการผลักดันนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับที่ดีกลับมาพอสมควร
อ้างอิง: ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี