โดยปกติแล้วแหล่งเงินทุนที่รัฐบาลนำมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็ดี หรือจะเป็นงบประมาณต่าง ๆที่นำมาอัดฉีดเข้าระบบต่าง ๆ ก็ดี แหล่งเงินทุนจะมาจาก ภาษีที่เราจ่ายอยู่ทกวันไม่ว่าจะเป็น ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ แต่จริง ๆ แล้วยังมีแหล่งเงินทุนอีกแหล่งนึงที่สำคัญก็คือ “การกู้ยืม”
เวลาที่รัฐบาลจะกู้ยืมก็จะออกสิ่งที่เรียกว่า “พันธบัตรรัฐบาล” ออกมาหรือที่เราคุ้นหูว่าพันธบัตรเฉย ๆ เนี้ยแหละ จริง ๆ แล้วพันธบัตรก็เป็นสินค้าการลงทุนตัวนึงที่น่าสนใจนะ เพราะโดยทั่วไปจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากอยู่แล้ว ส่วนความเสี่ยงก็ถือว่าต่ำมาก ๆ แต่จริง ๆ การลงทุนในพันธบัตรก็มีหลายอย่างที่เราควรรู้เหมือนกัน นั่นก็คือ
1. รายย่อยเข้าถึงได้ยาก
โดยทั่วไป การจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปประมูลโดยตรงกับรัฐบาล แล้วคนที่จะเข้าประมูลก็จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันเท่านั้น ลองนึกภาพว่าเวลารัฐบาลกู้ทีนึงไม่ใช่แค่หมื่น 2 หมื่น แต่อาจจะเป็น พันล้าน หมื่นล้านขึ้นไป เลยจำเป็นต้องใช้นักลงทุนรายใหญ่
แต่ก็ไม่ใช่ว่ารายย่อยแบบเราจะซื้อไม่ได้เลย มันก็มีพันธบัตรออมทรัพย์ที่จะมีออกมาเรื่อย ๆ โดยให้รายย่อยซื้อเท่านั้น จากที่พี่ทุยเห็นหมดเร็วอยู่เหมือนกันนะ ถ้าใครอยากลงทุนก็ต้องลงตามข่าวดีดี
ส่วนใหญ่พี่ทุยจะแนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนรวม ก็ดูจะเป็นอะไรเหมาะกับรายย่อยมากกว่า อย่างพวกกองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ก็จะมีกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอยู่ให้เราเลือกซื้อ
2. ดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนพันธบัตรโดนหักภาษี 15%
ถ้าเราลงทุนโดยตรงกับพันธบัตรรัฐบาล เวลาที่เราได้ดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาลเราต้องเสียภาษี 15% หัก ณ ที่จ่ายด้วย แต่ถ้าใครฐานภาษีไม่ถึง 15% ก็สามารถไปขอคืนตอนปลายปีเอาได้ก็จะคุ้มกว่า
3. ความเสี่ยงจากการลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาล”
ต้องยอมรับเมื่อได้ชื่อว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ถึงแม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่ให้รัฐบาลกู้ก็ตาม อย่างแรกก็คือถ้าเราอยากได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เราก็จะต้องไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ระยะเวลามากขึ้น เพื่อให้ผลตอบแทนอย่างน้อยมากกว่าเงินเฟ้อ ซึ่งก็จะทำให้เรามีความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องทันที เพราะเราต้องถือพันธบัตรรัฐบาลนั้นไว้ 10 ปีจนครบอายุ แต่จริง ๆ ก็มีตลาดรองให้ซื้อขายได้ แต่สภาพคล่องจะไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยเป็นที่นิยมกัน
แต่ถ้าเราไม่อยากลงทุนนาน เราซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ไม่ยาวมากเราก็จะมีความเสี่ยง เงินเราจะโตช้ากว่าเงินเฟ้อ ก็เป็นความเสี่ยงที่เงินเราจะลดมูลค่าลงนั่นเอง
“พันธบัตรรัฐบาล” พี่ทุยว่ายังไงก็ควรมีอยู่ในพอร์ตเหมือนกัน เพราะเป็นสัดส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำจะช่วยลดความเสี่ยงพอร์ตลงทุนของเราได้ สำหรับคนที่เสี่ยงได้ต่ำก็อาจจะใช้พันธบัตรรัฐบาลในสัดส่วนที่สูงหน่อย แต่ถ้าเสี่ยงได้มากก็จะใช้น้อยหรืออาจจะไม่ใช้เลยก็ได้ แต่เราอาจจะไปใช้พวกหุ้นกู้แทนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน