แบงค์ชาติดันจ่ายเงินซื้อของผ่าน "QR code"

เตรียมตัวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด ! เพราะแบงค์ชาติผลักดันให้ซื้อของผ่าน “QR code”

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ตอนนี้เป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันนโยบาย E-Payment อย่างเต็มที่ และมันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆสำหรับ Thailand 4.0 หลังจากที่มี PromptPay ไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงคิวของระบบชำระเงินผ่าน “QR code” ทำให้เราสามารถจ่ายค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิตได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องรูดบัตรอีกต่อไป แค่มีสมาร์ทโฟนที่มีกล้องพร้อมสแกน QR code ของร้านก็จ่ายเงินได้ทันที

แล้วตอนนี้แบงค์ชาติกำลังอยู่ระหว่างการร่วมพัฒนาระบบการชำระเงินกับบริษัทบัตรเครดิตรายใหญ่ของโลก 5 แห่ง คือ VISA Mastercard AMEX UnionPay และ JCB แล้วไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกเลยที่ดึงบริษัทบัตรเครดิตรายใหญ่ 5 แห่ง มาตกลงร่วมให้บริการระบบชำระเงินผ่าน QR code ในมาตราฐานเดียวกัน ซึ่งก็จะช่วยลดความซับซ้อนของการดำเนินการหลังบ้านลงและช่วยประหยัดต้นทุนขึ้นอีกด้วย

ทางแบงค์ชาติบอกว่าระบบ QR code จะเป็นระบบที่มีความปลอดภัยมากกว่าเดิม เพราะข้อมูลบัตรจะปลอมได้ยากขึ้น ลดปัญหาการโดนลอกข้อมูลจากเครื่องสกิมมิ่ง และผู้ใช้บริการก็ไม่จำเป็นต้องพกบัตรเครดิตไปรูดที่ร้านค้า แต่ใช้วิธีจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน แล้วเลือกว่าจะจ่ายบัตรใบไหนแทน ซึ่งตามกำหนดคาดว่าจะนำมาเริ่มใช้ในไทยปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

พี่ทุยว่าการมาของระบบ QR code นี้ ถ้าช่วยลดต้นทุนไปมากจริงๆ ก็น่าจะช่วยลดปัญหาการที่ร้านค้าไม่อยากรับการรูดบัตรเครดิตลงไปได้ เพราะธนาคารต้องมีการลงทุนทำเครื่องรูดบัตร ทำให้ต้องชาร์จค่าธรรมเนียมกับร้านค้าไปอีกที ระบบ QR code นี้ก็จะช่วยให้ร้านค้าเล็กๆ หมูปิ้งข้าวเหนียว รถตุ๊กตุ๊ก สามารถนำไปใช้ได้ แล้วเราก็จะค่อยๆเข้าใกล้สังคมไร้เงินสดขึ้นไปเรื่อยๆ

พี่ทุยได้ยินมาว่าระบบ QR code ที่อินเดียเค้าเอาไปใช้งานกันแล้วนะ แล้วนอกจากไทยที่จะเอามาใช้ สิงค์โปร มาเลเซีย ก็มีการเตรียมตัวใช้งานแล้วเหมือนกัน ทีนี้ก็ต้องรอลุ้นแล้วล่ะว่าระบบ QR code นี้จะได้เอามาใช้จริงๆในไทยได้เมื่อไหร่ และถ้าเอามาใช้แล้วคนไทยจะเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน

สุดท้ายเรื่องนี้พี่ทุยว่า เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโลกหมุนไปอยู่ดี เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้ให้เป็นอีกโลกนึงไปเลย จะมีอีกหลายอาชีพที่เป็นที่ต้องการและมีอีกหลายอาชีพ… ที่กำลังจะหายไป ถ้าเราไม่ปรับตัว โลกเราก็จะปรับเราเองนั่นแหละ

อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile