เหตุผลที่เราต้อง “ติดตามการลงทุน”

   Money Buffalo

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จ นอกจากจะต้องคัดเลือกการลงทุนให้ดีซะก่อน ว่าสินทรัพย์ที่เราลงทุนมีอนาคตที่ดี ราคามีแนวโน้มวิ่งสูงขึ้น เราจะต้องทำ Monitoring หรือ “การติดตามการลงทุน” ให้เป็นด้วย

แล้วเราควรจะ “ติดตามการลงทุน” ถี่แค่ไหน ?

โดยทั่วไปเราจะทำการ “ติดตามการลงทุน” ทุกๆ 6 เดือนหรืออย่างช้า 1 ปี ง่ายๆก็ปีละครั้งเป็นอย่างน้อยนั่นแหละ เหตุผลหลักที่เราต้องทำ “ติดตามการลงทุน” ก็เพราะว่า ปัจจัยของการลงทุนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แล้วสิ่งที่เราวิเคราะห์ไว้ตอนแรกก่อนที่เราจะเข้าลงทุน อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราลงทุน “กองทุนรวม” แล้วโดยส่วนใหญ่ผลการดำเนินงานของกองทุนเราก็จะวัดว่าดีกว่า “มาตรฐาน (Benchmark)” หรือไม่ ? ถ้าดีกว่าก็แปลว่ากองทุนนี้ใช้ได้ ทำผลงานได้ดี

นั่นหมายความว่า.. ถ้า “มาตรฐาน” เกิดทำผลงานแย่ติดลบอย่างหุ้นไทยปี 2015 ก็ติดลบประมาณ 13% ได้ นั้นแปลว่าถ้ากองทุนรวมกองไหนก็ตามที่ผลตอบแทนติดลบน้อยกว่า -13% ก็ถือว่าเป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่ามาตรฐาน (Benchmark)

ดังนั้น นอกจากที่เราต้อง “ติดตามการลงทุน” ตัวกองทุนว่ายังทำผลงานได้ดีอยู่หรือไม่ สิ่งที่เราต้องดูอีกอย่างนึงก็คือ เวลาที่เราลงทุนกองทุนก็คือ “ภาพใหญ่” ของตลาดนั้นๆที่เราไปลงทุนว่ายังมีโอกาสไปต่อได้หรือเปล่า

เพราะในกรณีของหุ้นไทยบ้านเราเนี้ยแหละ ถ้าใครลงทุนช่วงต้นปี 2015 มา แล้วไม่ได้ทำอะไรกับพอร์ตเลย ณ ตอนนี้ก็ยังมีโอกาสขาดทุนได้อยู่เลยนะ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควร “ติดตามการลงทุน” พอร์ตเราทุกๆ 6 เดือนหรืออย่างช้าที่สุด 1 ปีนั่นแหละ

เวลาที่ตลาดปรับตัว ถ้าเราวิเคราะห์แล้วว่าตลาดน่าจะยังไปต่อได้ สิ่งที่ควรทำก็คือ “ซื้อเพิ่ม” แต่ถ้ามองๆดูแล้วไม่น่าไหว การ “ขายทิ้ง” ก็เป็นทางเลือกที่ควรทำเช่นกัน อย่าลืม “ติดตามการลงทุน” พอร์ตตัวเองกันด้วยนะ มอออออออว์

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile