นอกจากการซื้อถูก-ขายแพง เราถึงได้กำไรแล้ว ในช่วงที่ “ตลาดหุ้นไทย” มีความผันผวน เรายังสามารถเพิ่มโอกาสทำกำไรได้จากการเหวี่ยงของราคาทั้ง “ขาขึ้น” และ “ขาลง” ผ่าน DW และ Futures
วันนี้เรามาดูกันดีกว่า DW และ Futures คืออะไร แล้วจะเลือกใช้ยังไง พี่ทุยสรุปมาให้แล้ว ไปฟังกัน

ในปี 2025 เป็นอีกปีที่ “ตลาดหุ้นไทย” มีความผันผวนและอ่อนไหวต่อกระแสข่าว ทั้งจากเรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจ ภาษีทรัมป์ แล้วก็ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองเข้ามา ขึ้นลงแต่ละที นักลงทุนปรับตัวกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว
ซึ่งทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยติดลบไปถึง -8.5% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอเมริกาที่ +12.9% (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568) เป็นผลตอบแทนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
พอเป็นแบบนี้หลายคนอาจจะคิดว่า จะลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้ยังไง ถ้าตลาดยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนแบบนี้ พี่ทุยต้องบอกก่อนเลยว่า นอกจากกลยุทธ์การลงทุนที่ “ซื้่อถูก-ขายแพง” แล้ว ก็ยังมีหลากหลายเทคนิคหรือเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยทำให้เราทำกำไรจากความผันผวนในตลาดได้
วันนี้พี่ทุยพาไปทำความรู้จัก SET50 DW และ Futures ที่ขอแค่มีความผันผวนของตลาด ราคามีการขยับ ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงก็จะช่วยให้เราสามารถลงทุนได้

SET50 DW และ Futures เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยทำให้สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง สำหรับ SET50 DW หรือ Derivative Warrant ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ที่เหมือนกับ “คูปอง” ที่ราคาจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหลักทรัพย์อ้างอิง ถ้ามองว่าราคาจะขึ้นก็ “ซื้อ Call DW” แต่ถ้ามองว่าราคาจะลงก็ “ซื้อ Put DW”
ส่วน SET50 Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำการตกลงซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงดัชนี SET50 Index ในปริมาณ ราคา และวันที่ส่งมอบในอนาคต สามารถเปิดฝั่ง Long จะได้กำไรเมื่อดัชนีขึ้น หรือฝั่ง Short ได้กำไรเมื่อตลาดลง
ดูผ่าน ๆ เหมือนทั้ง SET50 DW และ Futures จะเหมือนกันและใช้แทนกันได้ แต่ทั้งสองอย่างแตกต่างกันอยู่ ตามพี่ทุยมาต่อเดี๋ยวจะไปชี้ให้เห็นความแตกต่างมากขึ้น
DW vs Futures ต่างกันยังไง ?
1. กระดานซื้อขาย
SET50 DW ซื้อขายบนกระดานหุ้นทั่วไปในตลาด SET หากมีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว สามารถซื้อขายได้ทันที
SET50 Futures จะอยู่ในตลาดเฉพาะที่ชื่อว่า TFEX ใครจะซื้อขาย Futures ต้องเปิดบัญชี TFEX เพิ่มถึงจะซื้อขายได้
2. สภาพคล่อง
SET50 DW มีผู้ดูแลสภาพคล่องที่คอยวางราคาทั้งในฝั่ง bid และ offer เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าออกสถานะของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
SET50 Futures จะมีสภาพคล่องตามปริมาณ supply และ demand ของนักลงทุนทุกรายที่ต้องการซื้อ-ขาย
3. เงินลงทุนขั้นต่ำ
SET50 DW ใช้เงินเริ่มต้นหลักร้อย เพราะว่าราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 10 บาทและจำนวนซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย
SET50 Futures ซื้อขายเป็นสัญญา โดยต้องวางหลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin) สัญญาละราว 10,000 บาท
4. อัตราทด (Leverage)
DW มีอัตราทดหลายระดับ บางรุ่นอัตราทดสูง บางรุ่นอัตราทดต่ำ เลือกได้ตามระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้
Futures ไม่มีการเลือก Leverage เพราะขึ้นอยู่กับ Margin ที่ TFEX กำหนดในแต่ละรุ่น
5. เลือกสภาพคล่องยังไง ?
SET50 DW มีหลายซีรีส์ให้เลือก สามารถพิจารณาซื้อซีรีส์ที่มีปริมาณ Bid-Offer สูงและมีส่วนต่างราคา (Spread) ที่แคบ หรือตามที่ผู้ออกสื่อสาร
SET50 Futures สามารถเลือกตามรุ่นที่มีสถานะคงค้าง (Open Interest) มากที่สุด
6. ความเสี่ยงการขาดทุน
SET50 DW สามารถจำกัดการขาดทุนเท่ากับเงินลงทุนเริ่มต้นในกรณีที่ราคา DW เคลื่อนไหวสวนทางกับแผนการลงทุน
Futures มีโอกาสขาดทุนเกินกว่าเงิน Margin ที่วางไว้ เพราะมี Margin Call ที่ต้องเติ่มเงินเพื่อรักษาสถานะสัญญาไม่ให้ถูกปิด

ถ้าจะให้พี่ทุยพูดแบบสรุปเลยก็คือ DW หรือ Derivative Warrant ซื้อขายผ่านบัญชีหุ้น และมี Leverage ส่งผลให้ใช้เงินลงทุนน้อย โดยหวังทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงของตลาด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง เนื่องจากต้องรับความเสี่ยงการขาดทุนเต็มจำนวน
สำหรับใครอยากเริ่มลงทุนใน DW สามารถศึกษาข้อมูลจาก J.P. Morgan DW41 เลย
- มีหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกหลากหลาย – หุ้นและดัชนีหุ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- มี “สภาพคล่อง” สูง – จะซื้อก็มีคนขาย จะขายก็มีคนรับซื้อ
- มีการเคลื่อนไหวของราคา DW ตรงตามตารางราคา
- มี DW รุ่นอายุยาว Time Decay ต่ำ สามารถใช้ร่วมกับกลยุทธ์ที่มีกรอบเวลายาวมากขึ้น
ทุกคนสามารถหาข้อมูล DW และเครื่องมือประกอบการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ www.jpmorgandw41.com การลงทุนใน Futures ต้องมีวินัยและการจัดการความเสี่ยงที่เข้มกว่า เนื่องจากใช้เงินลงทุนที่สูงกว่า และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น ซึ่งก็ไปหาข้อมูล Futures เพิ่มได้ที่ www.tfex.co.th เช่นกัน
ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
