มีรถแล้ว ก็ต้องมีบ้านสิ อู้ยยย อยากไปงานขึ้นบ้านใหม่ซะแล้วสิ แต่ใครที่วางแผนจะ ซื้อบ้าน ใหม่ พี่ทุยขอให้คิดอีกที คิดเยอะ ๆ เพราะการซื้อบ้านไม่ใช่ถูก ๆ แถมต้องเป็นหนี้ผ่อนนานเป็นชาติเลยนะ แต่ถ้าใครพร้อมมีบ้าน เดี๋ยวพี่ทุยสอนดูว่าเงินเดือนเราพอจะซื้อบ้านราคาไหนได้บ้างครับ
การซื้อบ้านเป็นหนี้ระยะยาวที่ยาวที่สุดในชีวิต บางคนผ่อนถึง 20-30 ปี ถ้าคำนวณผิด วางแผนไม่ดี ชีวิตจะลำบาก ไม่มีเงินเหลือใช้ เครียดกับหนี้ตลอดเวลา วันนี้พี่ทุยจะมาสอนคำนวณแบบง่าย ๆ ให้ทุกคนรู้ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ควรซื้อบ้านราคาเท่าไหร่ มาดูกันเลยฮะ
หลักการพื้นฐานเรื่องการ ซื้อบ้าน
ก่อนจะไปดูสูตรคำนวณ พี่ทุยอยากอธิบายหลักการพื้นฐานก่อน
ถ้าเอาตามสูตรสำเร็จที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด ก็จะบอกให้เป็นหนี้บ้านไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน นี่คือมาตรฐานที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
แต่ว่านะ ทุกวันนี้ค่าครองชีพเรามันสูงลิบลิ่วเกินเงินเดือนไปไกลมาก ถ้าจะคิดผ่อนบ้านไม่เกิน 40% ต่อเดือนเนี่ย ก็อาจจะยังน้าาา
เพราะเราต้องเผื่อสัดส่วนหนี้ไปให้หนี้ส่วนอื่น ๆ ด้วย เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้กยศ หนี้รถ ถ้าบางคนซื้อรถด้วย ฯลฯ ฉะนั้น พี่ทุยแนะนำให้เป็นหนี้บ้านแค่ 20% ต่อเดือนเป็นพอ
แม้ว่ามันอาจจะดูขัดใจใครหลาย ๆ คนก็ตาม แต่เพื่อเป็นการผ่อนหนี้แบบเซฟ ๆ ไม่เป็นภาระทางการเงินมากจนเกินไป พี่ทุยก็แนะนำให้ใช้วิธีนี้ฮะ
การจำกัดหนี้บ้านไว้ที่ 20% จะทำให้เรามีเงินเหลือใช้ชีวิต มีเงินออม มีเงินลงทุน และพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ไม่ต้องเครียดกับหนี้จนหายใจไม่ออกครับ
สูตรคำนวณราคา ซื้อบ้าน จากเงินเดือน
มาดูสูตรคำนวณแบบง่าย ๆ กันเลย
สูตรคิดราคาบ้านจากเงินเดือนแบบง่าย ๆ คือ
รายได้ของผู้กู้ คูณ เปอร์เซ็นต์ภาระหนี้สินต่อเดือน คูณ อัตราส่วนวงเงินกู้ซื้อบ้านโดยเฉลี่ย เท่ากับ วงเงินกู้ซื้อบ้าน
โดยที่
เปอร์เซ็นต์ภาระหนี้สินต่อเดือน พี่ทุยกำหนดให้ 20% ก็พอ นี่คือสัดส่วนที่ปลอดภัย ไม่กดดันการเงินมากเกินไป
อัตราส่วนวงเงินกู้ซื้อบ้านโดยเฉลี่ย เท่ากับ 150 เป็นตัวเลขที่ใช้คำนวณ ได้มาจากการประมาณระยะเวลาผ่อน อัตราดอกเบี้ย และเงินดาวน์
ถ้าพี่ทุยเป็นพนักงานเงินเดือน 30,000 บาท จะกู้ซื้อบ้านได้ราคาเท่าไหร่
30,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ จะกู้ซื้อบ้านได้ในราคา 900,000 บาท
นี่คือราคาบ้านที่เหมาะสมกับเงินเดือน 30,000 บาท ถ้าอยากได้บ้านที่แพงกว่านี้ ก็ต้องหาวิธีเพิ่มรายได้ หรือเก็บเงินดาวน์มากขึ้นครับ
ตัวอย่างการคำนวณตามเงินเดือน
มาดูตัวอย่างเพิ่มเติมกันครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
- กรณีที่ 1 เงินเดือน 20,000 บาท
ค่าผ่อนบ้านต่อเดือน 4,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน
ราคาบ้านที่ควรซื้อ 20,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ 600,000 บาท
บ้านในราคานี้ อาจจะเป็นคอนโดเล็ก ๆ ทาวน์โฮม หรือบ้านมือสอง ในพื้นที่ชานเมือง
- กรณีที่ 2 เงินเดือน 25,000 บาท
ค่าผ่อนบ้านต่อเดือน 5,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน
ราคาบ้านที่ควรซื้อ 25,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ 750,000 บาท
บ้านในราคานี้ มีทางเลือกมากขึ้น ทาวน์โฮม บ้านแฝด หรือคอนโดในทำเลดี
- กรณีที่ 3 เงินเดือน 35,000 บาท
ค่าผ่อนบ้านต่อเดือน 7,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน
ราคาบ้านที่ควรซื้อ 35,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ 1,050,000 บาท
บ้านในราคานี้ สามารถเลือกได้หลากหลาย บ้านเดี่ยวเล็ก ทาวน์เฮาส์ดี ๆ หรือคอนโดในเมือง
- กรณีที่ 4 เงินเดือน 40,000 บาท
ค่าผ่อนบ้านต่อเดือน 8,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน
ราคาบ้านที่ควรซื้อ 40,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ 1,200,000 บาท
บ้านในราคานี้ สามารถเลือกบ้านเดี่ยวขนาดกลาง หรือทาวน์โฮมในทำเลดีมาก
- กรณีที่ 5 เงินเดือน 50,000 บาท
ค่าผ่อนบ้านต่อเดือน 10,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน
ราคาบ้านที่ควรซื้อ 50,000 คูณ 20% คูณ 150 เท่ากับ 1,500,000 บาท
บ้านในราคานี้ สามารถเลือกบ้านเดี่ยวที่ดี หรือคอนโดหรูในเมืองครับ
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการซื้อบ้าน
นอกจากค่าผ่อนบ้านแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมตัว
- ค่าใช้จ่ายแรกคือ เงินดาวน์ ปกติจะอยู่ที่ 10-20% ของราคาบ้าน ถ้าบ้าน 1 ล้านบาท เงินดาวน์อาจจะ 100,000-200,000 บาท ต้องเตรียมเงินสดก้อนนี้ไว้
- ค่าใช้จ่ายที่สองคือ ค่าโอนและค่าธรรมเนียม รวมกันประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ถ้าบ้าน 1 ล้านบาท อาจจะเป็นเงิน 20,000-30,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายที่สามคือ ค่าจดจำนอง ประมาณ 1% ของยอดกู้ ถ้ากู้ 800,000 บาท ค่าจดจำนองประมาณ 8,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายที่สี่คือ ค่าประกันอัคคีภัย ถ้าบ้าน 1 ล้านบาท ค่าประกันอาจจะอยู่ที่ 2,000-5,000 บาทต่อปี
- ค่าใช้จ่ายที่ห้าคือ ค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ นี่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ควรเตรียมอย่างน้อย 50,000-100,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายที่หกคือ ค่าส่วนกลาง ถ้าเป็นคอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรร อาจจะมีค่าส่วนกลางเดือนละ 1,000-5,000 บาท ต้องนำมาคำนวณในค่าใช้จ่ายประจำด้วยครับ
ข้อควรระวังก่อน ซื้อบ้าน
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มีข้อควรระวังบางอย่างที่ต้องรู้
- ข้อแรก อย่าซื้อเกินกำลัง แม้จะชอบบ้านหลังไหนมาก แต่ถ้าผ่อนแล้วเหลือเงินใช้ไม่พอ ชีวิตจะลำบาก ควรเลือกบ้านที่เหมาะกับกำลังทรัพย์
- ข้อสอง ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน ก่อนซื้อบ้าน ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่ายไว้ก่อน เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
- ข้อสาม เช็คทำเลให้ดี บ้านที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องมีทำเลดี ใกล้ที่ทำงาน ใกล้ระบบขนส่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
- ข้อสี่ ดูอนาคตของพื้นที่ ทำเลนั้นจะพัฒนาต่อไปหรือไม่ มีโครงการขนส่งใหม่ ๆ มาไหม ราคาบ้านจะขึ้นหรือลง
- ข้อห้า เช็คคุณภาพบ้าน ดูว่าบ้านสร้างดีไหม วัสดุดีไหม มีปัญหาซึมรั่วไหม โครงสร้างแข็งแรงไหม
- ข้อหก อ่านสัญญาให้ดี ก่อนเซ็นสัญญา ต้องอ่านให้เข้าใจทุกข้อ รู้ว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง มีค่าปรับอย่างไรถ้าจ่ายช้า
- ข้อเจ็ด เช็คเครดิตตัวเอง ก่อนยื่นสินเชื่อ ควรเช็คว่าเครดิตเราดีแค่ไหน เพื่อจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีครับ
ทางเลือกอื่นนอกจาก ซื้อบ้าน
ถ้าเงินเดือนยังไม่ถึงที่จะซื้อบ้านที่ต้องการ มีทางเลือกอื่นอีกหลายอย่าง
ทางเลือกแรกคือ เช่าบ้านก่อน เช่าไปก่อนในราคาที่ไม่แพง พร้อมกันนั้นก็เก็บเงินเพิ่ม พอมีเงินพอแล้วค่อยซื้อ
ทางเลือกที่สองคือ ซื้อคอนโดเล็ก ๆ ก่อน ราคาถูกกว่าบ้าน ผ่อนน้อยกว่า พอมีเงินมากขึ้นค่อยขายแล้วไปซื้อบ้าน
ทางเลือกที่สามคือ ซื้อบ้านนอกเมือง ราคาถูกกว่าในเมืองมาก แต่ต้องยอมเดินทางไกลขึ้น หรืออาจจะรอไปทำงานที่บ้าน
ทางเลือกที่สี่คือ ซื้อบ้านมือสอง ราคาถูกกว่าบ้านใหม่มาก บางทีถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ต้องเช็คสภาพให้ดี
ทางเลือกที่ห้าคือ รอจนมีเงินมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่ายังซื้อไม่ไหว ก็รออีกสักพัก พอเงินเดือนขึ้น หรือมีเงินออมมากขึ้น ค่อยซื้อก็ได้ครับ
เทคนิคการเพิ่มโอกาส ซื้อบ้าน
ถ้าอยากซื้อบ้านที่ดีกว่า มีเทคนิคอะไรบ้าง
- เทคนิคแรกคือ เพิ่มรายได้ หางานพิเศษ รายได้เสริม หรือขอขึ้นเงินเดือน ยิ่งมีรายได้มาก ยิ่งซื้อบ้านที่ดีได้
- เทคนิคที่สองคือ ซื้อร่วมกับคนอื่น ซื้อร่วมกับคู่สมรส พี่น้อง หรือเพื่อน รวมเงินเดือนกัน ก็ซื้อบ้านที่ดีขึ้นได้
- เทคนิคที่สามคือ เก็บเงินดาวน์เยอะ ๆ ยิ่งวางดาวน์มาก ยิ่งกู้น้อย ค่าผ่อนก็ลดลง หรือซื้อบ้านที่แพงขึ้นได้
- เทคนิคที่สี่คือ เลือกระยะเวลาผ่อนยาว ถ้าผ่อน 30 ปีแทน 20 ปี ค่าผ่อนต่อเดือนจะลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมจะมากขึ้น
- เทคนิคที่ห้าคือ หาดอกเบี้ยต่ำ เปรียบเทียบธนาคารหลาย ๆ แห่ง หาที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด จะประหยัดเงินได้มากครับ
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
มาดูกันว่า คนส่วนใหญ่มักทำผิดพลาดอะไรบ้างเวลาซื้อบ้าน
- ข้อผิดพลาดแรกคือ ซื้อเพราะอยากได้ ไม่ใช่เพราะจำเป็น บางคนซื้อบ้านเพราะเห็นเพื่อนมี อยากมีบ้าง แต่จริง ๆ ยังไม่พร้อม
- ข้อผิดพลาดที่สองคือ ไม่คำนวณให้ดี ซื้อไปก่อน คิดว่าผ่อนไหว แต่พอผ่อนจริง ๆ ถึงรู้ว่าไม่ไหว เครียดตลอดเวลา
- ข้อผิดพลาดที่สามคือ ไม่มีเงินสำรอง พอซื้อบ้านแล้วหมดตัว พอมีเหตุฉุกเฉินไม่มีเงินรับมือ ต้องกู้เพิ่ม
- ข้อผิดพลาดที่สี่คือ เลือกทำเลไม่ดี ซื้อบ้านในที่ห่างไกล ไม่สะดวก เดินทางลำบาก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- ข้อผิดพลาดที่ห้าคือ ไม่อ่านสัญญา เซ็นไปก่อน อ่านทีหลัง พอมีปัญหาจึงรู้ว่ามีข้อผูกมัดอะไรบ้าง
- ข้อผิดพลาดที่หกคือ ไม่เช็คคุณภาพ ซื้อไปก่อน พอเข้าอยู่จริงถึงรู้ว่ามีปัญหาเยอะ ต้องซ่อมแซมเพิ่ม
- ข้อผิดพลาดที่เจ็ดคือ ไม่ดูอนาคต ซื้อแค่ดูปัจจุบัน ไม่คิดว่า 5-10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร บ้านอาจจะไม่เหมาะกับชีวิตแล้วครับ
ประโยชน์ของการคำนวณก่อน ซื้อบ้าน
การคำนวณก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมีประโยชน์มากมาย
- ประโยชน์แรกคือ รู้ขีดจำกัดตัวเอง ทำให้เราไม่ซื้อเกินกำลัง ไม่เครียด มีเงินเหลือใช้ชีวิต
- ประโยชน์ที่สองคือ วางแผนการเงินได้ดี เมื่อรู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน ก็สามารถวางแผนรายจ่ายอื่น ๆ ได้ชัดเจน
- ประโยชน์ที่สามคือ ลดความเสี่ยงบ้านถูกยึด ถ้าซื้อในราคาที่เหมาะสม ก็จะจ่ายตรงเวลา ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนยึดบ้าน
- ประโยชน์ที่สี่คือ มีเงินเหลือออม แม้จะมีภาระผ่อนบ้าน แต่ถ้าจำกัดไว้ที่ 20% ก็ยังมีเงินเหลือเก็บออมได้
- ประโยชน์ที่ห้าคือ ความอุ่นใจ เมื่อรู้ว่าเราจัดการการเงินได้ดี มีแผนชัดเจน ก็จะรู้สึกอุ่นใจ ไม่ต้องเครียดกับหนี้สินครับ
การซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ต้องคิดให้รอบคอบ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจเพราะเห็นคนอื่นมีแล้วเราก็อยากได้บ้าง ต้องดูก่อนว่าเงินเดือนเราพอรับได้หรือยัง มีเงินก้อนสำรองเผื่อเหตุฉุกเฉินพอหรือเปล่า และที่สำคัญคือยังมีเงินเหลือใช้ชีวิตหลังผ่อนบ้านมั้ย
ถ้าทุกอย่างพร้อม ก็ค่อยไปเลือกบ้านในฝันกัน แต่ถ้ายังไม่พร้อม ก็ไม่ต้องเร่ง เก็บเงินก่อน สร้างฐานะการเงินให้แข็งแรง พอถึงเวลาที่พร้อมจริง ๆ แล้ว บ้านหลังนั้นก็จะรอเราอยู่
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าให้บ้านกลายเป็นภาระที่หนักเกินไป ให้มันเป็นที่อยู่อาศัยที่อบอุ่น เป็นจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้ชีวิตลำบากครับ
ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
อ่านบทความอื่น ๆ
บ้านพักคนชรา เก็บเงินเดือนละเท่านี้จะได้อยู่หลังไหน ? บทความนี้มีคำตอบ
