ผ่อนรถ

ผ่อนรถเท่าไหร่ไม่เครียด คำนวณจากเงินเดือนแบบง่าย ๆ มาดูกันเลย

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ภาระหนี้รวม: ตามหลักการเงินสากลโดยทั่วไป ภาระหนี้ทุกประเภทไม่ควรเกิน 40% ของรายได้
  • คำแนะนำในการผ่อนรถ: ผู้เขียนแนะนำให้จำกัดงวดผ่อนรถไว้ที่ 20% ของเงินเดือน เพื่อสำรองโควต้าอีก 20% ไว้สำหรับภาระหนี้อื่น ๆ ที่ไม่แน่นอน
  • สูตรคำนวณราคารถ: สามารถประเมินราคารถที่ซื้อไหวแบบคร่าว ๆ ได้จากสูตร (เงินผ่อนต่อเดือน x จำนวนเดือนที่ผ่อน) / ((1 + ดอกเบี้ย) x เปอร์เซ็นต์ยอดจัดไฟแนนซ์) โดยใช้ตัวเลขแนะนำคือ เงินผ่อนต่อเดือน = เงินเดือน x 20%, จำนวนเดือนที่ผ่อน = 60 เดือน, เปอร์เซ็นต์ยอดจัดไฟแนนซ์ = 80%, และดอกเบี้ย = 3.5% ต่อปี

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ฮั่นแน่ ใกล้จะสิ้นปีแบบนี้ใคร ๆ ก็อยากซื้อรถใช่มั้ยล่ะ พี่ทุยเองก็อยากซื้อเหมือนกันฮะ แต่ซื้อรถก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เราจึงต้องวางแผนให้ดีก่อนว่าเรามีเงิน ผ่อนรถ ไหวหรือเปล่า ไม่งั้นเสี่ยงโดนไฟแนนซ์ยึดรถไปได้นะ วันนี้พี่ทุยเลยเอาวิธีการประเมินกำลังในการผ่อนรถง่าย ๆ มาให้กันครับ

การซื้อรถเป็นการตัดสินใจใหญ่ที่ส่งผลต่อการเงินของเราในระยะยาว ไม่ใช่แค่ดูว่ารถคันไหนสวย แต่ต้องดูว่าเราจ่ายได้ไหม จ่ายแล้วจะเหลือเงินพอใช้ชีวิตไหม และไม่กระทบต่อการวางแผนการเงินอื่น ๆ ของเรา มาดูกันเลยว่าควรคำนวณอย่างไรครับ

 

หลักการพื้นฐานเรื่องหนี้สิน

ก่อนจะไปดูสูตรคำนวณ พี่ทุยอยากอธิบายหลักการพื้นฐานเรื่องหนี้สินก่อน

ถ้าเอาตามหลักการเงินสากลโดยทั่วไปมาคิดเลยนะ คือเราไม่ควรจะมีภาระหนี้มากเกิน 40% ของรายได้ ซึ่ง 40% นี้ คือหมายถึงหนี้ทุกประเภท ทุกชนิดรวมกัน เช่น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้นู่นนั่นนี่

ดังนั้น ใครที่ไม่ได้มีภาระผ่อนบ้าน ไม่ได้มีหนี้อะไรอื่น ๆ จะผ่อนแค่รถอย่างเดียวแตะ 40% มันก็ได้แหละ แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีหนี้อื่นจริง ๆ นะ

แต่ถ้าเอาตามคำแนะนำพี่ทุยนะ ในช่วงเวลาที่อะไรก็ไม่แน่นอนแบบนี้ การจำกัดงวดผ่อนรถเอาไว้ที่ 20% ก็เป็นสิ่งที่พี่ทุยอยากให้เพื่อน ๆ ลองพิจารณานะ

เพื่อที่ว่าเราจะได้มีโควต้าอีก 20% เหลือไว้แบกรับภาระผ่อนอื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ อย่างเช่น ผ่อนบ้าน หรือผ่อนหนี้บัตรเครดิต เป็นต้น

การจำกัดไว้ที่ 20% จะทำให้เรามีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ไม่รู้สึกกดดัน มีเงินเหลือเก็บออม และพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินครับ

 

สูตรคำนวณราคา ผ่อนรถ ที่ซื้อได้

มาดูกันว่า ถ้าอยากรู้ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ จะผ่อนรถราคาไหนได้บ้าง ต้องคำนวณอย่างไร

โดยสูตรคำนวณแบบคิดเองคร่าว ๆ ใช้ตามนี้ฮะ

เงินผ่อนต่อเดือน คูณ จำนวนเดือนที่ผ่อน หารด้วย 1 บวกดอกเบี้ย คูณ เปอร์เซ็นต์ยอดจัดไฟแนนซ์ เท่ากับ ราคารถที่ซื้อไหว

โดยที่ค่าแต่ละตัวมาจาก

เงินผ่อนต่อเดือน เท่ากับ เงินเดือน คูณ 20% นี่คือจำนวนเงินที่เราควรจะจ่ายต่อเดือนสำหรับค่าผ่อนรถ ไม่ควรเกินนี้

จำนวนเดือนที่ผ่อน เท่ากับ 60 เดือน เพราะปกติเราผ่อนรถกันเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ปี บางคนอาจเลือก 3 ปี 4 ปี หรือ 7 ปี ก็ได้ แต่ 5 ปีเป็นระยะเวลาที่นิยมกันมากที่สุด

เปอร์เซ็นต์ยอดจัดไฟแนนซ์ หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ ยอดเงินกู้ ยอดนี้จะอยู่ที่ว่าตอนเราวางเงินดาวน์ เราวางไปเท่าไหร่ ปกติแล้วจะวางดาวน์ที่ 20% ของราคารถ เท่ากับอีก 80% คือเราต้องไปยื่นจัดไฟแนนซ์

ดอกเบี้ย ปกติใช้ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นี่เป็นอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ย อาจจะต่ำกว่าหรือสูงกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเครดิตของแต่ละคน

ถ้าเอาตัวเลขมาแทนที่จะประมาณนี้ฮะ สมมติเงินเดือน 20,000 บาท เงินผ่อนต่อเดือน 4,000 บาท จะได้

4,000 คูณ 60 หารด้วย 1 บวก 3.5% คูณ 80% เท่ากับ จะซื้อรถในราคาที่เหมาะสมคือ 289,855 บาท

ตัวเลขแต่ละค่าสามารถปรับขึ้นลงตามเท่าที่เราวางแผนและจ่ายไหว ไม่ใช่ทุกคนจะได้คำนวณได้เลขเดียวกันหมดนะครับ

 

ผ่อนรถ

 

ตัวอย่างการคำนวณตามเงินเดือน เอาไว้ ผ่อนรถ สบายใจ

มาดูตัวอย่างเพิ่มเติมกันครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

  • กรณีที่ 1 เงินเดือน 15,000 บาท

เงินผ่อนต่อเดือน 3,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน

ราคารถที่ควรซื้อ ประมาณ 217,000 บาท

รถในราคานี้ อาจจะเป็นรถมือสอง รถเก่า หรือรถใหม่รุ่นเล็ก ๆ ที่ราคาไม่แพงมาก

 

  • กรณีที่ 2 เงินเดือน 20,000 บาท

เงินผ่อนต่อเดือน 4,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน

ราคารถที่ควรซื้อ ประมาณ 290,000 บาท

รถในราคานี้ อาจจะเป็นรถเก๋งเล็ก รถมือสอง หรือรถใหม่รุ่นประหยัด

 

  • กรณีที่ 3 เงินเดือน 30,000 บาท

เงินผ่อนต่อเดือน 6,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน

ราคารถที่ควรซื้อ ประมาณ 434,000 บาท

รถในราคานี้ มีทางเลือกมากขึ้น ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถอีโคคาร์

 

  • กรณีที่ 4 เงินเดือน 40,000 บาท

เงินผ่อนต่อเดือน 8,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน

ราคารถที่ควรซื้อ ประมาณ 579,000 บาท

รถในราคานี้ สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งรถเก๋งระดับกลาง รถกระบะที่ดี หรือรถอเนกประสงค์

 

  • กรณีที่ 5 เงินเดือน 50,000 บาท

เงินผ่อนต่อเดือน 10,000 บาท คิดเป็น 20% ของเงินเดือน

ราคารถที่ควรซื้อ ประมาณ 724,000 บาท

รถในราคานี้ สามารถเลือกรถคุณภาพดี รถเก๋งระดับกลางถึงสูง หรือรถอเนกประสงค์ที่ดีครับ

 

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึง

นอกจากค่าผ่อนรถแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงถึงด้วย

ค่าใช้จ่ายแรกคือ ค่าน้ำมัน ขึ้นอยู่กับว่าขับเท่าไหร่ แต่โดยเฉลี่ยอาจจะอยู่ที่ 2,000-5,000 บาทต่อเดือน ถ้าขับไกล ๆ หรือติดมาก ก็จะใช้มากขึ้น

ค่าใช้จ่ายที่สองคือ ค่าประกันภัย ประกันภาคบังคับอยู่ที่ประมาณ 600-1,000 บาทต่อปี ส่วนประกันภัยชั้น 1 อยู่ที่ประมาณ 15,000-40,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ

ค่าใช้จ่ายที่สามคือ ค่าบำรุงรักษา เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คสภาพ ซ่อมแซมอะไหล่ อาจจะอยู่ที่ 5,000-20,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับอายุรถและการใช้งาน

ค่าใช้จ่ายที่สี่คือ ค่าจอดรถ ถ้าอยู่คอนโดหรือที่ทำงานต้องจ่าย อาจจะอยู่ที่ 500-3,000 บาทต่อเดือน

ค่าใช้จ่ายที่ห้าคือ ภาษีรถ ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ อาจจะอยู่ที่ 1,000-10,000 บาทต่อปี

รวมแล้วนอกจากค่าผ่อนรถ อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นอีก 3,000-10,000 บาทต่อเดือน ต้องนำมาคำนวณด้วยครับ

 

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ ผ่อนรถ

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถ มีข้อควรระวังบางอย่างที่ต้องรู้

ข้อแรก อย่าผ่อนเกินกำลัง แม้จะชอบรถคันไหนมาก แต่ถ้าผ่อนแล้วเหลือเงินใช้ไม่พอ ชีวิตจะลำบาก ควรเลือกรถที่เหมาะกับกำลังทรัพย์

ข้อสอง คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ค่าผ่อน แต่ต้องรวมค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย

ข้อสาม อย่าลืมเงินสำรองฉุกเฉิน ก่อนซื้อรถ ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายไว้ก่อน เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

ข้อสี่ พิจารณาความจำเป็น ต้องการรถจริง ๆ หรือแค่อยากได้ ถ้าใช้รถไม่บ่อย อาจจะใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถสาธารณะคุ้มกว่า

ข้อห้า เช็คเครดิตตัวเอง ก่อนยื่นสินเชื่อ ควรเช็คว่าเครดิตเราดีแค่ไหน เพื่อจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดี

ข้อหก อ่านสัญญาให้ดี ก่อนเซ็นสัญญา ต้องอ่านให้เข้าใจทุกข้อ รู้ว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง มีค่าปรับอย่างไรถ้าจ่ายช้า

ข้อเจ็ด วางแผนระยะยาว คิดว่า 5 ปีข้างหน้าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร มีแผนจะแต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน หรือไม่ ต้องคำนวณให้ดีครับ

 

ทางเลือกอื่นนอกจากซื้อรถใหม่

ถ้าเงินเดือนไม่ถึงที่จะซื้อรถใหม่ที่ต้องการ มีทางเลือกอื่นอีกหลายอย่าง

ทางเลือกแรกคือ ซื้อรถมือสอง รถมือสองราคาถูกกว่ารถใหม่มาก อาจจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ต้องเช็คสภาพให้ดี เลือกซื้อจากที่น่าเชื่อถือ

ทางเลือกที่สองคือ ซื้อรถรุ่นเล็ก รถเล็กราคาถูกกว่า ประหยัดน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาก็ถูกกว่า เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้งานหนัก

ทางเลือกที่สามคือ เช่ารถระยะยาว ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้รถนานแค่ไหน หรือไม่อยากมีภาระผ่อน อาจจะเช่ารถเป็นรายเดือนหรือรายปี

ทางเลือกที่สี่คือ ใช้รถสาธารณะ ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีระบบขนส่งสาธารณะดี อาจจะไม่จำเป็นต้องมีรถก็ได้ ประหยัดกว่ามาก

ทางเลือกที่ห้าคือ รอจนมีเงินมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่ายังผ่อนไม่ไหว ก็รออีกสักพัก พอเงินเดือนขึ้น หรือมีเงินออมมากขึ้น ค่อยซื้อก็ได้ครับ

 

ประโยชน์ของการคำนวณก่อนผ่อนรถ

การคำนวณก่อนตัดสินใจผ่อนรถมีประโยชน์มากมาย

ประโยชน์แรกคือ รู้ขีดจำกัดตัวเอง ทำให้เราไม่ผ่อนเกินกำลัง ไม่เครียด มีเงินเหลือใช้ชีวิต

ประโยชน์ที่สองคือ วางแผนการเงินได้ดี เมื่อรู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน ก็สามารถวางแผนรายจ่ายอื่น ๆ ได้ชัดเจน

ประโยชน์ที่สามคือ ลดความเสี่ยงรถถูกยึด ถ้าผ่อนไหว ก็จะจ่ายตรงเวลา ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนยึดรถ

ประโยชน์ที่สี่คือ มีเงินเหลือออม แม้จะมีภาระผ่อนรถ แต่ถ้าจำกัดไว้ที่ 20% ก็ยังมีเงินเหลือเก็บออมได้

ประโยชน์ที่ห้าคือ ความอุ่นใจ เมื่อรู้ว่าเราจัดการการเงินได้ดี มีแผนชัดเจน ก็จะรู้สึกอุ่นใจ ไม่ต้องเครียดกับหนี้สินครับ

หลังจากที่พี่ทุยอธิบายมาทั้งหมดนี้ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจมากขึ้นว่า การผ่อนรถต้องคำนวณอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่ดูว่ารถสวย หรือดีเซลเนอร์เก็ง แต่ต้องดูว่าเราจ่ายไหว และจ่ายแล้วชีวิตจะไม่ลำบาก

การจำกัดงวดผ่อนรถไว้ที่ 20% ของเงินเดือนเป็นแนวทางที่ดี จะทำให้เรามีความยืดหยุ่นทางการเงิน มีเงินเหลือเก็บออม และพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ให้คำนวณดี ๆ ก่อน แล้วค่อยเลือกรถที่เหมาะกับเรามากที่สุดครับ

 

ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook

อ่านบทความอื่น ๆ

เช็คความพร้อมด้านการเงินด้วยเทคนิค “ซ้อมผ่อนก่อนซื้อจริง”

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile