หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทองกับแร่เงินต่างกันยังไง ก็แร่เหมือนกัน แต่ทำไมทองถึงดูเป็นที่นิยมมากกว่า แล้วแร่เงินล่ะ มีข้อดีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ เลยฮะ
การลงทุนในโลหะมีค่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การเลือกว่าจะลงทุนในทองหรือแร่เงินนั้น ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างให้ชัดเจนก่อน มาดูกันเลยครับ
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับ แร่เงิน
ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับแร่เงินก่อน
ทองเป็นโลหะมีค่าที่ใช้กันมานานหลายพันปี เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ใช้เป็นเงินตรา เครื่องประดับ และสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทองมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่เปลี่ยนสภาพง่าย ไม่เป็นสนิม และหาได้ยาก ทำให้มีมูลค่าสูง
แร่เงินก็เป็นโลหะมีค่าเช่นกัน แต่มีการใช้งานที่แตกต่างออกไป นอกจากจะใช้ทำเครื่องประดับแล้ว ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด
ความแตกต่างหลักคือ ทองมุ่งเน้นไปที่การเป็นสินทรัพย์สำรอง ส่วนแร่เงินมีความสำคัญทั้งในด้านการลงทุนและการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทั้งสองแตกต่างกันครับ
ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างไร
ถ้ามองผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จากปี 2020-2024 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ทองให้ผลตอบแทน 12.08% ในขณะที่แร่เงินให้ผลตอบแทน 11.72% ดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน แต่พอมาดูความผันผวนก็เห็นภาพที่ต่างกันเลย
คือทองนี่ ด้วยความที่มันเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และใช้กันมานาน ทำให้ความผันผวนไม่รุนแรงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2021 ลงไปแค่ 3.80% ปี 2022 ลงอีกนิดหน่อยที่ 0.40% แต่หลังจากนั้นก็กลับมาแรง ปี 2023 ขึ้น 13.80% และปี 2024 พุ่งไปที่ 26.60% เป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ จนมาปีนี้ที่ผลตอบแทนพุ่งกระฉูดทะลุฟ้า
เช่นกัน แร่เงินก็มีความผันผวนสูงไม่แพ้กัน ปี 2020 อยู่ที่ 46.80% สูงมาก แล้วปี 2021 ดิ่งลงไปที่ 12.80% ติดลบเลย ปี 2022 ขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3.70% ปี 2023 ลงอีกที่ 0.60% แล้วปี 2024 พุ่งขึ้นไปที่ 21.50% เห็นมั้ยว่าค่อนข้างสวิงเอาเรื่องอยู่นะ
นี่แสดงให้เห็นว่า แร่เงินมีความผันผวนสูงกว่าทองมาก เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น ส่วนทองเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำครับ
ข้อได้เปรียบของทอง
มาดูกันว่าทองมีข้อดีอะไรบ้าง ทำไมถึงเป็นที่นิยมมากกว่า
- ข้อดีแรกคือ ความน่าเชื่อถือสูง มีความมั่นคง ทองเป็นสินทรัพย์ที่ยอมรับกันทั่วโลก ทุกประเทศรู้จัก ทุกคนเชื่อมั่นในมูลค่าของทอง ธนาคารกลางต่าง ๆ เก็บทองเป็นทุนสำรอง แสดงว่าเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงจริง
- ข้อดีที่สองคือ ใช้กันแพร่หลาย สามารถซื้อขายได้ง่าย มีตลาดใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็สามารถซื้อขายทองได้ มีสภาพคล่องสูง เมื่อต้องการขายก็ขายได้ทันที
- ข้อดีที่สามคือ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สงคราม วิกฤตการเงิน นักลงทุนมักจะเทขายสินทรัพย์อื่นมาซื้อทอง เพราะมองว่าทองปลอดภัย ทำให้ราคาทองมักจะขึ้นในช่วงวิกฤต
- ข้อดีที่สี่คือ ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี เมื่อเงินเฟ้อสูง เงินมีค่าลดลง แต่ทองมีค่าเพิ่มขึ้น เพราะคนต้องการถือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่ใช่เงินที่ค่าลดลงเรื่อย ๆ ครับ
ข้อเสียของทอง
- ราคาผันผวนสูง แม้จะไม่สูงเท่าแร่เงิน แต่ก็ยังผันผวนอยู่ ราคาทองอาจขึ้นลงตามสถานการณ์โลก อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และปัจจัยอื่น ๆ อาจขาดทุนได้ถ้าซื้อในจังหวะที่ราคาสูง
- ไม่มีผลตอบแทนระหว่างถือครอง ถ้าเราถือทองไว้ มันไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้เรา ได้กำไรก็ต่อเมื่อขายในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อเท่านั้น แตกต่างจากหุ้นที่จ่ายปันผล หรือพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ย
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ถ้าซื้อทองคำแท่ง ต้องหาที่เก็บที่ปลอดภัย อาจต้องเช่าตู้เซฟ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถ้าซื้อผ่าน ETF ก็มีค่าธรรมเนียมการจัดการครับ
ข้อได้เปรียบของแร่เงิน
มาดูกันว่าแร่เงินมีข้อดีอะไรบ้าง
- ข้อดีแรกคือ ช่วงขาขึ้นให้ผลตอบแทนสูง จากข้อมูลจะเห็นว่า ในบางปีแร่เงินให้ผลตอบแทนสูงกว่าทองมาก เช่น ปี 2020 ที่ให้ผลตอบแทน 46.80% ซึ่งสูงกว่าทองมาก ถ้าเข้าจังหวะได้ ก็จะได้กำไรมหาศาล
- ข้อดีที่สองคือ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ราคาแร่เงินต่ำกว่าทองมาก ทำให้คนที่มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้ ไม่ต้องมีเงินเยอะเหมือนการซื้อทอง
- ข้อดีที่สามคือ ความต้องการใช้สูง มูลค่าพื้นฐานดี แร่เงินไม่ได้ใช้แค่ทำเครื่องประดับ แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ การแพทย์ ทำให้มีความต้องการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร
- ข้อดีที่สี่คือ เป็นที่นิยมในช่วงที่ขาดแคลน เมื่ออุปทานแร่เงินลดลง ราคาก็จะพุ่งขึ้น เพราะความต้องการจากอุตสาหกรรมยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงครับ
ข้อเสียของ แร่เงิน
แม้แร่เงินจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง
- ข้อเสียแรกคือ ราคาผันผวนสูงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่า ปีหนึ่งอาจขึ้น 46% แต่ปีถัดไปอาจลง 12% ความผันผวนสูงมาก ไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ หรือคนที่ต้องการความมั่นคง
- ข้อเสียที่สองคือ ขายคืนยาก ไม่มีสภาพคล่องเท่าทอง ในประเทศไทย ร้านทองส่วนใหญ่ไม่รับซื้อแร่เงิน ต้องหาช่องทางพิเศษในการขาย อาจไม่สะดวกเท่าทอง
- ข้อเสียที่สามคือ ราคาขึ้นกับอุตสาหกรรม ถ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชзамедление แร่เงินก็จะได้รับผลกระทบ ราคาอาจลง ไม่เหมือนทองที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง
- ข้อเสียที่สี่คือ ต้องศึกษามาก เพราะมีปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าทอง ต้องติดตามข่าวอุตสาหกรรม การผลิต อุปสงค์อุปทาน ต้องใช้เวลาในการศึกษาครับ
ช่องทางการลงทุนในทอง
มาดูกันว่า ถ้าอยากลงทุนในทอง มีช่องทางอะไรบ้าง
- ช่องทางแรกคือ ร้านทอง ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ได้ของจริงมาถือ แต่ต้องระวังเรื่องการเก็บรักษา และมีค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย
- ช่องทางที่สองคือ แอปออนทอง เช่น แอปของธนาคาร ที่ให้ซื้อทองออนไลน์ได้ สะดวก ไม่ต้องเก็บของจริง แต่เป็นการถือทองในรูปแบบดิจิทัล
- ช่องทางที่สามคือ ETF กองทุนรวม ที่ลงทุนในทอง ซื้อง่าย ขายง่าย มีสภาพคล่อง ไม่ต้องเก็บของจริง เหมาะกับคนที่อยากลงทุนในทองแต่ไม่อยากถือทองจริง
- ช่องทางที่สี่คือ Gold Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทอง เหมาะกับนักลงทุนมืออาชีพที่เข้าใจกลไกการทำงาน มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสได้กำไรสูงเช่นกันครับ
ช่องทางการลงทุนในแร่เงิน
สำหรับคนที่สนใจลงทุนในแร่เงิน ก็มีช่องทางให้เลือกเช่นกัน
- ช่องทางแรกคือ ETF ที่ลงทุนในแร่เงิน เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีสภาพคล่อง ไม่ต้องเก็บแร่เงินจริง
- ช่องทางที่สองคือ หุ้นบริษัทขุดแร่เงิน ลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแร่เงิน ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวตามราคาแร่เงิน แต่อาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การบริหารจัดการของบริษัท
- ช่องทางที่สามคือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Silver Futures เหมาะกับนักลงทุนมืออาชีพ มีความเสี่ยงสูง ต้องมีความรู้ความเข้าใจในกลไก
- ช่องทางที่สี่คือ สัญญาซื้อขายส่วนต่างแร่เงิน Silver CFD เป็นการเทรดโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง เหมาะกับคนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น มีความเสี่ยงสูงมากครับ
ควรเลือกลงทุนอย่างไร
หลังจากที่เห็นข้อมูลทั้งหมดแล้ว คำถามคือ เราควรเลือกลงทุนในทองหรือแร่เงินดี คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้าคุณต้องการความมั่นคง ความผันผวนต่ำ และเป็นการลงทุนระยะยาว ทองจะเหมาะกว่า เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง ขายง่าย และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
ถ้าคุณพร้อมรับความเสี่ยงสูง มองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น และมีเวลาติดตามตลาด แร่เงินอาจจะเหมาะกว่า เพราะมีโอกาสได้กำไรสูงในช่วงขาขึ้น หรือจะเลือกทั้งสองอย่างก็ได้ เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ถือทอง 70% และแร่เงิน 30% แบบนี้จะได้ทั้งความมั่นคงจากทอง และโอกาสทำกำไรจากแร่เงิน
สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละสินทรัพย์ รู้ข้อดีข้อเสีย และเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้ อย่าลงทุนเพราะคนอื่นบอก แต่ให้ลงทุนเพราะเข้าใจและเหมาะกับตัวเองครับ
ทั้งทองและแร่เงินต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ทองเหมาะกับคนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำ ส่วนแร่เงินเหมาะกับคนที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงและมองหาผลตอบแทนที่อาจจะสูงในช่วงขาขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละสินทรัพย์ และเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้ครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม