แร่เงิน

แร่เงิน เดือดกว่าทอง แรงจริงหรือแค่ภาพลวง ตอบครบทุกมุมก่อนตัดสินใจลงทุน

5 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ผลตอบแทนและความผันผวน: ในช่วง 5 ปี (2020-2024) ทองและเงินมีผลตอบแทนย้อนหลังใกล้เคียงกัน แต่ทองมีความผันผวนต่ำกว่าและเติบโตค่อนข้างสม่ำเสมอ ในขณะที่เงินมีความผันผวนสูงมาก
  • ข้อได้เปรียบ: ทองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความน่าเชื่อถือสูง ใช้แพร่หลาย และป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อได้ดี ส่วนเงินมีราคาถูก เข้าถึงง่าย และให้ผลตอบแทนสูงในช่วงขาขึ้น
  • ความเหมาะสม: ทองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำ ขณะที่เงินเหมาะกับผู้ที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงและมองหาผลตอบแทนที่อาจจะสูงในช่วงตลาดขาขึ้น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทองกับแร่เงินต่างกันยังไง ก็แร่เหมือนกัน แต่ทำไมทองถึงดูเป็นที่นิยมมากกว่า แล้วแร่เงินล่ะ มีข้อดีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ เลยฮะ

การลงทุนในโลหะมีค่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การเลือกว่าจะลงทุนในทองหรือแร่เงินนั้น ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างให้ชัดเจนก่อน มาดูกันเลยครับ

ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับ แร่เงิน

ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับแร่เงินก่อน

ทองเป็นโลหะมีค่าที่ใช้กันมานานหลายพันปี เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ใช้เป็นเงินตรา เครื่องประดับ และสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทองมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่เปลี่ยนสภาพง่าย ไม่เป็นสนิม และหาได้ยาก ทำให้มีมูลค่าสูง

แร่เงินก็เป็นโลหะมีค่าเช่นกัน แต่มีการใช้งานที่แตกต่างออกไป นอกจากจะใช้ทำเครื่องประดับแล้ว ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด

ความแตกต่างหลักคือ ทองมุ่งเน้นไปที่การเป็นสินทรัพย์สำรอง ส่วนแร่เงินมีความสำคัญทั้งในด้านการลงทุนและการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทั้งสองแตกต่างกันครับ

ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างไร

ถ้ามองผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จากปี 2020-2024 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ทองให้ผลตอบแทน 12.08% ในขณะที่แร่เงินให้ผลตอบแทน 11.72% ดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน แต่พอมาดูความผันผวนก็เห็นภาพที่ต่างกันเลย

คือทองนี่ ด้วยความที่มันเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และใช้กันมานาน ทำให้ความผันผวนไม่รุนแรงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2021 ลงไปแค่ 3.80% ปี 2022 ลงอีกนิดหน่อยที่ 0.40% แต่หลังจากนั้นก็กลับมาแรง ปี 2023 ขึ้น 13.80% และปี 2024 พุ่งไปที่ 26.60% เป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ จนมาปีนี้ที่ผลตอบแทนพุ่งกระฉูดทะลุฟ้า

เช่นกัน แร่เงินก็มีความผันผวนสูงไม่แพ้กัน ปี 2020 อยู่ที่ 46.80% สูงมาก แล้วปี 2021 ดิ่งลงไปที่ 12.80% ติดลบเลย ปี 2022 ขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3.70% ปี 2023 ลงอีกที่ 0.60% แล้วปี 2024 พุ่งขึ้นไปที่ 21.50% เห็นมั้ยว่าค่อนข้างสวิงเอาเรื่องอยู่นะ

นี่แสดงให้เห็นว่า แร่เงินมีความผันผวนสูงกว่าทองมาก เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น ส่วนทองเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำครับ

แร่เงิน

ข้อได้เปรียบของทอง

มาดูกันว่าทองมีข้อดีอะไรบ้าง ทำไมถึงเป็นที่นิยมมากกว่า

  1. ข้อดีแรกคือ ความน่าเชื่อถือสูง มีความมั่นคง ทองเป็นสินทรัพย์ที่ยอมรับกันทั่วโลก ทุกประเทศรู้จัก ทุกคนเชื่อมั่นในมูลค่าของทอง ธนาคารกลางต่าง ๆ เก็บทองเป็นทุนสำรอง แสดงว่าเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงจริง
  2. ข้อดีที่สองคือ ใช้กันแพร่หลาย สามารถซื้อขายได้ง่าย มีตลาดใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็สามารถซื้อขายทองได้ มีสภาพคล่องสูง เมื่อต้องการขายก็ขายได้ทันที
  3. ข้อดีที่สามคือ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สงคราม วิกฤตการเงิน นักลงทุนมักจะเทขายสินทรัพย์อื่นมาซื้อทอง เพราะมองว่าทองปลอดภัย ทำให้ราคาทองมักจะขึ้นในช่วงวิกฤต
  4. ข้อดีที่สี่คือ ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี เมื่อเงินเฟ้อสูง เงินมีค่าลดลง แต่ทองมีค่าเพิ่มขึ้น เพราะคนต้องการถือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง ไม่ใช่เงินที่ค่าลดลงเรื่อย ๆ ครับ

ข้อเสียของทอง

  1. ราคาผันผวนสูง แม้จะไม่สูงเท่าแร่เงิน แต่ก็ยังผันผวนอยู่ ราคาทองอาจขึ้นลงตามสถานการณ์โลก อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และปัจจัยอื่น ๆ อาจขาดทุนได้ถ้าซื้อในจังหวะที่ราคาสูง
  2. ไม่มีผลตอบแทนระหว่างถือครอง ถ้าเราถือทองไว้ มันไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้เรา ได้กำไรก็ต่อเมื่อขายในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อเท่านั้น แตกต่างจากหุ้นที่จ่ายปันผล หรือพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ย

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ถ้าซื้อทองคำแท่ง ต้องหาที่เก็บที่ปลอดภัย อาจต้องเช่าตู้เซฟ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ถ้าซื้อผ่าน ETF ก็มีค่าธรรมเนียมการจัดการครับ

ข้อได้เปรียบของแร่เงิน

มาดูกันว่าแร่เงินมีข้อดีอะไรบ้าง

  1. ข้อดีแรกคือ ช่วงขาขึ้นให้ผลตอบแทนสูง จากข้อมูลจะเห็นว่า ในบางปีแร่เงินให้ผลตอบแทนสูงกว่าทองมาก เช่น ปี 2020 ที่ให้ผลตอบแทน 46.80% ซึ่งสูงกว่าทองมาก ถ้าเข้าจังหวะได้ ก็จะได้กำไรมหาศาล
  2. ข้อดีที่สองคือ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ราคาแร่เงินต่ำกว่าทองมาก ทำให้คนที่มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้ ไม่ต้องมีเงินเยอะเหมือนการซื้อทอง
  3. ข้อดีที่สามคือ ความต้องการใช้สูง มูลค่าพื้นฐานดี แร่เงินไม่ได้ใช้แค่ทำเครื่องประดับ แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ การแพทย์ ทำให้มีความต้องการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร
  4. ข้อดีที่สี่คือ เป็นที่นิยมในช่วงที่ขาดแคลน เมื่ออุปทานแร่เงินลดลง ราคาก็จะพุ่งขึ้น เพราะความต้องการจากอุตสาหกรรมยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงครับ

ข้อเสียของ แร่เงิน

แม้แร่เงินจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง

  1. ข้อเสียแรกคือ ราคาผันผวนสูงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่า ปีหนึ่งอาจขึ้น 46% แต่ปีถัดไปอาจลง 12% ความผันผวนสูงมาก ไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ หรือคนที่ต้องการความมั่นคง
  2. ข้อเสียที่สองคือ ขายคืนยาก ไม่มีสภาพคล่องเท่าทอง ในประเทศไทย ร้านทองส่วนใหญ่ไม่รับซื้อแร่เงิน ต้องหาช่องทางพิเศษในการขาย อาจไม่สะดวกเท่าทอง
  3. ข้อเสียที่สามคือ ราคาขึ้นกับอุตสาหกรรม ถ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชзамедление แร่เงินก็จะได้รับผลกระทบ ราคาอาจลง ไม่เหมือนทองที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง
  4. ข้อเสียที่สี่คือ ต้องศึกษามาก เพราะมีปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าทอง ต้องติดตามข่าวอุตสาหกรรม การผลิต อุปสงค์อุปทาน ต้องใช้เวลาในการศึกษาครับ

ช่องทางการลงทุนในทอง

มาดูกันว่า ถ้าอยากลงทุนในทอง มีช่องทางอะไรบ้าง

  1. ช่องทางแรกคือ ร้านทอง ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ได้ของจริงมาถือ แต่ต้องระวังเรื่องการเก็บรักษา และมีค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย
  2. ช่องทางที่สองคือ แอปออนทอง เช่น แอปของธนาคาร ที่ให้ซื้อทองออนไลน์ได้ สะดวก ไม่ต้องเก็บของจริง แต่เป็นการถือทองในรูปแบบดิจิทัล
  3. ช่องทางที่สามคือ ETF กองทุนรวม ที่ลงทุนในทอง ซื้อง่าย ขายง่าย มีสภาพคล่อง ไม่ต้องเก็บของจริง เหมาะกับคนที่อยากลงทุนในทองแต่ไม่อยากถือทองจริง
  4. ช่องทางที่สี่คือ Gold Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทอง เหมาะกับนักลงทุนมืออาชีพที่เข้าใจกลไกการทำงาน มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสได้กำไรสูงเช่นกันครับ

ช่องทางการลงทุนในแร่เงิน

สำหรับคนที่สนใจลงทุนในแร่เงิน ก็มีช่องทางให้เลือกเช่นกัน

  1. ช่องทางแรกคือ ETF ที่ลงทุนในแร่เงิน เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีสภาพคล่อง ไม่ต้องเก็บแร่เงินจริง
  2. ช่องทางที่สองคือ หุ้นบริษัทขุดแร่เงิน ลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแร่เงิน ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหวตามราคาแร่เงิน แต่อาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การบริหารจัดการของบริษัท
  3. ช่องทางที่สามคือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Silver Futures เหมาะกับนักลงทุนมืออาชีพ มีความเสี่ยงสูง ต้องมีความรู้ความเข้าใจในกลไก
  4. ช่องทางที่สี่คือ สัญญาซื้อขายส่วนต่างแร่เงิน Silver CFD เป็นการเทรดโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง เหมาะกับคนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น มีความเสี่ยงสูงมากครับ

ควรเลือกลงทุนอย่างไร

หลังจากที่เห็นข้อมูลทั้งหมดแล้ว คำถามคือ เราควรเลือกลงทุนในทองหรือแร่เงินดี คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้าคุณต้องการความมั่นคง ความผันผวนต่ำ และเป็นการลงทุนระยะยาว ทองจะเหมาะกว่า เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง ขายง่าย และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

ถ้าคุณพร้อมรับความเสี่ยงสูง มองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น และมีเวลาติดตามตลาด แร่เงินอาจจะเหมาะกว่า เพราะมีโอกาสได้กำไรสูงในช่วงขาขึ้น หรือจะเลือกทั้งสองอย่างก็ได้ เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ถือทอง 70% และแร่เงิน 30% แบบนี้จะได้ทั้งความมั่นคงจากทอง และโอกาสทำกำไรจากแร่เงิน

สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละสินทรัพย์ รู้ข้อดีข้อเสีย และเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้ อย่าลงทุนเพราะคนอื่นบอก แต่ให้ลงทุนเพราะเข้าใจและเหมาะกับตัวเองครับ

ทั้งทองและแร่เงินต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ทองเหมาะกับคนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำ ส่วนแร่เงินเหมาะกับคนที่พร้อมรับความเสี่ยงสูงและมองหาผลตอบแทนที่อาจจะสูงในช่วงขาขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละสินทรัพย์ และเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้ครับ

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile