หลายคนคงยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเก็บเงิน เกษียณ ได้ยังไงบ้าง วันนี้พี่ทุยเลยมารวบรวมตัวช่วยเกษียณทั้งหมด 10 แบบที่มีในเมืองไทยมาให้ดูกัน ไม่ว่าจะทำงานบริษัท เป็นข้าราชการ หรือทำงานอิสระ ก็มีช่องทางให้เลือกใช้กันนะครับ
การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาสะสมเงินมากขึ้น และจะได้มีชีวิตหลังเกษียณที่สบายและมีความสุข ใครเข้าเงื่อนไขอันไหน ลองไปศึกษาและคำนวณดูฮะ จะได้รู้ว่าพอเกษียณแล้วจะมีเงินจากช่องทางไหนบ้าง เท่าไหร่ แล้วค่อยวางแผนหาทางเพิ่มเติมให้พอใช้ชีวิต
เครื่องมือ เกษียณ ที่ 1 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เครื่องมือแรกคือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับคนที่มีรายได้น้อยมาก ผู้สูงอายุก็ใช้สิทธิ์ได้นะ จะได้วงเงินต่าง ๆ ดังนี้
ค่าของใช้ 300 บาทต่อเดือน สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคตามร้านค้าที่ร่วมโครงการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวัน
ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้ประหยัดค่าก๊าซได้พอสมควร
ค่าเดินทาง 750 บาทต่อเดือน สำหรับใช้เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถไฟ BTS MRT ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มาก
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นความช่วยเหลือจากรัฐที่ดีมาก แม้จะไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำได้พอสมควร เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยครับ
เครื่องมือ เกษียณ ที่ 2 เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เครื่องมือที่สองคือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีสวัสดิการเกษียณจากหน่วยงานรัฐ จ่ายตามอายุดังนี้เลย
อายุ 60-69 ปี ได้ 600 บาทต่อเดือน เป็นเงินรายเดือนที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่เพิ่งเข้าสู่วัยเกษียณ
อายุ 70-79 ปี ได้ 700 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามอายุที่มากขึ้น
อายุ 80-89 ปี ได้ 800 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นอีกเพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น
อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้ 1,000 บาทต่อเดือน สูงสุดสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากที่สุด
หมายเหตุสำคัญ เบี้ย 2 รายการนี้รับพร้อมกันได้นะฮะ ไม่ต้องเลือก หมายความว่า ถ้าได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วย ทำให้มีเงินช่วยเหลือมากขึ้นครับ
เครื่องมือ เกษียณ ที่ 3 ประกันสังคม
เครื่องมือที่สามคือ ประกันสังคม สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนทุกบริษัทต้องมี เงินชราภาพมี 2 แบบให้เลือกนะ
แบบแรกคือ บำเหน็จ เป็นเงินก้อนเดียว เมื่อครบ 55 ปี สำหรับคนที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน หรือน้อยกว่า 15 ปี จะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยครั้งเดียว
แบบที่สองคือ บำนาญ เป็นเงินรายเดือน เมื่อครบ 55 ปี และจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป หรือ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินรายเดือนตลอดชีวิต
บำนาญจากประกันสังคมเป็นหลักประกันพื้นฐานที่ดี แม้จะไม่มาก แต่ก็เป็นเงินที่แน่นอนทุกเดือน ช่วยให้มีรายได้หลังเกษียณอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำงานนาน ยิ่งได้บำนาญมากขึ้นครับ
เครื่องมือ เกษียณ ที่ 4 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ PVD
เครื่องมือที่สี่คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD มีแค่บางบริษัทที่มีนะ เจ้านายกับลูกจ้างร่วมกันออมเงิน เอาไปลงทุนต่อ
PVD เป็นการออมร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยทั้งสองฝ่ายจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน อาจจะอยู่ที่ 3-5% ของเงินเดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท
เงินที่สมทบเข้ากองทุนจะถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น พันธบัตร เพื่อให้เงินเติบโต เมื่อครบ 55 ปี หรือเมื่อลาออกจากงาน ก็จะได้เงินต้นบวกผลกำไรคืนมา
PVD เป็นสวัสดิการที่ดีมากสำหรับพนักงาน เพราะนายจ้างช่วยจ่ายเงินสมทบให้ด้วย ทำให้เงินเติบโตเร็วกว่าการออมเอง และยังได้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกด้วยครับ
เครื่องมือ เกษียณ ที่ 5 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข.
เครื่องมือที่ห้าคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. สำหรับข้าราชการโดยเฉพาะ หักออมจากเงินเดือน รัฐก็ให้เงินสมทบเท่ากัน พอเกษียณได้รับตามนี้
ข้าราชการจ่ายเงินสมทบเข้า กบข. ทุกเดือน โดยหักจากเงินเดือนอัตโนมัติ และรัฐบาลก็จ่ายเงินสมทบให้เท่ากัน ทำให้เงินเติบโตเร็วกว่าการออมเอง
เมื่อเกษียณ จะได้รับเงินในรูปแบบบำเหน็จ 5-10% ของเงินสมทบทั้งหมด หรือบำนาญ 10-15% ของเงินสมทบทั้งหมด ขึ้นอยู่กับประเภทสมาชิกและอายุงาน
กบข. เป็นสวัสดิการที่ดีมากสำหรับข้าราชการ เพราะรัฐช่วยจ่ายเงินสมทบให้เท่ากัน ทำให้มีเงินเกษียณที่มั่นคงและเพียงพอมากกว่าพนักงานเอกชนทั่วไปครับ
เครื่องมือที่ 6 กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน
เครื่องมือที่หกคือ กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน สำหรับครูและบุคลากรในสถาบันการศึกษาเอกชน เงินออมมาจาก 3 ฝ่ายด้วยกัน
จ่ายสมทบเท่ากันตั้งแต่ 3-5% ของเงินเดือน โดยมาจากตัวครูเอง บวกกับโรงเรียน บวกกับรัฐบาล รวมเป็น 3 ฝ่ายช่วยกันจ่าย ทำให้เงินเติบโตเร็วมาก
พอเกษียณได้เงินทั้งหมดคืนมา ทั้งเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นเงินก้อนใหญ่ที่จะช่วยให้มีชีวิตหลังเกษียณที่สบาย
กองทุนนี้เป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับครูเอกชน ที่ทำให้ครูเอกชนมีเงินเกษียณที่ดีไม่แพ้ข้าราชการ แม้จะไม่ได้เป็นข้าราชการก็ตามครับ
เครื่องมือที่ 7 กองทุนการออมแห่งชาติ กอช.
เครื่องมือที่เจ็ดคือ กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. สำหรับคนทำงานอิสระ แม่ค้า หรือใครที่ไม่มีสวัสดิการเลย อันนี้ดีนะ
จ่ายสมทบได้ตั้งแต่ 50-13,200 บาทต่อปี ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน ไม่มีการบังคับว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ จ่ายได้ตามสะดวก
รัฐให้เงินสมทบด้วย โดยจะจ่ายให้ตามสัดส่วนของเงินที่เราจ่าย ยิ่งจ่ายมาก รัฐก็ให้มาก บวกกับผลตอบแทนจากการลงทุนอีก ทำให้เงินเติบโตดี
ถอนได้เมื่ออายุครบ 60 ปี เป็นเงินก้อนที่จะช่วยให้มีเงินใช้หลังเกษียณ เหมาะกับคนทำงานอิสระที่ไม่มีสวัสดิการจากที่ทำงานครับ
เครื่องมือที่ 8 กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF
เครื่องมือที่แปดคือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF อันนี้ไม่ใช่สวัสดิการจากที่ทำงานนะ ต้องซื้อเอง ออกแบบมาเพื่อออมระยะยาว
ต้องซื้อต่อเนื่อง ทุกปี หรือปีเว้นปี ไม่สามารถซื้อปีเดียวแล้วหยุดได้ ต้องมีวินัยในการออม
ต้องถืออย่างน้อย 5 ปี และถอนได้เมื่ออายุครบ 55 ปี ถ้าถอนก่อน จะเสียสิทธิลดหย่อนภาษีย้อนหลัง
มีให้เลือกลงทุนหลายแบบ ทั้งเสี่ยงน้อยและเสี่ยงเยอะ เลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ข้อดีของ RMF คือ ได้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ทำให้ประหยัดภาษีได้มาก พร้อมกับได้เก็บเงินเกษียณไปด้วยครับ
เครื่องมือที่ 9 ประกันบำนาญ
เครื่องมือที่เก้าคือ ประกันบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่ช่วยออมระยะยาว เหมาะกับคนที่อยากได้เงินรายเดือนหลังเกษียณ หรือคนที่ออมเองไม่ค่อยได้
ต้องซื้อกรมธรรม์และจ่ายเบี้ยประกันตามที่กำหนด อาจจะเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายปี ตามแผนที่เลือก จ่ายไปเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายปี
พอครบอายุที่กำหนด เช่น 60 ปี หรือ 65 ปี จะจ่ายเงินบำนาญให้เป็นรายเดือน ตลอดชีวิต หรือตามระยะเวลาที่กำหนดในกรมธรรม์
ประกันบำนาญเหมาะกับคนที่อยากมีรายได้แน่นอนหลังเกษียณ และไม่อยากรับความเสี่ยงจากการลงทุนเอง เพราะบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แน่นอนตามสัญญาครับ
เครื่องมือที่ 10 หวยเกษียณ
เครื่องมือสุดท้ายคือ หวยเกษียณ เป็นออมทรัพย์พิเศษของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อันนี้น่าสนใจนะ ออมไปได้ ลุ้นรางวัลไปด้วย
ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุด 3,000 บาทต่อคน ไม่แพง เข้าถึงได้ทุกคน
ซื้อได้ทุกวัน การออกรางวัลทุกวันศุกร์ 17.00 น. มีโอกาสถูกรางวัลทุกสัปดาห์
รางวัลที่หนึ่ง 1,000,000 บาท มี 5 รางวัล รางวัลที่สอง 1,000 บาท มี 10,000 รางวัล ถูกรางวัลปุ๊ปรับเงินได้ในปั๊บ
สิ่งที่ดีที่สุดคือ ไม่ว่าถูกรางวัลหรือไม่ถูกรางวัล เงินที่ซื้อสลากทุกบาท จะถูกเก็บไว้ในบัญชีเงินออมของแต่ละบุคคลของ กอช. และจะถอนคืนได้ตอนอายุ 60 ปี
เงินในบัญชีนั้นยังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตลอดระยะเวลาก่อนเกษียณ ผ่าน กอช. ทำให้เงินเติบโตดีกว่าเงินฝากธรรมดา
หวยเกษียณจึงเป็นทางเลือกที่ดี สนุกได้ ออมได้ ถูกรางวัลยิ่งดี ไม่ถูกก็ยังได้เก็บเงินเกษียณอยู่ดีครับ
การวางแผนเกษียณอย่างครบถ้วน
หลังจากที่รู้จักเครื่องมือทั้ง 10 แบบแล้ว สิ่งสำคัญคือการวางแผนให้ครบถ้วน ไม่ใช่เลือกแค่อันเดียว แต่ควรใช้หลาย ๆ อันร่วมกัน
- ขั้นแรก คำนวณว่าเราต้องการเงินเท่าไหร่หลังเกษียณ ถ้าค่าใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท เกษียณอายุ 60 ปี คาดว่าอยู่ได้อีก 20 ปี ก็ต้องการเงิน 3.6 ล้านบาท หรือมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนตลอด 20 ปี
- ขั้นที่สอง เช็คว่าเรามีเครื่องมืออะไรบ้าง เช่น มีประกันสังคมที่จะได้บำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน ยังขาดอีก 12,000 บาท
- ขั้นที่สาม วางแผนเพิ่มเติม เช่น ซื้อ RMF เพื่อเก็บเงินก้อนไว้ ซื้อประกันบำนาญเพื่อได้รายได้รายเดือนเพิ่ม สมัคร กอช. ถ้าทำงานอิสระ ซื้อหวยเกษียณเป็นการออมแบบสนุก ๆ
- ขั้นที่สี่ ทบทวนแผนเป็นระยะ ทุก ๆ ปีมาเช็คว่าเงินเกษียณเติบโตไปตามเป้าหมายไหม ถ้ายังไม่ถึง ต้องเพิ่มการออมหรือปรับแผน
- ขั้นที่ห้า เริ่มต้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีเวลาให้เงินเติบโต ไม่ต้องออมมากในแต่ละเดือน แต่ถ้าเริ่มสาย ก็ต้องออมมากขึ้นเพื่อให้ทันครับ
จำไว้นะฮะว่า ตัวช่วยเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการวางแผนเกษียณเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด ลองคำนวณดูว่าพอเกษียณแล้วจะได้เงินจากช่องทางเหล่านี้รวมกันเท่าไหร่ ถ้ายังไม่พอใช้ ก็ต้องหาทางออมและลงทุนเพิ่มให้พอกับชีวิตที่เราอยากใช้กันนะครับ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ อย่ารอจนสาย เพราะการเกษียณจะมาถึงทุกคน ไม่มีใครหนีได้ คนที่เตรียมตัวดี ก็จะมีชีวิตหลังเกษียณที่สบายและมีความสุข แต่คนที่ไม่เตรียมตัว ก็จะต้องลำบากและต้องทำงานต่อไปแม้ร่างกายจะไม่แข็งแรงแล้วครับ
ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
อ่านบทความอื่น ๆ
หวยเกษียณ 2568 สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อ ! อัปเดตล่าสุด