สำหรับหนุ่ม-สาวโสดสนิท ชนิดไม่มีใครเหลียวอย่างเรา ๆ แก่ไปถ้าไม่มีลูกหลานดูแลก็คงต้องพึ่งเหล่านางพยาบาลให้มาช่วยดูใจก่อนตุยแล้วล่ะค้าบ เอ้า! แล้ว บ้านพักคนชรา แต่ละหลังราคาก็ไม่เท่ากันด้วย แล้วพี่ทุยต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่ถึงจะไปให้ถึงฝันได้ล่ะเนี่ย มาดูกันคร้าบ
สมมติให้พี่ทุยตอนนี้อายุ 25 ปี อยากเกษียณตอนอายุ 60 แบบไม่ early retire และตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ก็ลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน 4% ต่อปี แบบดอกเบี้ยทบต้น พอพี่ทุยเกษียณจะอยู่ บ้านพักคนชรา หลังไหนดี เปรียบเทียบว่าถ้าพี่ทุย DCA แต่ละเดือนไม่เท่ากัน จะได้เงินพอไปอยู่ที่ไหนบ้าง
ระดับเงินเก็บ 1,000 บาท/เดือน: บ้านบางแค
เก็บเดือนละ 1,000 พี่ทุยจะมีเงิน 910,000 บาท ก็จะอยู่ได้แค่บ้านบางแคที่ราคา 3.6 ล้าน สำหรับ 20 ปี (เฉลี่ย 180,000 บาท/ปี) ฮือออ เพราะบ้านอื่นแพงหมด
จุดเด่นบ้านบางแค:
- มีที่พักอาศัยฟรีและเสียค่าบริการ
- มีเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด เช่น ระบบติดตามตำแหน่งผู้สูงอายุ ถือว่าเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นเก็บเงินในระดับไม่สูง
ระดับเงินเก็บ 2,000 บาท/เดือน: สวางคนิเวศ
เก็บเดือนละ 2,000 พี่ทุยจะมี 1.83 ล้าน ได้ไปอยู่บ้านสวางคนิเวศที่ราคา 1.2 ล้าน สำหรับ 20 ปี
จุดเด่นสวางคนิเวศ:
- เป็นโครงการในการดูแลของสภากาชาดไทย
- มีทริปเที่ยวใน-นอกประเทศตลอดปี ถือว่าเป็นจุดขายใหญ่สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวและต้องการกิจกรรมหลากหลายในช่วงเกษียณ
ระดับเงินเก็บ 3,000 บาท/เดือน: บ้านเย็นจิต
เก็บเดือนละ 3,000 พอรวยมาหน่อย มีเงิน 2.74 ล้าน ได้ไปอยู่บ้านเย็นจิต เย็นใจ ที่ราคา 2.4 ล้าน สำหรับ 20 ปี
จุดเด่นบ้านเย็นจิต:
- รับดูแลผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อัมพฤกษ์ อัมพาต
- มีบริการดูแลผู้สูงอายุแบบไป-กลับ
- มีสหวิชาชีพดูแล 24 ชั่วโมง ถือว่าเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องสุขภาพในอนาคต
ระดับเงินเก็บ 5,000 บาท/เดือน: บ้านพักคนชรา โกลเด้นแคร์ เนอร์สซิ่งโฮม
เก็บได้เดือนละ 5,000 แบบสุด ๆ แล้ว จะมีเงิน 4.56 ล้าน จริง ๆ ราคานี้มีอยู่ได้หลายหลังมาก แต่พี่ทุยขอยกมาแค่หลังเดียว คือบริษัท โกลเด้นแคร์ เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด ที่ราคา 3.8 ล้าน สำหรับ 20 ปี
จุดเด่นโกลเด้นแคร์:
- ดูแลโดยทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์
- กายภาพบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ ไม่คิดค่าบริการเพิ่ม
- แถมใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีมหาดไทย) ด้วย เรียกได้ว่าครบครันที่สุด
สำหรับคนที่สงสัยว่าแล้วเก็บเดือนละ 4,000 ไปไหน คือพี่ทุยคำนวณมาแล้วก็อยู่ได้แค่เรทราคาเดียวกับบ้านเย็นจิตนั่นแหละ แต่จะเก็บให้ถึงราคา 3.8 ล้าน ก็ไม่ถึงอยู่ดี พี่ทุยเลยว่าข้ามไป 5,000 ต่อเดือนเลยละกันฮะ
วิธีเลือก บ้านพักคนชรา ที่ถูกใจเรา
นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว การเลือกบ้านพักคนชราที่เหมาะสมกับตัวเรายังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญเหมือนกันนะคร้าบ พี่ทุยมาเสนอแนะเคล็ดลับการเลือกให้ฟัง
1. ดูเรื่องสุขภาพตัวเองก่อน
ก่อนจะเลือก บ้านพักคนชรา ต้องถามตัวเองก่อนว่า เราจะแก่ไปแบบไหน มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง หรือครอบครัวมีประวัติโรคอะไร ถ้าคาดการณ์ว่าอาจจะป่วยหนัก ต้องการการดูแลแบบเข้มข้น ก็ต้องเลือกบ้านพักคนชราที่มีทีมแพทย์-พยาบาลครบครัน มีอุปกรณ์การแพทย์พร้อม
2. เช็คทำเลและการเดินทาง
เลือกบ้านพักคนชราที่อยู่ใกล้ลูกหลาน หรือใกล้โรงพยาบาลใหญ่ ๆ จะได้สะดวกตอนลูกหลานมาเยี่ยม และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะได้รับการรักษาได้รวดเร็ว แถมการเดินทางไปไหนมาไหนก็จะสะดวกขึ้น
3. สำรวจบริการและกิจกรรมของ บ้านพักคนชรา
แต่ละบ้านพักคนชราจะมีบริการและกิจกรรมต่างกัน บางแห่งเน้นการท่องเที่ยว บางแห่งเน้นการดูแลสุขภาพ บางแห่งมีกิจกรรมศิลปะ ดนตรี หรือกิจกรรมทางศาสนา ต้องเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราด้วย
4. ไปเยี่ยมชมจริง ๆ
อย่าแค่ดูรูปในเว็บไซต์ ต้องไปเยี่ยมชมด้วยตาตัวเอง ดูสภาพอาคาร ความสะอาด อาหารการกิน และที่สำคัญคือ บรรยากาศการดูแลของเจ้าหน้าที่ ว่าดูแลด้วยใจจริง ๆ หรือเปล่า
5. อ่านรีวิวและสอบถามจากญาติผู้ป่วยเก่า
หาข้อมูลจากคนที่เคยใช้บริการ หรือมีญาติอยู่ที่นั่น จะได้ข้อมูลจริง ๆ ว่าบริการเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง เพราะบางครั้งสิ่งที่โฆษณาไว้กับความเป็นจริงอาจจะไม่เหมือนกัน
6. เตรียมใจเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
นอกจากค่าบริการหลักแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก เช่น ค่ายา ค่าผ้าอ้อม ค่าพาหนะรับส่ง ค่าดูแลพิเศษ ต้องคิดไว้ในงบประมาณด้วย
การวางแผนเข้าบ้านพักคนชราไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะสำหรับคนโสดที่ไม่มีลูกหลานพึ่งพา การเก็บเงินตั้งแต่อายุ 25 ปี แม้จะเป็นแค่ 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถสะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ได้เมื่อถึงเวลาเกษียณ ยิ่งเก็บได้มากเท่าไหร่ ยิ่งได้บ้านพักคนชราที่มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมบริการดูแลที่ดีขึ้น ดังนั้นเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงในวัยเกษียณค้าบ
ติดตามพี่ทุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
อ่านเพิ่มเติม