ถ้าใครไม่ได้ติดตามราคาทองคำในประเทศมานาน แล้วเข้าไปเช็คในช่วงนี้ อาจต้องเอามือทาบอก เมื่อราคาทองคำแท่ง 96.5% พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไปแตะระดับ ราคาทองคำ 34,000 บาท โดยวันที่ 21 ต.ค. 2566 ขึ้นไปแตะ 34,250 บาท ต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาท
ส่วนสำคัญก็มาจาก สงครามอิสราเอล-ฮามาสที่เกิดขึ้นทำให้คนซื้อทองคำกันเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่คนนึกถึงเวลามีเหตุการณ์ความไม่แน่นอนเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการที่ราคาขึ้นแรงเช่นนี้ จึงทำให้มีแรงเทขายทำกำไรออกมา ทำให้ราคาปรับลดลงมาอยู่ในระดับกว่า 33,000 บาท
สำหรับคนที่ซื้อทองคำมาสักพักใหญ่แล้ว ก็คงแฮปปี้ไม่น้อย เพราะขายตอนนี้ก็กำไร แต่สำหรับคนที่กำลังคิดว่า ควรจะเข้าไปซื้อตอนนี้ดีรึเปล่าซื้อแล้วจะดอยมั้ย วันนี้พี่ทุยจะมาวิเคราะห์ให้ฟัง
อันดับแรก พี่ทุยขอชวนทุกคนไปติดตามมุมมองบทวิเคราะห์ของห้างทองในประเทศกันก่อน โดย บทวิเคราะห์ของฮั่วเซ่งเฮงระบุ ปัจจัยบวกและลบท่ีจะมีผลกับราคาทองคำในตลาดโลก ช่วงไตรมาสที่ 4 ไว้ ดังนี้
ปัจจัยบวก ต่อราคาทองคำในตลาดโลก ไตรมาส 4/2566
สงครามอิสราเอล-ฮามาส คาดการณ์ราคาทองคำ 3 กรณี
- สงครามจำกัดแค่อิสราเอล-ฮามาส ราคาทองคำปรับขึ้นเป็น 1,982-2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- สงครามขยายวง เลบานอน-ซีเรีย มาช่วยกลุ่มฮามาส ทำสงครามกับอิสราเอล ราคาทองคำปรับขึ้นเป็น 2,000 – 2,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- สงครามอิสราเอล-อิหร่าน โดยอิหร่านที่สนับสนุนกลุ่มฮามาสออกมาทำสงครามกับอิสราเอลเองโดยตรง ราคาทองคำ >2,069 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถิติสูงสุดที่เคยทำไว้ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน คือ 2,069 ดอลลาร์ต่อออนซ์ วันที่ 8 มี.ค. 2565)
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว
รายงานประชุมเฟดล่าสุด สะท้อนว่า คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่าควรต้องระมัดระวังการขึ้นดอกเบี้ย คาดว่าการประชุมเดือน พ.ย. และ ธ.ค.นี้ เฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยต่อ ทำให้ดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 5.25-5.5% ปลายปีไปจนถึงไตรมาสแรกของปี จะเป็นช่วงที่มีความต้องการทองคำสูงในเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน
เงินดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่าลง
เมื่อเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย เงินดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yields) สหรัฐฯ จะปรับลดลง จากที่ Bond yields สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี มาก่อนหน้านี้
ความต้องการทองคำช่วงปลายปี
ปกติ ปลายปีจนถึงไตรมาสแรกของปีถัดไป จะเป็นช่วงที่มีความต้องการทองคำสูงในเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน
ปัจจัยลบ ต่อราคาทองคำในตลาดโลก ไตรมาส 4/2566
เงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF ทองคำ
ปกตินักลงทุนส่วนใหญ่ลงทุนกองทุน ETF ทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน มักเข้าซื้อช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน แต่ช่วงสงครามอิสราเอล-ฮามาส ยังไม่เห็น กองทุน SPDR (กองทุนดัชนีทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก) กลับมาซื้อทองคำ แถมยังขายทองออก โดยถือทองคำในระดับต่ำกว่าก่อนวิกฤตโควิด-19
เมื่อมาดูเพิ่มเติมถึงปัจจัยที่จะมีผลต่อราคาทองคำในประเทศพี่ทุยก็ต้องบอกว่า ปัจจัยบวกและลบที่มีผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกที่กล่าวมานั้น ก็เป็นปัจจัยที่มีผลกับราคาทองคำในประเทศเราไม่ต่างกัน เพียงแต่ยังมีอีกปัจจัยเพิ่มเติมที่อาจทำให้ราคาทองคำในประเทศ ขึ้นหรือลงไม่แรงเท่ากับราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งก็คือ ค่าเงินบาท
เงินบาทอ่อนค่า – ราคาทองคำในประเทศอาจปรับขึ้นได้มากกว่าเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก แต่ก็ปรับลดลงได้น้อยกว่าราคาทองคำในตลาดโลกเช่นกัน
เงินบาทแข็งค่า – ราคาทองคำในประเทศอาจปรับขึ้นน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก แต่อาจปรับลดลงมากกว่าราคาทองคำในตลาดโลก
ขณะที่ ถ้าดูรายงานดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน ต.ค. และไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 ที่ศูนย์วิจัยทองคำ สมาคมค้าทองคำ เผยแพร่ล่าสุด 16 ต.ค.2566 ระบุว่า ผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่มีมุมมอง ดังนี้
- ราคาทองคำ Gold Spot ในตลาดโลกเดือน ต.ค. จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,799-1,971 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ราคาทองคำในประเทศ ความบริสุทธิ์ 96.5% เฉลี่ยอยู่ที่ 31,900-33,600 บาทต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
- ค่าเงินบาท คาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับ 35.71-37.35 บาทต่อดอลลาร์
- มุมมองการลงทุน : ราคาทองคำยังผันผวน หากทรงตัวได้มีโอกาสปรับขึ้นอีก แต่ต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ทั้งการประเมินภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ การดำเนินนโยบายการเงินของเฟด และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
แม้จะดูรวม ๆ แล้ว มีปัจจัยบวกต่อราคาทองคำเต็มไปหมด ส่วนปัจจัยลบมีแค่ปัจจัยเดียว แต่พี่ทุยมองว่า เห็นแบบนี้ นักลงทุนก็ไม่ควรกระโจนเข้าไปซื้อทองคำแบบทุ่มสุดตัว เพราะต้องบอกว่า การที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับขึ้น และทำให้ราคาทองคำในประเทศเราสามารถไปอยู่ในระดับ 34,000 บาทได้นั้น มาจากปัจจัยเรื่องสงครามเป็นหลักเลย เพราะว่า ทุกครั้งที่เกิดสงคราม คนจะนิยมซื้อทองคำ เนื่องจากมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
แต่เมื่อไหร่ที่สงครามคลี่คลายลง คนก็พร้อมจะเทขายทองคำออกมา ทำให้ราคาทองคำที่เคยขึ้นไปแรง ๆ เพราะสงคราม ก็มีสิทธิร่วงแรงหลังสงครามสงบเช่นกัน
คราวนี้ พี่ทุยขอพาไปดูมุมมองในต่างประเทศกันบ้างว่า พวกเค้ามีมุมมองราคาทองคำในปี 2567 ยังไง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดทองคำในตลาดโลกปี 2567
1. แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 เศรษฐกิจกำลังเผชิญปัญหาทางการคลัง เพดานหนี้ ผลพวงจากการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมาต่อเนื่องของเฟด ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ ราคาทองคำปรับขึ้นในระยะสั้น เพราะนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ป้องกันภาวะเงินเฟ้อและความไม่มั่นคงทางการเงิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ราคาทองคำก็อาจลดลงตาม
2. การดำเนินนโยบายการเงินของเฟด
เฟดอาจชะลอการซื้อสินทรัพย์ในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ต้องจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงเวลานั้นที่จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ ขณะที่คาดการณ์ล่าสุด คาดว่า อัตราดอกเบี้ยเฟด อาจขยับขึ้นได้อีก 0.25% ช่วงครึ่งหลังปี 2567 ก็อาจฉุดราคาทองคำร่วงลงได้
แต่ในทางกลับกัน ถ้านักลงทุนคาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะลดลง อัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบอยู่ ก็อาจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำได้ เช่นกัน
3. การแข็งค่าของเงินดอลลาร์
เงินดอลลาร์ยังแข็งแกร่งเทียบคู่แข่ง โดยเฉพาะจีนและยุโรป หากเงินดอลลาร์ยังแข็งค่า อาจทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นได้จำกัด เพราะจะดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศน้อยลง แต่ถ้าเฟดเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงิน เริ่มลดดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐฯ ลดลงเร็วกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ เงินดอลลาร์ก็จะอ่อนค่าลง
4. เงินเฟ้อคาดหวัง
แรงกดดันเงินเฟ้อปี 2024 อาจลดลงก็ได้ หรือสูงต่อไปก็ได้ ซึ่งไม่ว่าจะไปในทิศทางไหนก็จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ
5. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
มีให้ติดตามหลายประเด็น ได้แก่ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ การเลือกตั้งในอังกฤษ ความสัมพันธ์จีน-ไต้หวัน การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน และการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6. อารมณ์ของนักลงทุน
ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดโดยรวมซึ่งรวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ ด้วย ประกอบกับมุมมองของนักลงทุนเองมีต่อราคาทองคำ
7. การซื้อทองคำเป็นทุนสำรอง
หากในปี 2567 เศรษฐกิจเผชิญกับความวุ่นวาย ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจะซื้อทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะถ้ากลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ร่วมกันออกสกุลเงินที่มีทองคำหนุนหลังและสกุลเงินนั้น เริ่มได้รับความนิยม จะทำให้ทุกประเทศซื้อทองคำจำนวนมากเพื่อมาหนุนหลังสกุลเงินของตัวเอง ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น
สรุปคาดการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกเฉลี่ยปี 2567
ถ้าดูรวม ๆ คาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยปี 2567 แล้ว ก็จะเห็นว่า หลาย ๆ สำนักที่เป็นภาคเอกชนมองว่าจะปรับเพิ่มอยู่เมื่อเทียบกับราคาที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่สำหรับหน่วยงานกลาง เช่น World Bank และ IMF จะไม่ได้มองราคาทองคำปรับสูงขึ้นมากเท่ากับภาคเอกชน
ซ้ำถ้านำมาเทียบกับราคาทองคำตลาดโลกในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในระดับ 1,900 ปลาย ๆ ถึงแถว ๆ 2,000 ดอลลาร์ ก็ต้องบอกว่า มุมมองส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่า ราคาทองคำจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป อย่างน้อย ๆ ส่วนใหญ่ก็คาดไว้เกินกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม ถ้าดูมุมมองในระยะที่สั้นกว่านั้น จากข้อมูลใน FXStreet Forecast Poll ซึ่งเป็นการสำรวจมุมมองการลงทุนที่มีต่อทองคำในช่วง 1 เดือน และ 1 ไตรมาสข้างหน้า พบว่า 57% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจมองราคาทองคำอีก 1 เดือนข้างหน้า จะอยู่ที่ 1,957.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง ขณะที่สัดส่วนรองลงมาจะมองว่าทองคำแกว่งตัวในกรอบแคบ และมีส่วนน้อยมองว่า ราคาทองคำเป็นขาขึ้น
แต่ถ้าให้มองไป 1 ไตรมาส กลับพบว่า นักลงทุนมีมุมมองเปลี่ยนไป 45% คาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ อยู่ที่ 1,985.56 ดอลลลาร์ต่อออนซ์ แต่สัดส่วนรองลงมา มองว่า ราคาทองคำจะเป็นขาขึ้น และมีจำนวนน้อยที่มองราคาทองคำเป็นขาลง
ราคาทองคำ 34,000 บาท ยังลงทุนได้มั้ย
มาถึงตรงนี้ ถ้าถามว่า ถ้าราคาทองคำในประเทศขยับไปอยู่ในระดับ 34,000 บาทแล้วจะเข้าไปซื้อได้หรือเปล่า พี่ทุยมองว่า ต้องขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนเองว่า มองสถานการณ์ในอนาคตยังไง ถ้าคิดว่าเศรษฐกิจจะแย่ลง สงครามอิสราเอลจะไม่จบง่าย หรือจะมีโอกาสเกิดสงครามอื่นมาให้กังวลอีก ราคานี้ก็ยังเป็นราคาที่สามารถเข้าไปได้
อย่างไรก็ตาม พี่ทุยมองว่า แนวโน้มราคาทองคำยังค่อนข้างผันผวน นักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น ถ้าคิดจะเข้าซื้อทองคำในราคาระดับนี้ ควรจะเป็นการซื้อเพื่อจุดประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่แน่นอน ในสัดส่วนที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับพอร์ตลงทุนโดยรวม คือประมาณ 5-10% มีติดไว้ให้อุ่นใจเฉยๆ ในกรณีที่ในพอร์ตมีสินทรัพย์อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น หุ้น ตราสารหนี้ แต่ว่ายังไม่มีสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อป้องกันความเสี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างทองคำเลย
แต่ถ้าคาดหวังว่า ซื้อแล้วจะเก็งกำไร พี่ทุยมองว่า ด้วยราคาระดับนี้ ยังไม่น่าจะเหมาะสำหรับการเข้าไปเก็งกำไร เพราะสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องยังมีความไม่แน่นอน อย่าลืมว่า สงครามมาทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรงก็จริง แต่เมื่อไหร่ที่สงครามจบ หรือไม่มีอะไรที่ตลาดรู้สึกเป็นห่วงแล้ว เวลาราคาทองคำปรับลดลง ก็ลงเร็วเหมือนลงลิฟท์ได้เช่นกัน
ส่วนคนที่มีทองคำอยู่แล้ว อาจจะซื้อทองคำมาได้ในราคาที่ต่ำกว่าปัจจุบันมาก และมีกำไรอยู่ ถ้าถามว่า ควรขายออกรึยัง พี่ทุยมองว่า ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนที่ลงทุนเอง ถ้าคิดว่าขึ้นมาเท่านี้ กำไรมากพอแล้ว อยากจะขายทำกำไร ก็ทำได้ แต่ถ้าคิดว่า ราคาทองคำน่าจะขึ้นต่อได้อีก ก็รอไปก่อน
สำหรับพี่ทุยเอง มองว่า ถ้าเป็นคนที่มีทองคำเก็บไว้มาก ๆ อยากขายทำกำไรก็อยาก อยากเก็บไว้ให้กำไรเพิ่มขึ้นอีกก็อยาก ก็อาจจะใช้วิธีขายออกมาแค่บางส่วนก็ได้ แล้วเมื่อไหร่ที่คิดว่า ราคาทองคำปรับตัวลง หรืออยู่ในระดับที่เหมาะสมก็ค่อยเข้าไปสะสมเพิ่มต่อ
อ่านเพิ่ม
