มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ แต่พี่คนนี้ก็ต้องดูดี ๆ ว่าทองแท้หรือทองชุบ วันนี้พี่ทุยรวม วิธีเช็กทองแท้ หรือปลอม ด้วยตัวเอง จะได้รู้เท่าทันมิจฉาชีพ ไม่โดนหลอกขายทองปลอมง่าย ๆ
ทองคำ มีกี่ประเภท
1. ทองคำแท่ง (Gold Bar)
คือ ทองคำเนื้อบริสุทธิ์ แต่ ๆ ไม่ได้ 100% เพราะถ้าทอง 100% จะอ่อนนุ่มมาก ไม่สามารถขึ้นเป็นรูปได้ ดังนั้น จึงต้องใส่แร่โลหะอื่น ๆ เพื่อให้ทองคำสามารถคงสภาพ แข็ง ขึ้นเป็นรูปทรงได้ โดยแร่โลหะที่มักนำมาผสมกับทองคำ ได้แก่ เงิน ทองแดง นิกเกล และสังกะสี
โดยมาตรฐานทองคำแท่งของไทย คือ 96.5% หมายความว่า เป็นทองคำสัดส่วน 96.5% และส่วนประกอบอื่น ๆ อีก 3.5% ซึ่งจะขึ้นรูปเป็นแท่ง ๆ ธรรมดา เพราะว่าแม้จะใส่แร่โลหะอื่น ๆ ให้ทองคำสามารถขึ้นรูปได้แล้ว แต่ก็ยังมีความนิ่มอยู่ดี
ตัวอย่าง
- หากผสมทองแดงเป็นสัดส่วนที่มาก จะได้ทองคำออกมามีสีอมแดง
- หากผสมเงิน จะได้ทองคำออกมีสีเหลืองขาว
ทั้ง 2 แบบนั้น จะได้ความบริสุทธิ์ของทอง 96.5 % เช่นเดียวกัน
ปัจจุบันก็มีหลายห้างทองทำทองคำบริสุทธิ์ 99.99% เช่นกัน แต่จะอยู่ในรูปของทองคำแท่งมากกว่า ด้วยความบริสุทธิ์สูงขนาดนี้ = ทองจะอ่อนตัว นิ่มมาก ๆ ไม่สามารถขึ้นเป็นทองรูปพรรณได้ ต้องผสมผสมโลหะอื่น ๆ ลงเพื่อปรับคุณสมบัติทางกายภาพให้แข็งขึ้น และทนต่อการสึกหรอ
2. ทองรูปพรรณ (Gold Ornament)
คือ ทองคำที่นำมาขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ และกำไลข้อมือ-ข้อเท้า เป็นต้น โดยมีน้ำหนัก รูปแบบ และลวดหลาย
3. เหรียญทองคำ (Gold Coin)
คือ ทองคำน้ำหนัก 1-2 บาท ขนาดเล็ก น้ำหนักทองไม่มากเพียง 1-2 บาท นิยมมากในหมู่นักลงทุนต่างประเทศ
4. ทองเค
คำนี้ หลายคนมักสักสัยว่า ทองคำแท้ ๆ หรือเปล่า ? พี่ทุยจะอธิบายให้ฟังต่อ
เค (K) คือ หน่วยของทองที่มาจาก “กะรัต (Karat)”
โดยกระรัตของทองที่ใช้บ่งบอกน้ำหนักหน่วยวัดส่วนผสมของทองในส่วนต่อ 1000 หรือ 100% ก็คือ 24K ดังนั้น คำว่า ทองเค ซึ่งไม่ได้หมายถึงทองปลอมหรือทองผสม แต่เป็นชื่อเรียกของทองคำแท้ที่ถูกแบ่งออกด้วยเปอร์เซนต์ทองออกมาแล้วแทนค่าของทองด้วย KARAT หรือ K นั่นเอง และเป็นคำเดียวกับหน่วยของเพชรแต่เขียนต่างกัน
ทองที่นิยมนำมาทำงานจิวเวลรี่ เนื่องจากมีสีสวยและมีความเงางามเหมาะสมตามความต้องการของผู้บริโภคจะมีดังนี้
- 90%= 22K คือทองในสมัยก่อนที่ใช้ทำเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงเนื่องจากมีการแกะสลักลวดลายลงในเนื้อทองได้สวยงามและวิจิตรบรรจงสวยงามกว่าทองชนิดอื่นเนื่องจากทองชนิดนี้ยังมีเปอร์เซนต์ทองที่ยังค่อนข้างสูงจีงมีความแข็งที่พอเหมาะในการแกะหรือฉลุลวดลาย อีกทั้งสียังเป็นสีเหลืองทองที่เหมาะสมกับการนำไปทำเครื่องประดับ
- 75%= 18K คือทองที่มีทองคำอยู่ 18 ส่วนจากทอง 24 ส่วนคือทองที่ได้มาตรฐานของการทำงานจิวเวอรี่ในปัจจุบัน
- 58.5%= 14K จะเป็นเปอร์เซนต์ของนากในสมันโบราณที่มีทองแดงผสมอยู่ค่อนข้างเยอะทำให้นากมีสีทองออกชมพู ใช้ทำเข็มขัดหรือกำไลกระพรวนให้เด็กแรกเกิด
- 37.5% = 9K คือทองที่มีเปอร์เซนต์ที่น้อยเป็นอันดับสุดท้ายของทองที่นิยมนำมาใช้ทำเครื่องประดับ
น้ำหนักทองคำแท่ง 1 บาท vs ทองรูปพรรณ 1 บาท
ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ 1 บาทเท่ากัน แต่น้ำหนักจริง ๆ ไม่เท่ากัน
– ทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม
– ทองรูปพรรณ 1 บาท หนัก 15.16 กรัม
ดังนั้น ทำให้ทองคำทั้งสองแบบที่ความบริสุทธิ์เท่ากันมีราคาต่อ 1 บาทไม่เท่ากันไปด้วย โดยราคาของทองรูปพรรณจะมีราคาซื้อ ราคาขายสูงกว่าทองคำแท่งหลายร้อยบาท
ทองคำเปอร์เซ็นต์ต่ำ คืออะไร
ทองคำเปอร์เซ็นต่ำ ก็คือ ทองเค ที่อธิบายไปข้างต้นนั่นเอง เพราะทองเค เป็นทองคำที่มีความบริสุทธิ์ต่ำกว่า 96.5% ทำให้ทองเคมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าทองคำแท้ และสามารถออกแบบจิวเวลรี่ได้หลากหลายดีไซน์กว่า และยังตกแต่งสีเป็น Pink Gold หรือ Yellow Gold ได้อีกด้วย
ทองคำปลอม คืออะไร
ทองคำปลอม คือ ทองที่ไม่ได้มีส่วนผสมของทองคำอยู่เลย “ทอง ที่ไม่ใช่ทอง” โดยส่วนใหญ่แล้วจะนำโลหะอื่น ๆ มาชุบทองเท่านั้นเลย มูลค่าจึงเทียบเท่าทองคำแท้ไม่ได้
แต่ ๆ ไม่ใช่ว่าทองคำปลอมจะไม่มีมูลค่าใด ๆ ตามห้างร้านทองก็มีขาย เรียกว่า “ทองคำเหลืองอะลูมิเนียม”เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า แต่ไม่สามารถนำกลับมาขายหรือมาจำนำเหมือนทองคำแท้ได้
10 วิธีเช็กทองแท้ VS ปลอม ด้วยตัวเอง
ใครที่อยากเช็กว่าทองที่เพิ่งซื้อหรือเพิ่งได้มา เป็นทองแท้หรือทองเก๊ พี่ทุยมีวิธีง่าย ๆ ในการตรวจสอบ
1. ดูตราประทับหรือโลโก้ร้านทอง
สิ่งแรกที่ดูด้วยตาเปล่าคือ “ตราประทับร้านทอง” หรือ “โลโก้ร้านทอง”
ทองคำทุกชิ้น จะมีตราประทับหรือโลโก้ร้านไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับระบุตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของทองไว้ด้วย ซึ่งเป็น มาตรฐานของสมาคมค้าทองคำ เช่น บนผิวหน้าของทองแท่ง บริเวณห่วงใกล้ตะขอของสร้อย ด้านในแหวน หรือด้านหลังต่างหู เป็นต้น
ถ้าหากตราประทับร้านทองไม่ชัดเจน เบลอ ตั้งธงไว้แลยว่า อาจจะเป็นของปลอม
2. ขนาดของทองคำ
น้ำหนักกับขนาดก็ควรจะสอดคล้องกัน โดยต้องรู้ว่า ทองคำหนัก 1 บาท 2 บาท หรือ 5 บาทนั้นควรมีขนาดประมาณไหน แต่ถ้ารู้ว่าทองแต่ละน้ำหนักต้องมีขนาดไหน อาจจะใช้เป็นการสังเกตคร่าว ๆ เช่น ทองคำหนัก 1 สลึง แต่มีขนาดใหญ่ ก็ขอให้ตั้งธงในใจไว้ว่า โอกาสเป็นทองปลอมเช่นกัน
3. น้ำหนักของทองคำ
เป็นวิธีเช็กด้วยตัวเอง โดยปราศจากความรู้สึก เพราะว่าต้องใช้เครื่องชั่งทองคำโดยเฉพาะ เพราะจะมีความแม่นยำและเชื่อถือได้ โดยหน่วยมาตรฐานที่เป็นสากลของสมาคมค้าทองคำ ได้กำหนดน้ำหนักของทองรูปพรรณ 96.5% เอาไว้ดังนี้
- ทอง 1 สลึง น้ำหนักประมาณ 3.79-3.81 กรัม
- ทอง 2 สลึง น้ำหนักประมาณ 7.58-7.62 กรัม
- ทองคำ 3 สลึง น้ำหนักประมาณ 11.37 – 11.40 กรัม
- ทอง 1 บาท น้ำหนักประมาณ 15.16-15.24 กรัม
- ทอง 2 บาท น้ำหนักประมาณ 30.32-30.40 กรัม
ทองแท้ ไม่ว่าจะเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ น้ำหนักจะเท่ากันเสมอ
ถ้าเป็นทองปลอมก็จะมีน้ำหนักไม่ตรงตามข้อมูล แต่ท่านมิจฉาชีพทั้งหลายก็สามารถทำให้มีน้ำหนักใกล้เคียงกับทองแท้ได้เช่นกัน จึงควรสังเกตจากข้ออื่น ๆ หลังจากนี้ประกอบด้วย
4. วิธีเช็กทองแท้ ด้วยการโยนลงบนกระจก
จากที่บอกไว้ตั้งแต่ข้างต้น คือ ทองคำแท้ = มีเนื้อนุ่ม ไม่แข็งดังเหล็กกล้าหรือทองแดง ดังนั้น เมื่อถูกโยนลงบนกระจก (เน้นว่า อย่างเบา ๆ) จะเกิดเสียงที่นุ่ม ไม่แหลมดังขึ้นมา
ถ้าเป็นทองปลอมเสียงจะดังแหลมชัดเจน
5. วิธีเช็กทองแท้ ด้วยการใช้เล็บจิกหรือกัดที่เนื้อทอง
คิดว่าหลายคนคงอาจจะเคยเห็นในรายการทีวีหรือละคร หากมีฉากเกี่ยวกับการทดสอบทองแท้ ทองปลอม ตัวละครมักจะกัดทองทันที ซึ่งนั้นไม่ใช่การกัดเพื่อสร้างความตลก สนุกสนาน แต่คือ 1 ในวิธีการทดสอบทองคำแท้ จริง ๆ
ทองคำแท้จะมีความแข็งไม่มาก ดังนั้น เมื่อใช้เล็บจิดหรือฟันกัดจะเกิดรอยบุ๋ม แต่ถ้าเป็นทองปลอม เนื้อจะแข็ง กัดไม่เข้า
6. ตรวจสอบที่ขอบหรือรอยต่อของทองคำ
สามารถดูได้ตามรอยต่อหรือจุดที่เสียดสีกัน ถ้าเป็นทองคำแท้ จะไม่มีรอยถลอก รอยลอก หรือเปลี่ยนสี
ถ้าเป็นทองคำชุบหรือทองคำปลอม มักจะเกิดรอยต่าง ๆ เหล่านี้ได้
7. วิธีเช็กทองแท้ ด้วยการทดสอบกับแม่เหล็ก
ทองคำแท้จะไม่ถูกแม่เหล็กดูด ดังนั้น เมื่อ นำแม่เหล็กไปวางใกล้ ๆ กับทองที่ต้องการจะเช็ก หากเป็นทองคำบริสุทธิ์แท้ ๆ จะไม่ถูกดูด ถ้าเกิดขยับหรือถูกดูดจนติด แสดงว่าทองชิ้นนั้นมีส่วนผสมของโลหะอยู่ก็ได้ ให้คิดว่าเป็นทองคำปลอมแน่นอน
8. วิธีเช็กทองแท้ ด้วยกรดไนตริกและน้ำเกลือ
เป็นวิธีที่ต้องให้ร้านทองทำให้ เพราะต้องใช้กรดไนตริกเข้มข้น โดยทองคำแท้เมื่อหยดด้วยกรดไนตริก จะไม่เปลี่ยนสี และไม่ละลาย แต่ถ้าเกิดว่ามีโลหะผสมอยู่ด้วยก็อาจทำให้ละลายไป
วิธีการคือ นำทองไปขูดกับแผ่นหินจนได้เนื้อทองติดบนหินเล็กน้อย หยดกรดไนตริกลงไป แล้วตามด้วยน้ำเกลืออีกนิดหน่อย ซึ่งทองแท้จะไม่ละลาย แต่ถ้าเป็นทองปลอม เนื้อทองที่ทดสอบจะละลายหายไป
ข้อเสียของการทำทดสอบ คือ อาจจะทำให้เสียน้ำหนักทองได้
9. วิธีเช็กทองแท้ ทองปลอม ด้วยการตะไบ
หากเป็นทองแท้ หรือทองเปอร์เซ็นต์ต่ำ จะสามารถตะไบเนื้อทองด้านนอกออกมาจนเห็นผิวข้างในได้
- ทองคำแท้ ด้านใจจะเป็นสีเหลืองธรรมชาติ
- ทองปลอม ด้านในจะเป็นสีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีเหลืองธรรมชาติ
ข้อเสียของการทำทดสอบ คือ อาจจะทำให้เสียน้ำหนักทองได้
10. เผาไฟ 1 ในวิธีเช็กทองที่แม่นยำที่สุด
เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดที่ร้านทองชั้นนำส่วนใหญ่นิยมทำกัน แต่จะใช้ในกรณีจำเป็นจริง ๆ หรือใช้วิธีอื่นหมดแล้วแต่ยังไม่ชัวร์
วิธีการคือ ใช้ไฟตะเกียงหรือไฟแช็กเผาจนทองร้อนเป็นสีแดงแล้วทิ้งให้เย็น ถ้าเป็นทองแท้จะกลับมามีสีเหลืองทองเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นทองปลอม จะทำปฏิกิริยากับอากาศเกิดเป็นออกไซด์ ทำให้มีสีดำคล้ำลง ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ เอ้ย! ได้รู้แล้วว่า จะเช็กว่าทองจริงหรือปลอมยังได้บ้าง ยังไงพี่ทุยแนะนำอีกนิดว่าเวลาซื้อขายทองขอให้ตั้งสติไว้เยอะ ๆ ถ้ามีใครมาบอกว่าขายให้ราคาถูก ๆ จนผิดสังเกต ขอให้นึกสงสัยด้วยว่าเราอาจกำลังโดนหลอกให้ซื้อทองเก๊ก็เป็นได้
อ่านเพิ่ม
