LHHOTEL เป็นกองรีทที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม ที่พัฒนาและบริหารโดยกลุ่ม แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดยปัจจุบัน จัดว่าเป็นกองรีทในกลุ่มโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยอัตราเข้าพักเฉลี่ยของทรัพย์สินปัจจุบันที่สูงเกือบ 90% ในช่วงครึ่งปีแรก 2566 พร้อมเงินปันผลช่วง 8 เดือนครึ่งในปี 2566 ที่ 0.88 บาท/หน่วย
ล่าสุด LHHOTEL เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน 2 โรงแรม 5 ดาวชื่อดังเมืองพัทยาเข้าพอร์ต “โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ “โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา”

หลังจากผ่านวิกฤติโรคระบาดมาได้เเล้ว ธุรกิจหนึ่งที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ๆ แทบจะทันทีเลยก็คือ “โรงแรม” โดยมีทั้งความต้องการในประเทศ ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก ตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวที่ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย สำหรับใครที่สนใจลงทุนและเติบโตไปกับธุรกิจ “โรงแรม” วันนี้พี่ทุยจะมาพาไปรู้จัก LHHOTEL กองรีทโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน LHHOTEL ลงทุนในโรงแรมชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ 3 แห่งประกอบด้วย
1. โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21
จำนวน 462 ห้อง ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ในโครงการเดียวกับ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก สามารถเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ การลงทุน ท่องเที่ยว บันเทิง ด้วยจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
2. โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ
จำนวน 497 ห้อง ซึ่งถือได้ว่าตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย จับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อยู่บนถนนราชดำริ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริ ใกล้แยกราชประสงค์ และศาลพระพรหมเอราวัณ
3. โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55
จำนวน 442 ห้อง อยู่ในซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ ศูนย์รวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่ขึ้นชื่อ ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ซึ่งถ้าหากเราดูเงินปันผลในปี 2566 ช่วง 8 เดือนครึ่งที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.88 บาทต่อหน่วย ด้วยอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงราว 90% ในช่วงครึ่งปีแรก 2566 สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นและความแข็งแกร่งของทรัพย์สินที่อยู่ในพอร์ตได้เป็นอย่างดี

ล่าสุดทาง LHHOTEL กองรีทโรงแรมของกลุ่ม Land and Houses เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน 2 โรงแรม 5 ดาวชื่อดังเมืองพัทยา ที่พี่ทุยบอกเลยว่าพูดชื่อไป ณ เวลานี้ใคร ๆ ก็รู้จักแน่นอน
ทรัพย์สินแรก : โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา
โรงแรมระดับ Luxury จำนวน 490 ห้องพัก ที่มีจุดเด่นเรื่องการออกแบบใน ‘ธีมอวกาศ’ แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน แล้วก็ยังมีสวนน้ำ Space Water Park ขนาดยักษ์ และ Convention Hall สุดทันสมัย รวมถึงสปาและออนเซ็นวิวทะเลแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม สามารถดึงดูดผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยครึ่งปีแรกของปี 2566 สูงถึง 91%

ทรัพย์สินที่สอง : โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา
โรงแรมระดับ Upper Upscale จำนวน 396 ห้องพัก ในโครงการ Mixed-use ซึ่งโรงแรมเชื่อมต่อกับศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ทำเลมีศักยภาพสูง แวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร สถานบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน รวมถึงอยู่ห่างจากชายหาดพัทยาเพียง 500 เมตร มีผู้เข้าพักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อเนื่อง และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ที่สูงถึง 91% เช่นเดียวกัน

รายละเอียดช่วงเวลาและช่องทางการจองซื้อสำหรับสำหรับนักลงทุนรายย่อย (1,2)
1. ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ (3,4)
ช่วงเวลาจองซื้อ: ระหว่างวันที่ 16 – 20 ตุลาคม 2566
ช่องทางการจองซื้อ:
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest
โทร 02-888-8888 ต่อ 819 และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศและแอปพลิเคชัน SCB EASY โทร. 02-777-6784
2. ประชาชนทั่วไป (4)
ช่วงเวลาจองซื้อ: ระหว่างวันที่ 24 – 27 ตุลาคม 2566
ช่องทางการจองซื้อ: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
หมายเหตุ:
- การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน
- ผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในกรณีที่ผู้จองซื้อเป็นสัญชาติอื่นใดที่มิใช่สัญชาติไทย อย่างไรก็ดี รายชื่อสัญชาติของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ไม่ได้รับการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันจองซื้อหน่วยทรัสต์
- ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันที่ 27 กันยายน 2566
- ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่ราคา 10.20 บาทต่อหน่วย และประชาชนทั่วไปจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้ายที่จะมีการประกาศในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ทั้งนี้ จะมีการคืนส่วนต่างหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด
สำหรับใครที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lhhotelreit.com และศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่นี่
คำเตือน: ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
