เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ? จะเป็นไปได้จริงหรอ ?

เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ? เป็นไปได้จริงหรอ ?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • การก้าวขึ้นเป็นสกุลเงินเบอร์ 1 ของโลก ไม่มีกระบวนการตายตัว แต่เป็นเหมือนการประกวดความนิยม ความนิยมนี้ขึ้นอยู่กับ “ภาพลักษณ์” ของประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงิน ในเรื่องของความปลอดภัยและความเสรีในเรื่องระบบการเงิน
  • สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้เงินหยวนถูกใช้ไปทั่วโลก ประกอบด้วย เงินหยวนต้องเข้าเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ การทำธุรกรรมและการค้ามากกว่านี้, ตลาดการเงิน นโยบายการเงิน ต้องมีเสรีและโปร่งใส, ต้องปล่อยให้เงินหยวนซื้อขายอย่างอิสระ
  • ตอนนี้สถานะเงินหยวนคล้ายกับดอลลาร์ช่วงยุคปี 1960-1970 ที่กำลังสร้างพื้นฐานแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก เพียงแต่ช่วงนั้นแทบไม่มีมหาอำนาจทางการเงินมาเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันเงินหยวนต้องเผชิญกับเงินดอลลาร์ที่เป็นมหาอำนาจเดิมซึ่งครองโลกมาแล้วกว่า 60 ปี ดังนั้นการขึ้นไปท้าชิงกับดอลลาร์คงต้องใช้เวลาหลักสิบปี

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวว่า จีนกำลังพยายามให้ เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ในฐานะสกุลเงินอันดับ 1 ของโลก

แน่นอนว่าประเทศมหาอำนาจย่อมต้องการให้สกุลเงินของตัวเองเป็นที่นิยมไปทั่วโลก พี่ทุยก็เลยสงสัยว่าเงินหยวนของจีนมีแผนจะครองโลกแทนดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง และตอนนี้แผนการไปถึงไหนแล้ว?

ทำไมการเป็นค่าเงินสกุลหลักของโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย ?

การก้าวขึ้นเป็นสกุลเงินเบอร์ 1 ของโลก ไม่มีกระบวนการตายตัว แต่เป็นเหมือนการประกวดความนิยม ความนิยมนี้ขึ้นอยู่กับ “ภาพลักษณ์” ของประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงิน ในเรื่องของความปลอดภัยและความเสรีในเรื่องระบบการเงิน

อย่างเช่น ดอลลาร์เริ่มครองโลกตั้งแต่ปี 1944 หลังสหรัฐฯ นัดประเทศเศรษฐกิจสำคัญ 44 ชาติพบกันที่เมืองเบรตตันวูดส์ และตั้งระบบ Bretton Woods เพื่อกำหนดมาตรฐานทางการเงินของโลกใหม่ ในตอนนั้นสหรัฐฯ ได้เปรียบมากเพราะเป็นประเทศที่มีทุนสำรองสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งนี่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศ

ก่อนจะเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวในปี 1973 มาถึงปัจจุบัน ซึ่งสหรัฐฯ ให้เสรีทางการเงินด้วยการปล่อยให้กระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างอิสระ มีนโยบายการเงินชัดเจน และที่สำคัญพาดอลลาร์เข้าไปมีบทบาททั่วโลกด้วยการเป็นสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายน้ำดิบ ที่เรียกว่า ปิโตรดอลลาร์

จริงๆ คำว่า “ภาพลักษณ์” พี่ทุยมองว่าก็คือคำว่า “Soft Power” ของประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาปูพื้นฐาน

ทำไมจีนต้องการให้ เงินหยวนจะแทนดอลลาร์ ?

เป้าหมายหลักคือ การให้มีกิจกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ทำให้ประเทศไม่พึ่งพาสถาบันการเงินต่างชาติ เพราะจะได้ลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้การที่สกุลเงินมีอิทธิพลไปทั่วโลก เปิดให้ประเทศจีนกู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง และเก็บข้อมูลที่สำคัญทางการเงิน เช่น การไหลของกระแสเงินทั่วโลก

สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้เงินหยวนถูกใช้ไปทั่วโลก

ประเทศจีนมีแผนการผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินสำคัญของโลก ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีปัจจัยเหล่านี้

  • เงินหยวนต้องเข้าเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ และใช้เงินหยวนทำธุรกรรมและการค้ามากกว่านี้

ต้องเริ่มด้วยการนำเงินหยวนเข้าไปเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบการเงินแต่ละประเทศ นั่นคือ ทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้เงินหยวนเข้าไปเป็นพื้นฐานของสกุลเงินอื่น กลายเป็นการสร้างอิทธิพลเหนือระบบการเงินประเทศอื่นไปในเวลาเดียวกัน (สกุลเงินกลาง)

อิทธิพลนั้นจะบังคับให้ธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศส่วนใหญ่หันไปใช้เงินหยวน เพื่อให้ง่ายต่อการวัดมูลค่าหรือเก็บเงิน เพราะเงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินกลางแล้ว เมื่อธุรกรรมระหว่างประเทศหันไปใช้เงินหยวนแล้ว การค้าระหว่างประเทศก็ถูกบังคับให้ใช้จ่ายเป็นเงินหยวนไปด้วย

ดังนั้นขั้นแรกเงินหยวนต้องเข้าไปมีบทบาทในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศให้ได้ก่อน

  • ตลาดการเงิน นโยบายการเงิน ต้องมีเสรีและโปร่งใส

อย่างที่พี่ทุยบอกไปช่วงแรกว่า Soft Power มีความสำคัญมาก ซึ่งมีความเชื่อมั่นเป็นพื้นฐานสำคัญ ดลาดการเงินประเทศจีนโดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบลอยตัว เพราะเป็นการปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวตามอุปสงค์-อุปทาน คาดเดาง่ายกว่าอัตราแลกเปลี่ยนแบบตึงตัว ที่ภาครัฐสามารถเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนได้ทุกวัน

การเปลี่ยนไปใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวจะบังคับให้ต้องปล่อยกระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างอิสระ การลงทุนหรือซื้อขายสินค้าก็ง่ายขึ้น

สุดท้ายแล้วก็เป็นหน้าที่ธนาคารกลางต้องสื่อสารแนวทางนโยบายการเงินและอนาคตของเงินหยวนที่ชัดเจน เรื่องนี้มีความสำคัญต่อตลาดการเงินการลงทุนซึ่งถ้าสกุลเงินใดมีบทบาทในตลาดดังกล่าวก็แทบจะครองโลกได้ในเวลาเดียวกัน

  • ต้องปล่อยให้เงินหยวนซื้อขายอย่างอิสระ

ปัจจัยข้อนี้มาพร้อมการเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศและการปล่อยให้กระแสเงินเข้าออกประเทศอย่างมีอิสระ เพื่อให้ทั้งภาครัฐและธุรกิจต่างชาติเข้าถึงเงินหยวนง่ายขึ้น ต้นทุนน้อยลง เงินหยวนต้องมีให้ซื้อขายตามตลาดซื้อขายเงินตราสำคัญทั่วโลก (มีอิสระ)

ติดตามความคืบหน้าแผนดัน เงินหยวนจะแทนดอลลาร์

บทบาทแรกในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศยังห่างไกลคำว่าสกุลเงินหลักของโลกมาก ข้อมูลไตรมาส 4 ปี 2022 เงินหยวนมีสัดส่วนในทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลก 2.7% แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2019 ซึ่งมีอยู่ 2.01%

ข้อมูลจาก IMF เมื่อไตรมาส 4 ปี 2022 ได้ระบุสัดส่วนของสกุลเงินที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่าง ๆ ไว้ดังนี้ 

  1. ดอลลาร์สหรัฐฯ 58%
  2. ยูโร 20%
  3. เยน 6%
  4. ปอนด์สเตอร์ลิง 5%
  5. หยวน 2.7%
  6. ดอลลาร์แคนาดา 2.4%
  7. ดอลลาร์ออสเตรเลีย 2%
  8. ฟรังก์สวิส 0.2%
  9. สกุลเงินอื่น ๆ 3.5%

แต่กลางปี 2022 ธนาคารกลางจีนดำเนินแผนผลักดันเงินหยวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยการทำข้อตกลง Renminbi Liquidity Arrangement กับธนาคารกลางอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และชิลี สร้างแหล่งสภาพคล่องส่วนกลางในเงินหยวนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน สร้างความยืดหยุ่นต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางที่เป็นสมาชิก

จีนขยายอิทธิพลเงินหยวนผ่านการค้าไปยังประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซีย หลังมีสงครามบุกยูเครนทำให้รัสเซียถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรจึงหันมาใช้เงินหยวน ปัจจุบันทุนสำรองระหว่างประเทศรัสเซียมีเงินหยวนอยู่ประมาณ 17%

ข้อมูลจาก SWIFT เดือน มี.ค. 2023 เงินหยวนถูกใช้จ่ายระหว่างประเทศราว 1.67% ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัด คือ จีนให้ความสำคัญเดินเกมส์ผลักดันเงินหยวนในการค้าระหว่างประเทศก่อน ด้วยการทำข้อตกลงกับคู่ค้าแต่ละราย

เช่น การซื้อขายสินค้ากับรัสเซีย, ทำข้อตกลงกับบราซิลและอาร์เจนติน่า และล่าสุดบริษัท CNOOC ยักษ์ใหญ่วงการพลังงานจากจีน ทำข้อตกลงซื้อแก๊ส LNG กับ TotalEnergies ด้วยเงินหยวนเป็นครั้งแรก

จากนี้ต้องติดตามว่า เงินหยวนจะพลิกเกมส์เข้าไปมีบทบาทซื้อขายน้ำมันดิบในตะวันออกกลางกลายเป็นปิโตรหยวนได้เมื่อไหร่

สุดท้ายแม้ยังไม่เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยน แต่ธนาคารกลางจีนเปิดกว้างให้มีการซื้อขายเงินหยวนในระบบการเงินทั่วโลกที่มีอิสระมากขึ้น ด้วยการจัดตั้งตลาดซื้อขายเงินหยวนนอกประเทศ (Offshore) ในเมืองสำคัญ เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์, ลอนดอน, ปารีส และลักเซมเบิร์ก ตลาดนอกประเทศนี้เคลื่อนไหวตามปัจจัยในตลาดโดยไม่มีการแทรกแซงจากทางการ

บทสรุป หยวนจะครองโลกแทนดอลลาร์ได้หรือไม่?

เงินหยวนมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น อาจแซงหน้าค่าเงินปอนด์หรือเยนได้ แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปท้าชิงกับสกุลเงินยูโรและดอลลาร์ได้ในเร็ว ๆ นี้

ตอนนี้สถานะเงินหยวนคล้ายกับดอลลาร์ช่วงยุคปี 1960-1970 ที่กำลังสร้างพื้นฐานแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก เพียงแต่ช่วงนั้นแทบไม่มีมหาอำนาจทางการเงินมาเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันเงินหยวนต้องเผชิญกับเงินดอลลาร์ที่เป็นมหาอำนาจเดิมซึ่งครองโลกมาแล้วกว่า 60 ปี

ดังนั้นการขึ้นไปท้าชิงกับดอลลาร์คงต้องใช้เวลาหลักสิบปี และเผชิญความท้าทายด้าน Soft Power ระหว่างทางอีกจำนวนมาก

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile