26 ต.ค. 2565 เป็นอีกวันที่เวทีนางงามเดือดปุด ๆ เพราะระหว่างที่เวทีหนึ่งประกาศรายชื่อนางงามที่ได้มง]’ และไทยคว้ารองอันดับ 1 มา ก็มีข่าวเกรียวกราวจากอีกเวทีหนึ่ง เมื่อ JKN ประกาศคว้าลิขสิทธิ์เวทีนางงาม Miss Universe มาครอบครอง ด้วยเงินลงทุน 800 ล้านบาท วันนี้พี่ทุยก็เลยอยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ หุ้น JKN กัน
รู้จัก หุ้น JKN
ชื่อเต็ม : บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)
ชื่อย่อหุ้น : JKN
เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) : วันที่ 30 พ.ย. 2560
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) : วันที่ 12 พ.ย. 2563
กลุ่มอุตสาหกรรม : บริการ
หมวดธุรกิจ : สื่อและสิ่งพิมพ์
จำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ : 713,267,442 หุ้น
ทุนจดทะเบียน : 454,080,293.50 บาท
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว : 359,243,001.00 บาท
ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 : แอน – จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ 322,923,173 หุ้น 53.16%
การถือหุ้นของรายย่อย : 39.65%
ถ้าไปดูข้อมูลว่า JKN ทำธุรกิจอะไรบ้าง ก็จะพบว่า JKN และบริษัทย่อย เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ และธุรกิจให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าทางสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยโครงสร้างการถือหุ้น เป็นดังนี้
พัฒนาการที่สำคัญก่อน JKN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
ปี 2556
- จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท 7 พ.ค. 2556 ในชื่อบริษัท เอสทีจีซีพี จำกัด
ปี 2557
- 21 ก.พ. 2557 เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เจเคเอ็น ลิฟวิ่ง จำกัด
- 30 พ.ค. 2557 เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท เจเคเอ็น ลิฟวิ่ง จำกัด จาก 5 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด
ปี 2558
- ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ขายหุ้นที่ถืออยู่ให้ บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การควบคุมของคุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ทำให้ บริษัท มีเดีย คิงส์ จำกัด เข้าถือหุ้นในบริษัท 20%
- 30 เม.ย. 2558 บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (บริษัท เจเคเอ็น ไอเอ็มซี จำกัด ในปัจจุบัน)
- 11 ธ.ค. 2558 เปลี่ยนชื่อ บริษัท เจเคเอ็น ดิจิตอล จำกัด เป็น บริษัท เจเคเอ็น แอลเอสไอ จำกัด
ปี 2559
- 15 มิ.ย. 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น อนุมัติมติสำคัญ คือ
- แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด(มหาชน)”
- เปลี่ยนมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท ทำให้จำนวนหุ้นสามัญจาก 2 ล้านหุ้น เป็น 400 ล้านหุ้น
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 200 ล้านบาท เป็น 257.5 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 115 ล้านหุ้น พาร์ หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายประชาชนทั่วไป ทำให้มีหุ้นสามัญ 515 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท
- พ.ย. 2559 ได้รับสิทธิ์จาก National Broadcasting Company Universal (NBC) ผลิตและเผยแพร่รายการต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) รูปแบบภาษาไทย
ปี 2560 หุ้น JKN เข้า mai
- 23 ก.พ. 2560 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติสำคัญ คือ
- ลดทุนจดทะเบียน 257.50 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท โดยตัดหุ้นเพิ่มทุนที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากทุนจดทะเบียนของบริษัท
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 200 ล้านบาท เป็น 270 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 140 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท เสนอขายประชาชน ทำให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 270 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 540 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท
- 30 พ.ย. 2560 JKN เข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
ก่อนที่จะเป็นบริษัทจดทะเบียนนั้น JKN ก็คร่ำหวอดอยู่ในวงการคอนเทนต์มานานแล้ว และหลังจากที่จดทะเบียนในตลาด mai บริษัทก็มีการขยายตลาดต่างประเทศ และขยายธุรกิจที่ทำอยู่
ปี 2561
- ขยายตลาดการขายคอนเทนต์ไปต่างประเทศ ผ่านการร่วมงานฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มมาร์ท ที่ฮ่องกง
- ลงนามสัญญากับบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน) เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไทยช่อง 3 ไปตลาดต่างประเทศ ทั่วโลกยกเว้น จีน ฮ่องกง มาเก๊า กัมพูชา เวียดนาม พม่า
ปี 2562
- ต่อสัญญากับบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน) นำลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไทยช่อง 3 ไปทำตลาดและจำหน่ายคอนเทนต์ในตลาดต่างประเทศ โดยขยายให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ยุโรป แคนาดา และละตินอเมริกา
- นำรายการข่าวระดับโลก CNBC ภายใต้แบรนด์ JKN-CNBC ที่ดำเนินงานโดยบริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด บริษัทย่อย ออกอากาศทางาช่อง GMM 25
ปี 2563
- ลงทุนในหุ้นสามัญของ JKN Global Content Pte Ltd. บริษัทที่จัดตั้งใหม่ในประเทศสิงคโปร์ 9,254,937 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ดอลลาร์ รวมมูลค่า 9,254,937 ดอลลาร์
- ลดทุนจดทะเบียนใน JKN Global Content Pte Ltd. จาก 9,254,937 ดอลลาร์ เป็น 7,605,137 ดอลลาร์
- เปลี่ยนลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท เจเคเอ็น ไลฟ์ จำกัด จากเดิมประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ประเภทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ช่องรายการ JKN Dramax และให้บริการเวลาโฆษณา เป็น ให้บริการผลิตรายการ (Production Service) ให้เช่าสตูดิโอ ให้เช่าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ บริการจัดการงานอีเว้นต์ และบริหารจัดการศิลปิน ส่วนช่อง JKN Dramax ยุติออกอากาศทางช่อง PSI 159 ตั้งแต่ 15 ต.ค. 2563
- เปลี่ยนลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด จากเดิมประกอบธุรกิจผลิตรายการข่าวเศรษฐกิจ ภายใต้ชื่อ JKN CNBC ออกาอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลและสื่อออนไลน์ เป็นผลิตรายการข่าวภายใต้ชื่อสำนักข่าวเศรษฐกิจ JKN CNBC และสำนักข่าว JKN News ธุรกิจสถานีโทรทัศน์ผ่นดาวเทียม ประเภทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ช่องรายการ JKN TV และให้บริการเวลาโฆษณา เริ่มออกอากาศทาง PSI 86 ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2563
- จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ บริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบีทำธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เงินลงทุนไม่เกิน 27 ล้านบาท
- ย้ายไปจดทะเบียนใน SET วันที่ 12 พ.ย. 2563
ปี 2564
ลงทุนในบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด (DN) ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ ช่องนิว 18 จำนวน 50 ล้านหุ้น หรือ 100% ของหุ้นทั้งหมด มูลค่า 50 ล้านบาท และรับโอนสิทธิเรียกร้องในการรับชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ของ DN รวม 2,381.87 ล้านบาท
โดยบริษัทต้องชำระค่าตอบแทนการรับโอนสิทธิเรียกร้องนี้เป็นเงิน 1,055 ล้านบาท ให้เจ้าหนี้ของ DN รวมมูลค่าการลงทุน 1,060 ล้านบาท จากนั้นเปลี่ยนชื่อบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เป็น บริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จำกัด (JKN Best Life) และเปลี่ยนจากประกอบธุรกิจให้บริการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลอย่างเดียว เป็นขยายขอบเขตไปผลิตและจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย
และให้บริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จำกัด ลงทุนในบริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด (HS) ประกอบธุรกิจให้บริการผลิตรายการโทรทัศน์ พัฒนาระบบและบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อการแนะนำและขายสินค้าผ่านสื่อกลางหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ช่องนำสัญญาณผ่านระบบดาวเทียม ระบบเคเบิ้ล ระบบดิจิทัล ระบบเครือข่ายโทรคมนาคมอื่น ๆ
โดย HS มีบริษัทย่อยคือ บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง ทีวี จำกัด ทำธุรกิจให้บริการกิจการโทรทัศน์ ถือใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เพื่อให้บริการการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ผ่านช่องรายการ HIGH SHOPPING
ที่มา : รายงานประจำปี 2021 ของ JKN
ปี 2565
ซื้อกิจการทั้งหมดขององค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) จาก IMG Worldwide, LLC ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้น 100% โดย Endeavor Group Holdings, Inc. มูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 14 ล้านดอลลาร์ (ไม่เกิน 550 ล้านบาท) และสัญญาลิขสิทธิ์อีก 6 ล้านดอลลาร์ (ไม่เกิน 250 ล้านบาท) รวมมูลค่าลงทุนไม่เกิน 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท
พร้อมจัดตั้งบริษัท JKN Metaverse, Inc ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JKN ที่ถือหุ้น 100% รองรับการดำเนินธุรกรรมดังกล่าว
ตั้งเป้าหมายต่อยอดลิขสิทธิ์แบรนด์ Miss Universe ขับเคลื่อนการเติบโตให้กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ และผลักดัน JKN สู่การเป็นบริษัทคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ระดับโลก
ที่มา : https://classic.set.or.th
รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 1,804.91 ล้านบาท ส่วนปี 2565 มีรายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 994.14 ล้านบาท
กำไรสุทธิ ปี 2564 อยู่ที่ 173.58 ล้านบาท ครึ่งปีแรกของปี 2565 อยู่ที่ 76.56 ล้านบาท
พี่ทุยไปดูข้อมูล ที่ JKN นำเสนอผู้ลงทุนเอาไว้ในรายงานประจำปี และในงาน Opportunity Day ล่าสุดรอบวันที่ 26 ส.ค. 2565 ก่อนหน้าประกาศคว้าลิขสิทธิ์เวที Miss Universe เลยขอเอามาสรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับเป้าหมายและมุมมองธุรกิจของ JKN ดังนี้
เป้าหมายธุรกิจของ หุ้น JKN
- เป็นผู้นำด้านการนำเข้า และจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับโลกในไทย
- เป็นตัวแทนการเผยแพร่คอนเทนต์คุณภาพภายในประเทศไปสู่ระดับสากล
- สร้างการเรียนรู้และส่งเสริมวัฒนธรรมที่ดีผ่านคอนเทนต์ระดับโลก
มุมมองต่อธุรกิจของ JKN
1) ตั้งเป้าหมายให้ JKN18 เป็นสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีความนิยมของผู้ชม 1 ใน 10 ของประเทศ โดยจากแนวโน้มความนิยมในไตรมาส 2 ปี 2565 +6.73% จากไตรมาสแรก ปี 2565 ส่วนการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไตรมาส 2 ปี 2565 +8.20% จากไตรมาสแรก ปี 2565
2) บริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จำกัด ที่ขยายธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภค จะเน้นการสร้างความแข็งแกร่งในการสร้างแบรนด์ผ่าน CEO ของบริษัท ซึ่งก็คือคุณแอน-จักรพงษ์ และใช้กลยุทธ์การทำตลาดผ่านซูเปอร์สตาร์
3) บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด ทำหน้าที่เป็นดำเนินการด้านการขายผลิตภัณฑ์โฮมช็อปปิ้ง ผ่านเครือข่ายของ JKN TV โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ นำเสนอขายผ่านทางโทรทัศน์ โทรศัพท์ เว็บไซต์ และโซเชียล มีเดีย
4) บริษัท เอ็มเอ็น เบฟเวอเรจ รับจ้างผลิตเครื่องดื่มให้กับแบรนด์อื่น และเครื่องดื่มแบรนด์ JKN เอง โดยมียอดผลิตไม่ต่ำกว่า 8 ล้านขวดทุกเดือน
5) บริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี (เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ถือหุ้น 51% และ MN Beverage ถือหุ้น 49%) เป็นเจ้าของ จัดจำหน่ายและทำการตลาดเครื่องดื่มเอเชีย เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสมุนไพร และเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้แบรนด์ในกลุ่ม Cupid โดยจำหน่ายตามห้างค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ และที่สำคัญ JKN MNB ได้ใบอนุญาตผลิตเครื่องดื่มหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชง (ที่มา)
มุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อ หุ้น JKN
ถ้าไปดูมุมมองนักวิเคราะห์ที่มีต่อ JKN บทวิเคราะห์ล่าสุดที่เคยมีการจัดทำไว้และพี่ทุยค้นหาได้จากศูนย์รวมบทวิเคราะห์ใน settrade.com พบว่า บล.หยวนต้า เคยวิเคราะห์หุ้น JKN ไว้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีเรื่องการคว้าลิขสิทธิ์ Miss Universe โดยมีมุมมองสรุปได้ดังนี้
มองผลประกอบการจะกลับมาเติบโตช่วงครึ่งหลังปี 2565 หลังยอดขายธุรกิจขายสินค้าเพิ่มขึ้น ครอบคลุมต้นทุนค่าการตลาด ส่วนธุรกิจโทรทัศน์ จะได้ผลบวกจากการปรับผังและการฟื้นของเม็ดเงินโฆษณา
โดยประมาณการกำไรทั้งปี 2565 ล่าสุดที่ 171 ล้านบาท -5% จากปี 2564 (ลดลงจากประมาณการเดิม 17%)
มองว่า กำไรน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มพลิกฟื้นช่วงที่เหลือของปี
และมูลค่าพื้นฐานปี 2565 ของ JKN น่าจะอยู่ที่ 5.00 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร อิงราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) เฉลี่ย 20 เท่า และรวมเรื่องมูลค่าหุ้นที่ลดลงหลังเพิ่มทุนแล้ว
ที่มา : https://www.settrade.com/th/research/iaa-consensus/218399
การเคลื่อนไหวของราคา หุ้น JKN ในปี 2565
ราคาล่าสุด ณ วันที่ 26 ต.ค. 2565 ที่ประกาศซื้อลิขสิทธิ์เวที Miss Universe ได้ ราคาปิดตลาดที่ 4.46 บาท
โดยรวมแล้ว ก็ต้องบอกว่า การคว้าลิขสิทธิ์ Miss Universe สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการบันเทิงพอสมควร ส่วนวงการตลาดหุ้นนั้น ก็จะพบว่า ในวันที่มีข่าวนี้ออกมา ก็ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นนี้มากเช่นกัน จนทำให้ราคาขยับขึ้นไป ส่วนหลังจากนี้ ราคาหุ้นจะเป็นยังไงนั้น พี่ทุยมองว่าอยู่ที่ความคาดหวังของนักลงทุนที่มีต่อการต่อยอดลิขสิทธิ์นี้
ด้านอนาคตรายได้และกำไรของ JKN หลังจากนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ลิขสิทธิ์เวที Miss Universe จะเป็นตัวแปรสำคัญหนึ่งของการเติบโต เพราะคุณแอน-จักรพงษ์ มีการระบุไว้ว่า ได้ลิขสิทธิ์มาแล้วก็คงไม่ใช่แค่จัดประกวดนางงาม และให้สิทธิ์ถ่ายทอดการประกวด Miss Universe เท่านั้น แต่จะนำแบรนด์ Miss Universe มาต่อยอดการผลิตและการทำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคในทุกประเทศเพื่อสร้างการเติบโตให้ JKN ด้วย
ดังนั้น ก็คงต้องรอติดตามตอนต่อไปเกี่ยวกับการต่อยอดที่จะเกิดขึ้น
อ่านเพิ่ม