ญี่ปุ่นฟรีวีซ่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน?

ญี่ปุ่นฟรีวีซ่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน?

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • วันที่ 11 ต.ค. 2022 นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ต้องจองทริปผ่านบริษัททัวร์ ท่องเที่ยวได้ทุกสถานที่ เหมือนก่อนเกิดการระบาดของ COVID-19
  • GDP ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น เติบโต 3.5% (YoY) หลังผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 หนุนการบริโภคภายในและการลงทุนจากเอกชน แต่เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รัฐบาลต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ปี 2019 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุด 31.88 ล้านคน สร้างรายได้ 46,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีส่วนต่อตัวเลข GDP ปี 2019 ราว 7% คิดเป็น 359,000 ล้านดอลลาร์ จากการสำรวจความเห็นนักท่องเที่ยวพบว่าญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 หากมีการเปิดรับนักท่องเที่ยว 100%

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงในการเดินทางเยือนนิวยอร์ค สหรัฐฯ ว่าญี่ปุ่นจะยกเลิกการจำกัดจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องผ่านบริษัททัวร์หรือแบบมีไกด์ และรับฟรีวีซ่าท่องเที่ยวรายบุคคล มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2022 นักท่องเที่ยวชาวไทยก็เตรียมตัวได้เลย เพราะ “ญี่ปุ่นฟรีวีซ่า” เหมือนเดิม

เงื่อนไขท่องเที่ยวเก่า ก่อน “ญี่ปุ่นฟรีวีซ่า”

ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศที่ 50,000 คนต่อวัน จากโควิด-19 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าญี่ปุ่นได้ทั้งแบบมีไกด์และไม่มีไกด์เดินทางมาด้วย หากไม่มีไกด์ต้องให้บริษัททัวร์จองที่พักและตั๋วเครื่องบินให้ ต่อจากนั้นต้องยื่นขอวีซ่าระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน เพื่อการท่องเที่ยว และต้องใช้ใบรับรอง ERFS ซึ่งเป็นระบบสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นที่จะได้จากบริษัททัวร์เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า

ส่วนผู้ที่รับวัคซีนครบ 3 เข็ม โดยรัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดว่าต้องเป็น Pfizer, AstraZeneca, Moderna, Johnson & Johnson, Bharat Biotech และ Novavax สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยไม่ต้องแสดงเอกสารรับรอง RT-PCR ซึ่งมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. 2022 ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือรับไม่ครบ 3 เข็มตามเกณฑ์ จะต้องมีเอกสาร RT-PCR รับรองผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

ญี่ปุ่นฟรีวีซ่า มาตรการใหม่สำหรับคนไทย

กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยรายชื่อ 3 กลุ่มประเทศ ตามสถิติการพบเชื้อที่สนามบินพบว่าไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีเงื่อนไขเรื่องวัคซีน ไม่ต้องกักตัว และไม่ต้องตรวจ COVID-19 ที่สนามบิน

ดังนั้น นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ต้องจองทริปผ่านบริษัททัวร์ ท่องเที่ยวได้ทุกสถานที่ เหมือนก่อนเกิดการระบาดของ COVID-19 มากกว่านั้นค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามาก ๆ ก็เป็นโอกาสดีสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะได้ท่องเที่ยวด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง

เมื่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องการเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเพิ่มเติม!!!

ค่าเงินเยนที่อ่อนมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จนล่าสุดธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องแทรกแซงค่าเงินเยนด้วยการใช้ทุนสำรองซื้อเงินเยนในตลาดซื้อขายเงินตรา แท้จริงแล้วเป็นผลจากการที่ BOJ ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย โดยเฉพาะการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ -0.1% ในขณะที่ทั่วโลกเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็เป็นเพราะเงินเฟ้อไม่สูงมากและตัวเลขเศรษฐกิจยังไม่แกร่ง

ก่อนหน้านี้ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 2022 หดตัว 0.5% (YoY) จากนั้นไตรมาส 2 เติบโต 3.5% (YoY) ดีกว่าคาด 2.9% (YoY) ภายหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 หนุนการบริโภคภายในและการลงทุนจากเอกชน

อย่างไรก็ตามประมาณการเศรษฐกิจจาก BOJ เมื่อเดือน ก.ค. มองว่า GDP ปี 2022 จะเติบโต 2.2-2.5% ลดลงจากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 2.6-3.0% ส่วนประมาณการเงินเฟ้อ ปี 2022 ก็เพิ่มขึ้นมาที่ 2.2-2.4% จากก่อนหน้าที่ 1.8-2.0% ซึ่งล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อ เดือน ก.ย. ก็มาที่ 3.0% แล้ว นั่นหมายความว่าแม้เงินเฟ้อจะดูต่ำเทียบกับประเทศอื่นแต่ก็นับว่าสูงสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่เงินเฟ้อมากกว่า 1.5% แทบจะนับครั้งได้เลย

ส่วนนักวิเคราะห์ก็กังวลว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะส่งผลเสียต่อการบริโภคภายในที่กำลังฟื้นตัว

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากกว่า 90% ของความต้องการทั้งหมด ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนจึงทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้น BOJ จึงมีแนวโน้มต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินเฟ้อ แต่เศรษฐกิจก็ต้องแกร่งพอรับการขึ้นดอกเบี้ยได้ จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาคท่องเที่ยวสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น?

ปี 2019 ซึ่งเป็นปีก่อน COVID-19 ระบาด มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุด 31.88 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อนหน้า สร้างรายได้ 46,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีส่วนต่อตัวเลข GDP ปี 2019 ราว 7% คิดเป็น 359,000 ล้านดอลลาร์ 

ปี 2014 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 13.41 ล้านคน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนปี 2019 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดถึง 31.88 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าการเติบโตเช่นนี้จะช่วยหนุนเศรษฐกิจจึงผ่อนคลายการขอวีซ่า ยกเว้นภาษี พัฒนาระบบเดินทางในประเทศ

แต่ทุกอย่างก็ต้องชะงักไปเมื่อ COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก ก่อนที่ปี 2021 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 246,000 คน ซึ่งห่างไกลจากตัวเลข 31.88 ล้านคน ดังนั้นตอบได้เลยว่าการท่องเที่ยวจะเป็นอีกเครื่องยนต์หนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่น

และตอกย้ำความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากการสำรวจความเห็นนักท่องเที่ยว 12 ประเทศทั่วโลกของ Development Bank of Japan พบว่าญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 หากมีการเปิดรับนักท่องเที่ยว 100% นำห่างอันดับ 2 อย่างเกาหลีใต้ โดยมากกว่า 60% ของนักท่องเที่ยวชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ตั้งเป้าไปเที่ยวญี่ปุ่น

อ่านเพิ่ม

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile