"ที่ดินจริง vs ที่ดินดิจิทัล" อันไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน ?

“ที่ดินจริง vs ที่ดินดิจิทัล” อันไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน ?

4 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • การลงทุนในที่ดิน เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันนักลงทุนมีทางเลือกใหม่ นั่นคือการลงทุนในที่ดินดิจิทัล
  • ท่ามกลางกระแสคริปโต, Metaverse และ NFTs ที่กำลังมาแรง ทำให้ที่ดินดิจิทัลมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา 
  • ราคาของที่ดินดิจิทัลขึ้นอยู่กับความนิยมและจำนวนผู้เล่นที่เข้ามา ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

กระแสของ Cryptocurrency และ Metaverse ทำให้มีคนพูดถึงเรื่องของ “ที่ดิน” ที่มีการซื้อขายในบล็อกเชนมากขึ้น จนเป็นคำถามต่อเนื่องมาว่า ที่ดินจริง vs ที่ดินดิจิทัล นั้นต่างกันมากน้อยแค่ไหน อะไรคุ้มค่าแก่การลงทุนมากกว่ากัน

“ที่ดินดิจิทัล” คืออะไร ?

ที่ดินดิจิทัล หรือ ที่ดินเสมือนจริง (Virtual Land) เป็นที่ดินที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเราสามารถซื้อขายได้เหมือนที่ดินจริง แต่จะต้องใช้ Token ที่อยู่ในโลกเสมือนจริงนั้นเเทน

โดยปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงที่ฮิตมากที่สุดได้แก่ The Sandbox และ Decentraland นั่นเอง

The Sandbox เป็นโลก Metaverse ที่สร้างขึ้นบนบล็อกเชน Ethereum ที่ดินของ The Sandbox จะถูกเรียกว่า “LAND” ซึ่งมีจำนวนจำกัดอยู่ที่ 166,464 ผืน และมี Token ดั้งเดิมที่ใช้ในเกมคือ “SAND” 

ในขณะที่ Decentraland ก็สร้างขึ้นบน ERC-20 บนบล็อกเชน Ethereum เช่นเดียวกับ The Sandbox แต่ที่ดินใน Decentraland นั้นถูกเรียกว่า “Parcels” และมีจำนวนจำกัดอยู่ที่ 90,000 ผืนเท่านั้น แม้ว่าในอนาคตจะมีการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นก็ตาม Token ดั้งเดิมที่ใช้ในเกมคือ “MANA” 

ทั้งสองโครงการเป็นที่นิยมของนักลงทุนมากที่สุด นอกจากผู้เล่นจะสามารถซื้อขายที่ดินได้แล้ว ยังสามารถซื้อขายสะสม แต่งตัวให้กับ Avatar และเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ได้ ซึ่งนักลงทุนจะเลือกลงทุนอันไหนขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว

อ่านเพิ่ม

ทำไมคนต้องซื้อที่ดินดิจิทัลหรือที่ดินเสมือนจริง ทั้งที่จับต้องไม่ได้ ?

ปัจจุบันที่ดินดิจิทัลใน Metaverse มีการเติบโตอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมหลายจึงเลือกลงทุนในที่ดินดิจิทัลหรืออีกชื่อคือ “ที่ดินเสมือนจริง” แทนที่จะลงทุนในที่ดินจริงไปเลย

ประการแรกคือ ผลตอบแทนนั่นเอง ในปีที่ผ่านมาที่ดินดิจิทัลเหล่านี้มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก Republic Realm บริษัทอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงได้ซื้อที่ดินในเกมดิจิทัลจำนวน 259 ผืน โดยจ่ายเป็น Token MANA 1,295,000 Token นับเป็นมูลค่า 913,000 ดอลลาร์ เมื่อ ก.ค. 2564

นอกจากนี้ The Sandbox ได้ทำลายสถิติการขายอสังหาริมทรัพย์ Metaverse ที่แพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าถึง 4.3 ล้านดอลลาร์เมื่อ ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมาอีกด้วย และด้วยกระแส Metaverse และ NFT ที่กำลังมาแรง ทำให้นักลงทุนหลายคนมองเห็นโอกาสการทำกำไรจากโลกเสมือนนี้ 

ประการที่สองคือ นักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนจากที่ดินดิจิทัลได้ เราสามารถจัดกิจกรรมพิเศษหรืองานปาร์ตี้และเรียกเก็บเงินผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมได้อีกด้วย

และสุดท้าย นักลงทุนสามารถสร้างรายได้ประจำจากที่ดินดิจิทัลได้ โดยใช้ NFT บนที่ดินดิจิทัลและให้เช่าเป็นรายเดือน พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนให้เช่าโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดในโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง นี่เป็นเหตุผลที่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งสนใจในวงการนี้ เพราะสามารถซื้อสายตาจากผู้คนในโลกออนไลน์ได้

ดังนั้นเท่ากับว่าไม่ต้องรอขายที่ดินดิจิทัลที่มีเพื่อสร้างรายได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการลงทุนประเภทนี้คือ การลงทุนในที่ดินดิจิทัลกำลังเป็นกระแส ซึ่งราคาที่สูงขึ้นมาจากความนิยม จำนวนผู้เล่นที่เข้ามามากขึ้น ดังนั้นเราไม่มีทางรู้เลยว่า ราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะกลายเป็นฟองสบู่หรือไม่ และราคาที่เพิ่มขึ้นจะยั่งยืนหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ นักลงทุนจึงควรระมัดระวังในการตัดสินใจเป็นอย่างยิ่ง

"ที่ดินจริง vs ที่ดินดิจิทัล" อันไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน ?

การลงทุนในที่ดินจริง มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ?

แน่นอนว่าที่ดินจริง นอกจากจะนำไปลงทุนแบบเก็งกำไรได้และปล่อยให้เช่าเป็นรายได้รายเดือนได้เเล้ว นักลงทุนยังได้รับสิทธิประโยชน์เรื่องการลดหย่อนภาษี โดยสามารถนำดอกเบี้ยบ้าน หรือที่เรียกว่า ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อสร้างเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดถึงปีละ 100,000 บาทเลยทีเดียว

หากที่ดินที่ซื้อมาไม่สามารถขายหรือปล่อยเช่าได้ก็สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยได้ และข้อดีอีกอย่างคือ นักลงทุนสามารถนำที่ดินไปเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ ทำให้นักลงทุนได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง เมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อแบบที่ไม่มีหลักประกันด้วย 

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของอสังหาริมทรัพย์ก็คือ สภาพคล่องที่ต่ำนั่นเอง การซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน อีกทั้งยังมีราคาสูง ทำให้หาผู้ซื้อได้ยากกว่า นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ตามมา เช่น ค่าธรรมเนียม ซื้อขาย ค่านายหน้า รวมถึงหากมีที่ดินจำนวนมากก็จะต้องเสียภาษีที่ดินเเละสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งแตกต่างจากที่ดินดิจิทัล

"ที่ดินจริง vs ที่ดินดิจิทัล" อันไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน ?

ซึ่งตอนนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา ทั้งกระแส NFT ที่กำลังมาแรง บริษัท Facebook เปลี่ยนเป็น Meta และความสนใจของตลาดที่มุ่งเน้นไปที่ Web 3.0 ทำให้ที่ดินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกำไรได้ดีมากสำหรับนักลงทุนที่เข้ามาในตลาดรายแรก ๆ 

แต่ก็อย่าลืมว่าผลตอบแทนมาคู่กับความเสี่ยงเสมอ ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในที่ดินที่ดินจริงหรือที่ดินดิจิทัลต่างก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ก่อนการลงทุนพี่ทุยแนะนำว่าลองศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน จะลงทุนอะไรควรลงทุนในสิ่งที่ตัวเราเองเข้าใจน่าจะสิ่งที่ดีที่สุด จะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับความถนัด และความสามารถในการรับความเสี่ยงในรูปแบบที่แตกต่างกันนี่แหละ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile