วันนี้ (2 ก.ค. 2564) ทาง ก.ล.ต. ได้ออกมาประกาศว่า “ก.ล.ต. ไม่อนุญาต” ให้ Binance ทำธุรกิจในไทยได้ ด้วยการกล่าวโทษ ว่า Binance ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย ต่อกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอข้อมูลไปทาง Binance เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้รับการชี้แจงตั้งแต่เดือน เมษายน 2564
Binance คือใคร ใหญ่ขนาดไหน ?
Binance เป็นบริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Cryptocurrency ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายใน 1 วัน สูงถึง 17.3 พันล้านเหรียญ หรือปริมาณการซื้อขายประมาณ 5.6 แสนล้านบาทในวันเดียว (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564)
Binance เริ่มก่อตั้งในปี 2017 โดย Changpeng Zhao ชาวไต้หวัน ใช้เวลาไม่ถึง 4 ปี ในการไต่ขึ้นเป็นศูนย์ซื้อขายดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก ถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ซื้อขายที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดเลยทีเดียว ทั้งในด้านของจำนวนเหรียญที่สามารถเทรดได้ การให้บริการต่าง ๆ รวมถึงทางเลือกในการลงทุนอย่าง Derivatives Product อีกด้วย ซึ่งในไทยเองก็มีนักเทรดและนักลงทุนไม่น้อยที่ลงทุนผ่าน Binance
Binance โดนแบนในหลายประเทศ
ถึงแม้จะได้รับการยอมรับและมีการพัฒนาธุรกิจรวมถึงโปรดักส์ออกมาอย่างมากมาย Binance เป็นหนึ่งในศูนย์ซื้อขายที่ถูกแบนในหลาย ๆ ประเทศชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือในสหราชอาณาจักรเองก็ตาม เรื่องหลักที่โดนในหลายประเทศรวมถึงไทย คือ การไม่ให้ความร่วมมือในการแจกแจงข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงานธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า Binance มีโปรดักส์และการให้บริการมากมาย หนึ่งในสินทรัพย์ที่หลายฝ่ายกลัว คือ สินทรัพย์ Derivatives เพราะสินทรัพย์เหล่านี้มีความซับซ้อนสูง นักลงทุนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจการทำงานของ Derivatives นั้นอาจเกิดความเสี่ยงและความเสียหายอย่างมหาศาลได้
อีกสิ่งนึงที่หน่วยงานกำกับดูแลกลัว คือ ระบบ P2P ที่ผู้ใช้งานสามารถทำการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างกันเองได้โดยตรง เป็นหนึ่งในช่องทางที่ธุรกิจสีเทาหรือมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือ
“ก.ล.ต. ไม่อนุญาต” ให้ Binance ทำธุรกิจในไทย ส่งผลอะไรบ้าง ?
ในความเป็นจริงนั้นการแบน Binance ในหลายๆประเทศนั้นแทบไม่ได้ส่งผลอะไรมากเพราะเนื่องจากตัวเว็บไซต์หลักไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ๆ รวมถึงไทย ทำให้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการได้ตามปกติ อาจจะมีผลต่อราคาสินทรัพย์บ้างในช่วงที่ข่าวออก แต่ก็มีผลเพียงเล็กน้อยและชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนไทยหลายคนหันไปใช้ Binance เนื่องจากระบบการซื้อขายแบบ P2P ที่ช่วยทำให้แลกเงินเข้าไปลงทุนในโลกของคริปโทได้อย่างง่ายดาย ไร้ค่าธรรมเนียม ซึ่งหลังจากที่มีการกล่าวโทษ พี่ทุยไม่แน่ใจว่าทาง Binance จะปิดฟังก์ชั่นไม่ให้โอนจ่ายเป็นเงินบาทในกรณีซื้อขายแบบ P2P เลยหรือไม่
แต่การที่หลายๆประเทศออกมาแบนรวมถึงไทยนั้น เป็นการแสดงออกของหน่วยงานกำกับดูแลถึงจุดยืนและเตือนนักลงทุนที่ลงทุนให้เฝ้าระวัง และระมัดระวังตัวในการเทรดผ่านเว็บไซต์เหล่านั้น เพื่อสร้างความเข้าใจและความปลอดภัยของนักลงทุนทุกกลุ่ม
รายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ในประเทศไทย
ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker)
ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer)
ICO Portal
สุดท้ายนี้ถึงจะมีการเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต. แต่นักลงทุนไทยก็ยังสามารถซื้อขายผ่าน Binance ได้ดังเดิม นักลงทุนไทยยังคงมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย สามารถใช้ Leverage ในการเทรดได้ แต่ก็ควรทำความเข้าใจใน Product เหล่านี้ให้ดี เพราะโดยพื้นฐานแล้วราคาของ Cryptocurrency นั้นมีความผันผวนสูงอยู่แล้ว การนำ Leverage มาใช้จึงมีความเสี่ยงที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก
การเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต. นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในอนาคต ก.ล.ต. อาจมีแผนที่จะบล็อคหรือแบนเว็บไซต์ของศูนย์ซื้อขายที่ไม่มีใบอนุญาตในอนาคตก็เป็นได้ เหมือนที่เว็บไซต์อย่าง Pornhub ถูกแบน URL ในไทย จนเป็นกระแสฮือฮากันสักพัก การซื้อขายผ่าน Binance อาจติดขัดหรือกลายเป็นเรื่องยากในอนาคตก็เป็นได้เช่นกัน
รวมถึงอาจจะมีการติดตามข้อมูลการซื้อขายเพื่อเรียกเก็บภาษีในภายหลังได้อีกด้วย ซึ่งทำให้หลายคนอาจกังวลทั้งการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงเรื่องภาษีย้อนหลังที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่นักลงทุนหลาย ๆ คนกำลังกังวลไม่อยู่ไม่น้อยเช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม
![[สรุปโพสต์เดียวจบ] ทำไม "ก.ล.ต. ไม่อนุญาต" ให้ Binance ทำธุรกิจในไทย ?](https://www.moneybuffalo.in.th/wp-content/uploads/2021/07/สรุปโพสต์เดียวจบ-ทำไม-ก.ล.ต.-ไม่อนุญาตให้-Binance-ทำธุรกิจในไทย-_-WEB-1-scaled-e1668937650628.jpg)