ในบางจังหวะชีวิตก็อาจจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ เช่น โน้ตบุ๊กพัง โทรศัพท์มือถือเสีย ถ้าไม่จัดการก็ใช้ชีวิตต่อไม่ได้และยิ่งบีบคั้นหนักเข้าไปอีก ถ้าเราไม่มีเงินเก็บเอามาใช้จ่าย
ในเคสแบบนี้ พี่ทุยมักจะย้ำเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่าเราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้อย่างน้อย 3-6 เดือน ของค่าใช้จ่าย พูดง่าย ๆ คือว่า ถ้าเราไม่มีรายได้ใด ๆ เข้ามาเลย เราสามารถใช้ชีวิตไปได้อีก 3-6 เดือน แต่พี่ทุยก็เข้าใจอยู่ดีว่าเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน แล้วยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ก็เป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่!
ใครอยากอ่านหลักวางแผนการเงินตามแบบฉบับสากล เข้าไปอ่านได้เลย ที่นี่
วิธีนึงที่พี่ทุยมักจะใช้ในกรณีนี้ คือ การซื้อของเหล่านั้นด้วยการ “ผ่อนชำระ” เพื่อเป็นการชะลอรายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อรักษา “สภาพคล่อง” ในแต่ละเดือนให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งเดี๋ยวนี้เวลาซื้อสินค้าต่าง ๆ ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะผ่อนบัตรเครดิตได้เต็มที่ก็ 0% แค่ 10 เดือน
อย่างที่พี่ทุยบอกไปแล้วว่า การผ่อนชำระจะช่วยชะลอการจ่ายเงินให้กับเราได้ ทำให้แต่ละเดือนเรามีสภาพคล่องมากขึ้น ซึ่งการมีบัตรกดเงินด่วนติดมือเอาไว้ก็ถือเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดี มีไว้อุ่นใจ ฉุกเฉินเมื่อไหร่ก็หยิบมาใช้ได้ทันที
“บัตรเงินด่วน Xpress Cash” ธนาคารกสิกรไทย ช่วยทำให้เราชะลอการจ่ายเงินก้อน และทยอยผ่อนไปเรื่อย ๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องได้ แถมผ่อน 0% ได้นานสูงสุดนานถึง 36 เดือนกับร้านค้าที่ร่วมรายการ
นอกจาก “บัตรเงินด่วน Xpress Cash” จะช่วยเรื่องการผ่อนชำระสินค้าที่จะช่วยรักษาสภาพคล่องให้กับเราได้แล้ว “บัตรเงินด่วน Xpress Cash” จะสามารถรูดซื้อสินค้าที่ทุกร้านค้าที่มีเครื่องหมาย Union Pay ช่วยเสริมเรื่องความสะดวกให้กับเราได้ด้วย
แถม “บัตรเงินด่วน Xpress Cash” ยังกดเงินสดแบบฟรีค่าธรรมเนียม ได้ทุกตู้ที่มีสัญลักษณ์ ATM Pool และยังสามารถใช้ QR Code จากแอปพลิเคชั่น K PLUS ในการกดจากตู้ ATM กสิกรไทยได้ทั่วประเทศ และหลังจากที่กดเงินมาใช้เรียบร้อย พอถึงขั้นตอนของการชำระเงิน ก็ยังจ่ายยอดค้างชำระผ่านแอปพลิเคชั่น K PLUS ได้ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง อะไรจะสะดวกสบายขนาดนั้นเนี่ย!
ที่สำคัญ คือ สมัครได้ง่าย ๆ อนุมัติไว เพียงแค่มีเงินเดือน 15,000 บาทก็สามารถสมัคร “บัตรเงินด่วน Xpress Cash” จากธนาคารกสิกรไทยกันได้แล้ว
ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ สามารถสมัครได้ทั้งธนาคารกสิกรไทยทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสมัครผ่าน K-Contact Center โทร. 02-8888888 ได้เลย
สุดท้าย พี่ทุยขอเตือนว่าอย่าลืมคำนวณสัดส่วนการเป็นหนี้ที่เหมาะสมด้วย เพราะสัดส่วนที่เหมาะสม คือ เราไม่ควรมีภาระการผ่อนชำระทั้งหมดเกิน 40% ของรายได้ในแต่ละเดือน และควรบริหารความเสี่ยงควบคู่ไว้ด้วยเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการขาดสภาพคล่องในอนาคตได้ เพราะต้นทุนในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุมักจะถูกกว่าต้นทุนในการแก้ไขปัญหาเสมอ
ด้วยความปรารถนาดีจากพี่ทุยเอง