ทำไม “Warren Buffett” ไม่ติด TOP 5 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ปี 2020

ทำไม “Warren Buffett” ไม่ติด TOP 5 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ปี 2020

2 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • การจัดอันดับมหาเศรษฐีของโลก นับแต่ปี 2000 เป็นต้นมา “Warren Buffett” มีความมั่งคั่งติดอยู่ใน Top 5 ของโลกมาโดยตลอด และยังเคยขึ้นไปรั้งอันดับ 1 ได้ในปี 2008 แต่ในปัจจุบัน อันดับความมั่งคั่งของ Warren Buffett หล่นลงมาอยู่ในอันดับ 8 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 6.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ช่วงที่ผ่านมามูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เจ้าของบริษัทเหล่านั้นร่ำรวยขึ้น อาทิ Mark Zuckerberg ที่ความมั่งคั่งพุ่งจาก อันดับ 8 เมื่อปี 2019 มาอยู่อันดับ 4 ในตอนนี้ หรือ Steve Ballmer ที่กระโดดขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 จากปีก่อนที่อยู่ในอันดับ 11
  • “Warren Buffett” เลือกที่จะมองข้ามหุ้นเทคโนโลยีเหล่านี้ในหลาย ๆ ครั้ง เพราะมองว่าราคาหุ้นแพงมากเกินไป และเป็นธุรกิจที่เขาไม่เข้าใจเท่าใดนัก

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

ด้วยวัย 90 ปี ของนักลงทุนระดับตำนานของโลกอย่าง “Warren Buffett” เขาคือบุคคลที่ร่ำรวยมากติด Top 5 ของโลกมาโดยตลอด นับตั้งแต่ปี 2000 (จากการจัดอันดับของ Forbes) และเคยขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 เมื่อปี 2008 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 6.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โลกของเราถูกขับเคลื่อนด้วยธุรกิจการผลิตและซื้อมาขายไปเป็นหลัก ในขณะที่เทคโนโลยีการสื่อสารค่อย ๆ ยกระดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากยุคดอทคอม ซึ่งพอเทคโนโลยีเริ่มบูม ก็ก่อให้เกิดบริษัทเทคโนโลยีมากมายขึ้นมา และบริษัทเหล่านั้นก็กลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในทุกวันนี้

ย้อนกลับมาที่แนวทางการลงทุนของ Warren Buffett ทุกคนน่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่า เขาคือนักลงทุน “เน้นคุณค่า” (Value Investor) ขนานแท้ และเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเท่าปัจจุบัน การลงทุนส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ในบริษัทซึ่งเคยเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมต่าง ๆ เมื่อในอดีต อาทิ สถาบันการเงิน สายการบิน บริษัทผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึงธุรกิจด้านปิโตรเลียม

ในปี ค.ศ. 1986 เขาเคยเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway ไว้ว่า เขาเลือกที่จะลงทุนในธุรกิจที่เข้าใจง่าย และ หากธุรกิจ (ใด) มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป จะยากต่อการเข้าใจในธุรกิจนั้น เค้าจะไม่เลือกลงทุนหุ้นเหล่านั้นเลย แม้ว่าในปี ค.ศ. 2016 เขาจะเริ่มเข้ามาลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Apple ด้วยสัดส่วนมากที่สุดในพอร์ตราว 35% เพราะมองว่าสินค้าของ Apple คือสินค้าอุปโภคบริโภค แต่เมื่อเทียบกับการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นเทคโนโลยีรายอื่น ๆ แล้ว ทำให้อันดับความร่ำรวยของ Warren Buffett ถูกแซงหน้าโดยเจ้าของบริษัทเทคโนโลยียุคใหม่ จากที่ไม่เคยหลุด Top 5 ล่าสุด Warren Buffett รั้งอยู่ในอันดับ 8 ของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 6.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ขณะที่ 6 อันดับแรกของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกขณะนี้ เป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีถึง 5 ราย ไล่มาตั้งแต่ Jeff Bezos เจ้าของ Amazon, Bill Gates เจ้าของ Microsoft, Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook, Larry Ellison เจ้าของ Oracle และ Steve Ballmer ผู้ถือหุ้นและอดีตผู้บริหาร Microsoft โดยมีเพียง Bernard Arnault และครอบครัว ที่รั้งอยู่อันดับ 2 ของคนที่รวยที่สุดในโลก ซึ่งทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับหรู

ราคาของหุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่งในช่วง 4-5 ปีหลัง แม้จะดึงดูดนักลงทุนทั่ว ๆ ไปส่วนใหญ่ในตลาดให้หันกลับมามอง แต่กับปู่บัฟเฟตต์ เขามองว่าหุ้นเทคโนโลยีเหล่านี้แพงเกินไป

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของหุ้น Tesla ซึ่งมี Elon Musk เป็นเจ้าของและผู้บริหาร Tesla ในเวลานี้คือหนึ่งในหุ้นที่ร้อนแรงที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาหุ้น Tesla ค่อย ๆ ขยับขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 จากประมาณ 35 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นมาเป็น 350 เหรียญสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2017 ขณะที่ปู่บัฟเฟตต์เคยถูกถามว่า เขาจะเลือกลงทุนในหุ้นของ Tesla หรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ ไม่! และด้วยราคาหุ้น Tesla ที่พุ่งขึ้นมาราว 5 เท่าตัว ในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้ Elon Musk มีความร่ำรวยแซงหน้าปู่บัฟเฟตต์อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง จากการจัดอันดับของ Bloomberg Billionaires Index

แต่ล่าสุดความมั่งคั่งของปู่บัฟเฟตต์กลับมามากกว่า Elon Musk ราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเห็นว่าตัวเลขความร่ำรวยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตลอดเวลาตามมูลค่าของสินทรัพย์ที่แต่ละคนถือครอง สิ่งที่สำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขเหล่านี้ คือแนวคิดของนักลงทุนหรือผู้บริหารระดับโลก ที่แม้ว่าจะแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อดูในภาพรวมแล้ว ทุกคนล้วนแต่ประสบความสำเร็จ และคุ้มค่าที่จะเรียนรู้จากพวกเขาทั้งสิ้น ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply