“Starlink” โครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจาก Elon Musk

“Starlink” โครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจาก Elon Musk

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • SpaceX ซึ่งนำโดย Elon Musk ได้เริ่มต้นโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเป็นที่เรียบร้อย ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า Starlink โดย Elon Mask เริ่มพูดเกี่ยวกับโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2015 ก่อนจะเริ่มเสนอโครงการต่อ FCC ตั้งแต่ปลายปี 2016 จนในที่สุดก็ได้รับการอนุญาตแล้ว
  • “Starlink” ได้เริ่มต้นปล่อยดาวเทียม 60 ดวง ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นที่เรียบร้อย จากแผนที่จะนำขึ้นสู่อวกาศราว 12,000 ดวง ในอนาคต
  • ซึ่งไม่เพียงแต่ SpaceX เท่านั้นที่พยายามจะลงทุนกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม เพราะบริษัทอย่าง Amazon, Facebook และ Google ก็กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 5G ที่ว่ากันว่าการส่งผ่านข้อมูลโดยอินเทอร์เน็ตจะรวดเร็วกว่า 4G ถึง 20 เท่า ขณะที่ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของการสื่อสารในขณะนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การขยับจาก 4G ไปสู่ 5G เพียงเท่านั้น พี่ทุยจะพามาดูกันว่าทำไม Elon Musk จึงทำโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม โดยใช้ชื่อโครงการว่า “Starlink”

เพราะล่าสุด SpaceX ซึ่งนำโดย Elon Musk ได้เริ่มต้นโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเป็นที่เรียบร้อย ผ่านโครงการที่มีชื่อว่า Starlink โดย Elon Mask เริ่มพูดเกี่ยวกับโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2015 ก่อนจะเริ่มเสนอโครงการต่อ FCC (ทำหน้าที่คล้าย กสทช. ในประเทศไทย) ตั้งแต่ปลายปี 2016 จนในที่สุดก็ได้รับการอนุญาตแล้ว หากโครงการดำเนินการสำเร็จตามแผน SpaceX ก็มีโอกาสจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการสื่อสารรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีการคาดหมายกันว่ามูลค่าของธุรกิจจะพุ่งขึ้นไปสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในความเป็นจริงแล้ว ไอเดียในการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมีมาตั้งแต่ยุค 90 อาทิ บริษัทอย่าง Teledesic และ Iridium ซึ่งมีความพยายามจะทำอย่างที่ SpaceX กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้หลาย ๆ บริษัทในลักษณะนี้ต้องล้มหายไปในที่สุด และสิ่งที่แตกต่างไปของโครงการครั้งนี้กับโครงการในอดีต คือ เรื่องของต้นทุนในการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร รวมถึงความเร็วของอินเทอร์เน็ตในยุคนั้นที่คาดว่าจะทำได้เพียง 25 เมกะบิต ขณะที่ปัจจุบันน่าจะทำได้ถึง 1 กิกะบิต

ล่าสุดได้เริ่มต้นปล่อยดาวเทียม 60 ดวง ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นที่เรียบร้อย จากแผนที่จะนำขึ้นสู่อวกาศราว 12,000 ดวง ในอนาคต ประโยชน์ที่จะได้รับจาก Starlink คงหนีไม่พ้นโอกาสของประชากรอีกหลายพันล้านคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ รวมถึงในบางพื้นที่ของโลกที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ SpaceX เท่านั้นที่พยายามจะลงทุนกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม เพราะบริษัทอย่าง Amazon, Facebook และ Google ก็กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน

กลับมาพิจารณาถึงธุรกิจสื่อสารในขณะนี้กันบ้าง หากมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าธุรกิจเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัวค่อนข้างมากในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จากเดิมที่รายได้หลักของบริษัทเหล่านี้ มาจากค่า “บริการโทรศัพท์” และ “บริการส่งข้อความ” แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตแพร่หลาย รายได้ของบริษัทเหล่านี้ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นค่า “บริการอินเทอร์เน็ต” ขณะที่บริการโทรศัพท์และข้อความลดลงไปอย่างมาก เมื่อดูจาก 3 ผู้เล่นหลักในประเทศไทยอย่าง AIS, TRUE และ DTAC ต่างก็ยอมลงทุนมหาศาลเพื่อขยายเครือข่ายและแข่งกันประมูลคลื่นมาไว้ในมือ สิ่งที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจนี้เดิมทีมีลักษณะเป็นการแข่งขันที่มีผู้เล่นน้อยราย และก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ ในประเทศ ขณะที่ผู้เล่นจากต่างประเทศก็ติดข้อจำกัดในเรื่องของทรัพยากรที่สำคัญ คือ คลื่นความถี่ที่ใช้ในการสื่อสาร ซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศ และต้องได้รับอนุญาตจากภาครัฐเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจาก พ.ร.บ. กสทช. จะเห็นว่าได้มีการกำหนดให้ กสทช. มีอำนาจพิจารณาและกำกับดูแลการประกอบกิจการโดยใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ รวมถึงการออกหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการอนุญาต ทั้งใบอนุญาต การอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติเข้ามาให้บริการในประเทศ

แม้โครงการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมของ Elon Musk จะยังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน และแนวโน้มการเข้ามาแข่งขันจากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจะยังไม่ได้เห็นชัดเจนนัก แต่ด้วยโลกธุรกิจทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่อิงกับเทคโนโลยี คงจะไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการพัฒนาเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจที่คงอยู่ในปัจจุบัน

และจากบทเรียนต่าง ๆ ในอดีต ก็ทำให้เห็นมานักต่อนักแล้วว่า การคุกคาม (Disrupt) ของเทคโนโลยีมันรุนแรงแค่ไหน หากธุรกิจไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือ

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply