ทำไม “Bulb” ถึงเป็น Startup ของวงการพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุด ?

ทำไม “Bulb” ถึงเป็น Startup ของวงการพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุด ?

2 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • Startup สัญชาติอังกฤษรายหนึ่ง ซึ่งมีอายุเพียงแค่เกือบ 4 ปี แต่สามารถสร้างฐานลูกค้าเติบโตได้กว่า 1.3 ล้านครัวเรือน และได้ชื่อว่าเป็น Startup ที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2015 – 2018 ชื่อของเขาคือ “Bulb”
  • นอกจากพลังงานที่นำเสนอจะเป็นพลังงานสะอาดแล้ว สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้บริการไฟฟ้าของเขาก็คือค่าใช้จ่ายที่ถูกลงกว่า 150 ปอนด์ต่อปี จากค่าเฉลี่ยของ 6 บริษัทผู้นำเดิม
  • เป้าหมายของ “Bulb” คือธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะต้องสามารถรองรับการใช้บริการของลูกค้าหลายล้านครัวเรือน สำหรับเป้าหมายในปี 2019 นี้เขาตั้งเป้าที่จะเพิ่มฐานลูกค้าอีก 1 ล้านครัวเรือนด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

‘Making energy better, together’ คือความมุ่งมั่นของ Startup สัญชาติอังกฤษรายหนึ่ง ซึ่งมีอายุเพียงแค่เกือบ 4 ปี แต่สามารถสร้างฐานลูกค้าเติบโตได้กว่า 1.3 ล้านครัวเรือน และได้ชื่อว่าเป็น Startup ที่เติบโตเร็วที่สุดในช่วงปี 2015 – 2018 ชื่อของเขาคือ “Bulb” นั่นเอง ซึ่งอาจไม่ได้เป็นที่คุ้นหูมากนักในประเทศไทย ด้วยฐานธุรกิจที่จัดอยู่ในกลุ่มสาธารณูปโภค คือ เป็นผู้ให้บริการไฟฟ้า โดยมีฐานลูกค้าหลักอยู่ในสหราชอาณาจักร และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมหานครลอนดอน

ทำความรู้จักกับ “Bulb” Startup ของวงการพลังงาน

ย้อนกลับไปในปี 2015 ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการจะแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมไฟฟ้าดั้งเดิม ซึ่งสองผู้ก่อตั้งอย่าง Hayden Wood และ Amit Gudka เชื่อว่าเป็นการให้บริการที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ราคาก็แพง แถมยังเป็นพลังงานที่ทำลายโลกเสียอีก

สิ่งที่นำเข้ามาเสนอให้กับลูกค้าคือ ‘ง่ายกว่า (Simpler)’ ที่จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้ากับ Bulb รวมถึงการให้บริการต่อจากนั้น ‘ถูกกว่า (Cheaper)’ ด้วยอัตราค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากปกติราว 20% และ ‘สะอาดกว่า (greener)’ ด้วยการให้บริการจากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น

วันหนึ่งในขณะที่ Hayden กำลังนั่งมองกังหันลม (Wind Turbine) ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของลอนดอน เข้ารู้สึกขึ้นมาได้ว่าหากหวังจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงาน กังหันลมเพียงหนึ่งอันก็คงจะสร้างอิมแพคเพียงเล็กน้อย แต่หากสร้างเครือข่าย Energy Supplier ขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ มันจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน

ขณะเดียวกัน Hayden ยังพบว่า ผู้บริโภคส่วนมากรู้สึกไม่ประทับใจกับการบริการของผู้จำหน่ายไฟฟ้าดั้งเดิม แต่พวกเขาก็ยังคงใช้บริการอยู่แบบนั้น เพราะคิดว่าการจะเปลี่ยนไปใช้บริการกับเจ้าใหม่เป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่ง Hayden มองว่านี่คือโอกาสของเขา เพราะในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงมันไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มระดมทุนจากเพื่อนและญาติด้วยโมเดลผ่าน Excel และ PowerPoint เพื่อระดมเงินทุนก้อนแรกจำนวน 1.3 ล้านปอนด์ ก่อนที่รายได้ของบริษัทจะพุ่งขึ้นไปแตะ 1.3 พันล้านปอนด์ ในปัจจุบันเป็น 1 ใน 70 บริษัทขนาดเล็กที่ก้าวขึ้นมาแข่งกับ 6 ผู้นำในธุรกิจพลังงานของสหราชอาณาจักร โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 5% เทียบกับผู้นำอันดับหนึ่งอย่าง British Gas ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 19% จากมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมพลังงานที่ประมาณ 5.4 หมื่นล้านปอนด์

นอกจากพลังงานที่นำเสนอจะเป็นพลังงานสะอาดแล้ว สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้บริการไฟฟ้าของเขาก็คือค่าใช้จ่ายที่ถูกลงกว่า 150 ปอนด์ต่อปี จากค่าเฉลี่ยของ 6 บริษัทผู้นำเดิม ค่าบริการที่ถูกกว่าเกิดมาจากการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงาน หลังจากนั้นบริษัทก็สามารถส่งผ่านต้นทุนที่ลดลงนี้ไปยังผู้บริโภคได้

มีการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญกันไว้ว่า การลดลงของค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการดั้งเดิมลำบากมากขึ้น แต่ก็กลับเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการรายเล็กซึ่งมีต้นทุนพนักงานที่ต่ำกว่า และค่าบริการที่ต่ำกว่า

และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะต้องสามารถรองรับการใช้บริการของลูกค้าหลายล้านครัวเรือน สำหรับเป้าหมายในปี 2019 นี้เขาตั้งเป้าที่จะเพิ่มฐานลูกค้าอีก 1 ล้านครัวเรือน ความสำเร็จของเขาที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากการโฟกัสไปที่ประโยชน์ของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ได้ใช้พลังงานสะอาด ในราคาที่ถูกลง ขณะเดียวกันพนักงานก็ได้รู้สึกถึงอิมแพคจากสิ่งสิ่งนี้ที่กำลังทำ ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมของโลกใบนี้ดีขึ้นตามไปด้วย

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply