โมโน กรุ๊ป บริษัททีวีดิจิตอล ชื่อดัง เจ้าของช่อง MONO 29 ที่มีเรตติ้งอันดับ 3 ได้มีประกาศเลิกจ้างพนักงานอย่างกระทันหัน โดยคาดว่า “MONO ปลดพนักงาน” สูงถึง 200-300 คน จากปริมาณพนักงานทั้งหมดกว่า 1,000 คน หรือคิดเป็น 20-30% เลยทีเดียว
เรตติ้งช่อง MONO 29 เดือน ม.ค.- ส.ค. ปี 2562
MONO 29 ขึ้นเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มทีวีดิจิทัล โดยอันดับ 1 เป็นของ ช่อง 7 อันดับ 2 เป็นของ ช่อง 3 และอันดับ 4 เป็นของ Workpoint
สิ่งที่เป็นตัวชูโรงให้ MONO 29 แจ้งเกิดและขึ้นเป็นอันดับ 3 ได้นั้น มาจาก “หนังดี ซีรีส์ดัง” ที่ทาง MONO เองไปกวาดลิขสิทธิ์จากค่ายหนังดังฟอร์มยักษ์กว่า 4 ค่าย ไม่ว่าจะเป็น วอลท์ดิสนีย์, พาราเมาท์, วอเนอร์บราเธอส์ และ ยูนิเวอร์แซล และเล็งจัดหนังเหล่านี้ไว้อยู่ในช่วงไพรม์ไทม์ติดต่อกันในช่วง 6 โมงเย็น จนถึง 5 ทุ่ม
โดยทาง MONO ใช้งบไปกว่า 1,000 – 1,200 ล้านบาทในการลงทุนกับคอนเทนต์เหล่านี้ โดย 70% เป็นลิขสิทธิ์ที่ซื้อมา และอีก 30% เป็นสื่อที่ผลิตเอง
รายได้ 5 ปีย้อนหลังของ MONO
บมจ. โมโน เทคโนโลยี จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และได้ย้ายเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2558 รายได้ย้อนหลังของ MONO
2558 – รายได้ 1,925 ล้านบาท ขาดทุน 486 ล้านบาท
2559 – รายได้ 2,112 ล้านบาท ขาดทุน 249 ล้านบาท
2560 – รายได้ 2,575 ล้านบาท กำไร 58 ล้านบาท
2561 – รายได้ 2,512 ล้านบาท ขาดทุน 159 ล้านบาท
2562 (3 ไตรมาสแรก ม.ค. – ก.ย.) – รายได้ 1,710 ล้านบาท ขาดทุน 385 ล้านบาท
โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทยังอยู่ในสภาวะขาดทุน โดยมีปี 2560 ปีเดียวเท่านั้นที่พลิกกลับมากำไร
โครงสร้างรายได้ของ MONO
บมจ.โมโน เทคโนโลยี หรือ โมโนกรุ๊ป นั้น มีบริษัทย่อยอยู่ในเครือราว ๆ 10 บริษัท โดยรายได้หลักของปี 2562 นั้นมากจากช่อง MONO 29 เป็นส่วนใหญ่ มีรายได้จาก สปอนเซอร์ชิป โมโนแม็กซ์ ทีวีชอปปิ้ง และ ภาพยนตร์
โดยแบ่งได้ดังนี้ สื่อโฆษณา (Advertising Revenues) 76.92% , สมัครรับข้อมูลข่าวสารและบันเทิง (Subscription Revenues) 6.46%, สปอนเซอร์ชิป (Sponsorships Revenues) 9.48% รายได้อื่น ๆ 7.13%
สถานการณ์ปัจจุบันของ MONO
ในปัจจุบัน MONO มีเรตติ้งอยู่อันดับ 3 แต่มีราคาโฆษณาเพียง 1 ใน 3 ของช่อง 7 และช่อง 3 เท่านั้น จึงอาจเป็นช่องทางในการขยับขยายค่าโฆษณาให้สูงขึ้นในอนาคตได้
ถึงแม้ภาพรวมบริษัทจะยังขาดทุนอยู่ และบางธุรกิจจะประสบปัญหาอย่างรายได้จากโฆษณาลดลง 7.85% และ รายได้จากการให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือจะลดลงถึง 52% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2562 แต่บริการ MONOMAX วีดีออนไลน์นั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยมีการเติบโตถึง 30% และมีรายได้จาก Sponsorship เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า
ผลกระทบหลัก ๆ เลยคือ เม็ดเงินในตลาดโฆษณาบนสื่อทีวีมีแนวโน้มที่จะลดลง จากผลกระทบของธุรกิจใกล้เคียง (Disruption) ของสื่อออนไลน์ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Youtube ก็ตามที่จะทำให้งบโฆษณาต่อทีวีดิจิตอลลดลง และสื่อออนไลน์ต่างประเทศเหล่านี้ได้ประโยชน์ในมุมของภาษีจึงมีต้นทุนที่ถูกกว่าและได้เปรียบในการแข่งขัน รวมไปถึงคู่แข่งขันที่เป็นสตรีมมมิ่ง (Streaming) ต่าง ๆ เช่น Netflix Disney+ ฯลฯ ที่ต่างก็ขยันกันแย่งเวลานอนจากผู้บริโภคอยู่กันอย่างดุเดือด
การปรับกลยุทธ์ของ MONO
เนื่องจากหลาย ๆ ธุรกิจที่เจอปัญหาแล้วมีแนวโน้มในอนาคตไม่ดี โมโน กรุ๊ป ก็มีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ และอาจนำธุรกิจบางประเภทออกไป เช่น บริษัท T Moment ที่ผลิตภาพยนตร์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจจองห้องพักออนไลน์ และ Mobile Value Added Services (MVAS) ที่กำไรขาดทุนอยู่
นอกจากจะยุบธุรกิจที่กำลังร่อแร่แล้ว ก็ยังควบคุมรายจ่ายและลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลง ไม่ว่าจะเป็นลดงบการตลาด ลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ และ ลดพนักงานลงเป็นจำนวนมาก เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม เพราะปกติแล้วต้นทุนจากค่าลิขสิทธิต่าง ๆ ก็มีตัวเลขค่อนข้างสูงอยู่แล้ว
ปรับราคาโฆษณาเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับเรตติ้งในปัจจุบัน โดยทาง MONO มีแผนที่จะปรับราคาโฆษณาให้สูงขึ้นจากเดิม 2 เท่า เพราะเมื่อเทียบค่าโฆษณาในปัจจุบันของ MONO ยังถูกกว่า 2 อันดับแรกถึง 3 เท่า และรายได้จะการเพิ่มขึ้นของโฆษณานี้จะช่วยให้รายได้รวมเติบโตขึ้น โดยคาดว่าปี 2563 จะมีเป้ารายได้อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท โดยที่คาดว่ารายได้ของปี 2562 จะอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท
Comment