ทำความเข้าใจ “ภาษีผ้าอนามัย” ที่ไทยเป็นอยู่ในปัจจุบัน

3 min read    Money Buffalo

ฉบับย่อ

  • ข่าวจัดเก็บภาษีผ้าอนามัยในอัตราที่สูงไม่เป็นความจริง ในไทยผ้าอนามัยจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • โดยทั่วไปผู้หญิงเสียเงินไปกับผ้าอนามัยประมาณ 2,160 บาท ต่อปี
  • ตลาดผ้าอนามัยมีขนาดใหญ่ถึง 5,300 ล้านบาท แต่ก็ยังมีผู้หญิงไทยที่อาจจะยังไม่เข้าถึงและได้รับการดูแลสุขลักษณะที่ดีเท่าที่ควร
  • ในหลายประเทศมีการยกเลิกภาษีผ้าอนามัยและบางประเทศมีการแจกผ้าอนามัยฟรีเพราะเป็นสิ่งจำเป็น

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

หลังจากที่เป็นประเด็นการจัดเก็บ “ภาษีผ้าอนามัย” เพิ่มจากโฆษกพรรคเพื่อชาติ จนมีการถกเถียงอย่างร้อนแรงจนติดอันดับ 1 Twitter ไปนั้น ล่าสุดกรมสรรพสามิตก็ได้มีการออกมาสรุปแล้วว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง

ซึ่งสำหรับผู้หญิงนั้นผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขอนามัย และในไทยเรานั้นผ้าอนามัยถูกจัดเป็นสินค้าควบคุมมีการควบคุมราคา และถูกจับเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่ากับสินค้าปกติอื่น ๆ

ผู้หญิงไทยเสียค่าใช้จ่ายไปกับผ้าอนามัยประมาณเท่าไหร่ ?

ผ้าอนามัยมีหลากหลายรุ่น หลายแบบซึ่งก็มีราคาแตกต่างกันไป โดยผ้าอนามัยแบบกลางวันแบบปกตินั้นมักจะมีราคาที่ถูกกว่าแบบกลางคืนที่ต้องการดูแลที่มากกว่า โดยเฉลี่ยแล้วผ้าอนามัยแบบปกติตกชิ้นละ 5 บาท (ไม่รวมแบบที่มีสรรพคุณเสริม) เพื่อสุขอนามัยที่ดีผ้าอนามัยควรเปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมง เท่ากับว่าใน 1 วันจะต้องใช้ผ้าอนามัย 6 ผืน ใน 1 เดือนมีประจำเดือนเฉลี่ย 6 วัน 

เท่ากับว่าในเดือนผู้หญิงต้องมีค่าใช้จ่ายจากผ้าอนามัยสูงถึง
รายจ่ายต่อเดือน 6 x 5 x 6 = 180 บาทต่อเดือน
รายจ่ายต่อปี 180 x 12 = 2,160 บาทต่อปี

นี่เป็นเพียงตัวเลขเฉลี่ยเท่านั้นยังไม่รวมผ้าอนามัยที่มีนวัตกรรมที่ดี มีคุณสมบัติพิเศษที่จะมาราคาสูงมากกว่านี้ และยิ่งผู้หญิงหลาย ๆ คนมีประจำเดือนที่มากกว่าปกติ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษที่มากกว่า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว

ส่องตลาดผ้าอนามัยในไทย

มูลค่าตลาดผ้าอนามัยไทย 5,300 ล้านบาท มีการเติบโตปีละ 3-5% ต่อปี มียอดขายสูงถึง 140 ล้านชิ้น/เดือน อันดับ 1 เป็นยี่ห้อ โซฟี ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 50% ตามมาด้วย ลอริเอะ 37% และอันดับ 3 คือ โมเดส 10%

ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 66.4 ล้านคน เป็นเพศหญิงประมาณ 33.8 ล้านคน เป็นช่วงอายุที่มีประจำเดือน (อายุ 13-55 ปี) ประมาณ 20.7 ล้านคน ใน 1 ปีนั้นมียอดขายผ้าอนามัย 1,680 ล้านชิ้น เท่ากับว่าผู้หญิงไทย 1 คนจะใช้ปีละ 81 ชิ้นต่อปี หรือ 6-7 แผ่นต่อเดือน ซึ่งแม้เราจะรวมทางเลือกอื่น ๆ ในการดูแลตัวเองในช่วงมีประจำเดือนนอกจากผ้าอนามัย แต่ตัวเลขเหล่านี้ก็ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงไทยหลาย ๆ คนไม่ได้รับกำลังและสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยในจำนวนที่เหมาะสมต่อสุขอนามัยที่ดี

การลดภาระทางภาษีหรือการสนับสนุนให้มีผ้าอนามัยแจกฟรีจึงอาจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผ้าอนามัยไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือนแต่เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อผู้หญิง

เปรียบเทียบภาษีผ้าอนามัยในต่างประเทศ

ในไทยผ้าอนามัยถูกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าสินค้าทั่วไป โดยเก็บภาษีในอัตรา 7% (อาจมีการปรับเพิ่มในอนาคต) สำหรับในต่างประเทศผ้าอนามัยถูกจัดหมวดหมู่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและถูกจัดเก็บภาษีที่สูงเทียบเท่าบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทำความเข้าใจ "ภาษีผ้าอนามัย" ที่ไทยเป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลาย ๆ ประเทศก็ได้มีการเรียกจนในปัจจุบันผ้าอนามัยก็ปลอดภาษีไปแล้ว หรือบางประเทศอย่างอังกฤษที่มีการเก็บ “ภาษีผ้าอนามัย”อยู่แต่ก็ได้มีการจัดสรรเป็นพิเศษให้เงินส่วนนี้ไปดูแลกิจกรรมต่างด้านสตรีโดยเฉพาะ และบางประเทศอย่างสก็อตแลนด์ก็มีการแจกจ่ายผ้าอนามัยให้แก่ประชาชนโดยตรง ในด้านของ Spain และ Switzerland ก็มีแผนจะลดภาษีลงเช่นกัน โดยในสเปนลดจาก 10% เหลือ 4% และใน Switzerland ลดจาก 7.7% เหลือ 2.5%

จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทย แต่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็มีมุมมองแนวคิดต่อสิทธิสตรีและความสำคัญของผ้าอนามัยไปในทิศทางที่ค่อนข้างคล้ายกันดังนั้นการที่ประเทศไทยจะให้ความสำคัญ และช่วยเหลือในส่วนนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อย ๆ ถึงแม้รัฐบาลไม่นำเงินมาสนับสนุนช่วยเหลือในด้านนี้ แต่ก็ยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการลดหรือยกเลิก “ภาษีผ้าอนามัย” ส่วนนี้ให้กับผู้หญิงไทย

สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือพฤติกรรมในการเล่นโซเซียล รวมถึงพฤติกรรมการเสพข่าวโดยเฉพาะข่าวที่มีเกี่ยวกับประเด็นร้อนทางด้านการเมือง มักจะไม่มีการไตร่ตรองและหาแหล่งที่มาที่ไปของข่าวอย่างชัดเจน แต่ถ้าข่าวนั้นก่อให้เกิดผลลบกับอีกฝ่ายหนึ่ง ก็พร้อมจะแชร์และคอมเม้นต์โดยทันที ซึ่งด้วยพฤติกรรมลักษณะนี้ทำให้ ข่าวปลอม (Fake News) ยิ่งทำงานได้ดีมากเท่านั้น ณ ปัจจุบันข่าวปลอมกำลังส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตขอคนไทยอย่างหนัก ซึ่งสำนักข่าวและสื่อต่าง ๆ ก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการกรองข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่เช่นกัน

รูปบน ของ desktop
รูปล่าง ของ mobile

Comment

Be the first one who leave the comment.

Leave a Reply