“ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป” วันนี้พี่ทุยไม่ได้จะมาจะมาสอนธรรมมะ แต่อุปมาให้เห็นภาพเฉย ๆ ว่า ในโลกไฮสปีดทุกวันนี้ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนเลย แม้ว่าจะใช้เวลาเชิงปริมาณราว 365 วันในการหมุนรอบตัวเองเท่าเดิมก็ตาม อะไรที่คนกำลังฮิตกันก็อาจจะเลิกฮิตได้อย่างรวดเร็ว แค่ข้ามวันก็มีให้เห็นกันแล้ว และอะไรที่เห็นว่าดูยิ่งใหญ่เเข็งแรง อาจจะเปราะบางกว่าที่เราคิดก็ได้นะ และอะไรที่ยิ่งใหญ่แข็งแรงที่พี่ทุยพูดถึงก็คือ กิจการระดับโลกอย่าง McDonald’s ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แล้ว “McDonald’s วิกฤตขาดทุน” ซึ่งตอนนี้ขาเตียงของเค้าเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย สาขาในประเทศต่าง ๆ เช่น ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ก็เริ่มทยอยกันปิดตัวลง การไปเปิดสาขาในเวียดนามก็ไม่ค่อยเวิร์ค McDonald’s ในไทยก็มีปัญหาไม่น้อยหน้าประเทศอื่น ๆ เพราะกำไรลดลงติด ๆ กัน 3 ปีซ้อน จนต้องทยอยปิดสาขา ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจกันว่า ทำไมร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เป็นที่นิยมมาเกือบร้อยปี ถึงกร่อยลงในช่วงหลายปี มาดูหลายประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดและประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจของร้าน McDonald’s กันก่อน
รู้มั้ยว่า… McDonald’s ไม่ใช่ชื่อของเจ้าของ
เมื่อได้ยินชื่อร้าน แทบทุกคนคงคิดว่าเป็นชื่อเจ้าของ แต่จริง ๆ แล้ว เจ้าของ McDonald’s ที่กระจายอยู่ทั่วโลกชื่อว่า “Ray Croc” ส่วน McDonald’s ที่เป็นชื่อร้าน เป็นชื่อของผู้ก่อตั้ง ซึ่งก็คือ พี่น้องแมคโดนัลด์ McDonald’s 2 คน ร้านแรกเกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า แซนเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤษภาคม 1940 McDonald’s ร้านแรกเป็นร้านเล็ก ๆ แบบ Drive-Through ใช้เวลาก่อสร้างแบบรีบร้อนแค่ประมาณ 2 วันเท่านั้น และไม่มีโต๊ะให้นั่งกินที่ร้านสักโต๊ะ
ถ้าคนสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ ต้องสะดุดตากับปีที่ร้านแห่งแรกก่อตั้งแน่นอน เพราะปี 1940 นั้น เป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มปะทุขึ้นพอดี (สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 1939 และสิ้นสุดลงเมื่อปี 1945) พี่ทุยขอเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในช่วงนั้นเรื่องนึงว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น เนื้อสัตว์เป็นอะไรที่ขาดแคลนมากจนถึงขนาดเริ่มมีการซื้อขายกันในตลาดมืด ด้วยเหตุผลที่ว่า ช่วงนั้นสหรัฐอเมริกาต้องส่งเสบียงอาหารให้กับกองทัพอังกฤษและรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรในฝ่ายสัมพันธมิตร อีกทั้งยังขาดแคลนเเรงงานทำปศุสัตว์ เพราะเกณฑ์คนจำนวนมากไปเป็นทหารแล้วนั่นเอง
จนทางรัฐบาลต้องจัดตั้งคณะกรรมการว่าด้วยนิสัยการบริโภค เหตุผลก็เพราะว่า เมื่อเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ถูกขนไปเป็นเสบียง ส่วนที่เหลือจึงมีแค่ เครื่องในสัตว์น่ะสิ ปัจจุบันนี้ เครื่องในสัตว์อาจจะเป็นที่นิยม แต่สำหรับชาวอเมริกันในช่วงปี 1940 แล้ว หลายคนยอมอดอาหารถ้าจะต้องกินเครื่องในสัตว์เลยทีเดียว ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ร้านขายแฮมเบอร์เกอร์อย่าง McDonald’s จะไม่เป็นที่นิยมเพราะเรื่องของการขาดแคลนวัตถุดิบนั่นเอง
จนสงครามสิ้นสุด เมื่อปี 1948 McDonald’s ก็ได้ปิดเพื่อพัฒนาปรับปรุงเป็นเวลา 3 เดือนและเมื่อเปิดใหม่ก็ปังกว่าเดิม จนไปเข้าตานักขายมืออาชีพอย่าง Ray Croc ซึ่งที่จริงแล้ว เค้าคือเซลล์แมนที่มาขายเครื่องปั่นนมให้เนี่ยแหละ แต่ Ray Croc เห็นแววของ McDonald’s เลยขอซื้อกิจการในปี 1954 และเมื่อปี 1955 McDonald’s สาขาแรกก็เปิดขึ้นมา
รู้มั้ยว่า… McDonald’s เป็นร้านต้องห้ามของหลายประเทศ
กลับมาที่ปัจจุบันกันบ้าง ในไทยเรา มีร้าน McDonald’s อยู่ในทุกย่านเเละแทบทุกห้างสรรพสินค้า แต่สำหรับบางประเทศแล้ว McDonald’s ถือเป็นสิ่งต้องห้ามเลย เช่น
ประเทศแถบเบอร์มิวด้า เพราะมีกฏหมายห้ามค้าอาหารฟาสต์ฟู้ด
ประเทศเยเมน ประกาศเป็นอริกับใครก็ตามที่เปิด McDonald’s
ประเทศเกาหลีเหนือ ที่ค่อนข้างปิดตายอย่างที่เรารู้
ประเทศอิหร่าน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศไม่ค่อยโอเคนัก
ส่วนในหลายประเทศ ไม่ได้มีข้อห้ามในการเปิดร้าน McDonald’s หรอก แต่เมื่อเปิดไปแล้วขาดทุนย่อยยับจนต้องถอยทัพกลับมา เช่น ประเทศซิมบับเว เพราะเศรษฐกิจของเค้าพังทลาย คนไม่มีกำลังซื้อ ประเทศมาซิโดเนีย ประเทศโบลิเวีย เพราะคนไม่ชอบไปต่อแถวตอนกลางวันเพื่อซื้อแฮมเบอร์เกอร์ และใกล้ ๆ เราก็คือ ประเทศเวียดนาม ซึ่ง McDonald’s มีแผนจะขยายสาขาไปถึงร้อยสาขาใน 10 ปี แต่ผ่านมาเกิน 5 ปีแล้วยังขยายสาขาได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ สาขาแรกที่เวียดนามเพิ่งเปิดขึ้นในปี 2014 ที่ผ่านมานี้เอง ในขณะที่ฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอีกเจ้าอย่าง KFC ประสบความสําเร็จมากกว่า อาจจะเพราะว่าอาหารของ KFC เข้ากับวิถีชีวิตของชาวเวียดนามมากกว่า เนื่องจากมีเมนูข้าวส่วน McDonald’s เน้นไปที่เบอร์เกอร์ อีกทั้งราคาก็แพงกว่าอาหารทั่วไปในเวียดนามถึงกว่าเท่าตัว
ด้วยวัฒนธรรมการกินที่แตกต่าง เพราะชาวเวียดนามชอบกินอาหาร Street Food (แบบนั่งเก้าอี้เตี้ย ๆ เหมือนเก้าอี้ซักผ้าบ้านเราเลย) และรสนิยมการกินจึงทำให้ McDonald’s ไม่ค่อยประสบความสําเร็จในเวียดนามเท่าไหร่นัก สาเหตุนึงที่ทำให้ McDonald’s เข้ามาในเวียดนามช้าก็เพราะเรื่องสงครามเวียดนาม ถึงแม้สงครามจะจบไปตั้งแต่ปี 1973 แล้ว แต่สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งกลับมาเป็นมิตรกันเมื่อปี 1995 ตอนนั้นฟาสต์ฟู้ดอเมริกันเจ้าเดียวที่กล้าแหย่เท้าเข้ามา คือ KFC เข้ามาตั้งแต่ปี 1997 ชาวเวียดนามก็เลยคุ้นชินจนเป็นส่วนหนึ่งไปแล้ว
รู้มั้ยว่า… McDonald’s พยายามปรับตัวอย่างหนักและเข้าสู่ Cashless Society แล้ว
McDonald’s พยายามดึงเอาเทคโนโลยี 4.0 หลายอย่างเข้ามาปรับใช้ เช่น การจ่ายเงินด้วยระบบ QR code ต้อนรับ Cashless Society การสั่งอาหารเองผ่านตู้ขายอาหารอัตโนมัติ (Self-Ordering kiosk) หรือการพัฒนาแอปพลิเคชัน “แมคโดนัลด์ 1711” สำหรับการสั่งอาหาร ปัจจุบันแอปพลิเคชันนี้มีผู้ใช้งานอยู่ 2 แสนราย พบว่ามีการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันนี้คิดเป็น 45% เลยทีเดียว
ในด้านความพยายามจะเป็น Cashless Society ของ McDonald’s ก็ได้รับการตอบรับดีไม่น้อย ถ้าเทียบสัดส่วนแล้วถึงแม้การจ่ายค่าอาหารด้วยเงินสดยังคงมากกว่าที่ 60-65% แต่การจ่ายเงินในรูปแบบบัตรเครดิตและการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ที่ 35 - 40% แล้ว
อีกเรื่องหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย เวลาพูดถึงร้านอาหารคือเรื่องการเติบโตของ Food Delivery ข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรบอกว่า ในปี พ.ศ 2562 Food Delivery จะเติบโตเพิ่มขึ้น 14% คิดเป็นสัดส่วน 8% ของมูลค่าธุรกิจอาหารทั้งหมด
แต่รู้กันมั้ยว่า… กำไรของ McDonald’s ในไทยเข้าเกียร์ถอยหลังมา 3 ปีซ้อนแล้ว
McDonald’s ในไทยเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 แต่ในระยะหลังมานี้กำไรของเค้าเริ่มไม่เข้ารูปเข้ารอยเหมือนที่เคยเป็นมา จนต้องรัดเข็มขัดปิดสาขาที่ไม่ค่อยทำกำไรลง และกำไรของ McDonald’s หรือบริษัท แมคไทย จำกัด ในปี พ.ศ.2559 – 2561 ที่เปิดเผยกับกระทรวงพาณิชย์เป็นอย่างนี้
ใน 3 ปีนี้รายได้ของ McDonald’s ค่อนข้างคงที่แต่กำไรกลับลดลง จนถึงกลับพลิกมาขาดทุนในปีที่แล้วซึ่งน่าจะมาจากต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้น อันเกิดได้จากราคาวัตถุดิบ การจัดการต่าง ๆ และการโฆษณา ดีที่ว่ากิจการนี้ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดบ้านเรา ไม่อย่างนั้นหุ้นตัวนี้น่าจะเป็นหุ้นอีกตัวนึงที่พานักลงทุนขับรถไปเที่ยวดอยแล้วปล่อยทิ้งไว้แน่ ๆ (ฮ่า ๆ) เล่าไปเล่ามา พี่ทุยก็ชักอยากกินแฮมเบอร์เกอร์เฟรนช์ฟรายส์บ้างเเล้ว เดี๋ยวขอตัวไปจิ้มแอปฯ ของเค้าลองสั่งดูสักหน่อยนะ
Comment